พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องที่สิบเอ็ด หุบเขาไร้รูป เปิดเรื่องภาคหนึ่ง
มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในสองวันที่ผ่านมานี้ เมื่อไม่นานมานี้เองที่บ้านมังกรสวรรค์เป็นสำนักอันดับหนึ่งในแผ่นดิน จากรากฐานที่สั่งสมมานานสี่ร้อยกว่าปี เหมือนหนึ่งกับว่านี้คือบ้านมังกรอมตะที่ไม่มีวันแพ้ แต่เพียงสองวันเท่านั้นมันก็ล้มครืน คืนนี้ตวนบั๊กกับซือตี๋อีกสี่คนกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด ตัวเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ซือตี๋ทั้งสี่ของเขากลับได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลย เขาไม่รู้ว่าจะหนีไปได้ไกลสักเพียงใด ทุกอย่างดูมืดมน
เมื่อวานนี้คือวันสุดท้ายในชีวิตของอาจารย์ของเขา มังกรสำนึกผิด ก่อนตายอาจารย์บอกให้บรรดาศิษย์ทั้งหมดทิ้งสำนัก และดิ้นรนหนีเอาตัวรอด ในขณะที่มีศิษย์บางคนเสนอให้สู้ตาย แต่ท่านสั่งห้ามเด็ดขาด บอกให้หลบหนี เพื่อวันข้างหน้า
เมื่อคืนนี้เองที่บ้านมังกรสวรรค์สูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งตัวสำนักเองก็ถูกทำลายไปในเปลวไฟ เท่ากับว่าสำนักที่รุ่งเรืองมานาน กลับถูกลบชื่อออกจากยุทธจักร
ในยุทธจักรยุคนี้ มีสำนักที่มีชื่อเสียงสูงสุดคือ บ้านมังกรสวรรค์ บ้านมังกรดำ บ้านหงส์แดง บ้านดาบเทพเจ้า บ้านใจอสรพิษ
โดยเรียงอันดับความสำคัญจากใหญ่มาหาเล็ก แต่ละสำนักแท้จริงไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ใครจะคิดว่า สี่สำนักที่เหลือ วันหนึ่งกลับรวมพลังกันกลุ้มรุมทำร้ายบ้านมังกรสวรรค์ ด้วยเจตนาจะลบชื่อสำนักนี้ออกจากยุทธภพ
ใครกันคิดว่าสี่สำนักนั้นจะรวมตัวกันได้ แต่เมื่อรวมกันแล้ว ก็มีพลังมหาศาล ด้วยกำลังที่มากกว่าของพวกเขา บวกกับความประมาท การไม่ได้เตรียมตัว ทำให้บ้านมังกรสวรรค์ประสบความย่อยยับ เจ้าสำนัก มังกรสำนึกผิดต้องเสียชีวิต ศิษย์ในสำนักหลบหนีกระจัดกระจายออกมาตั้งแต่เมื่อคืน ดูเหมือนจะมีไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ซึ่งภายใต้การไล่ล่าของพวกศัตรูทั้งสี่สำนัก ไม่รู้ว่าจะเล็ดรอดไปได้มากน้อย ในกลุ่มของตวนบั๊กที่หลบหนีออกมามีสิบสองคน บัดนี้เหลือเพียงห้าคน และแถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัสสี่คน
เขาคิดในใจว่าบางทีบรรดาศิษย์ทั้งหมดที่หลบหนีวงล้อมออกมา อาจไม่มีใครหนีรอดไปได้เลย เพราะตลอดวันที่ผ่านมา พวกเขายังไม่สามารถสลัดการตามล่าของพวกศัตรูได้ บัดนี้พวกมันก็ยังตามมาไม่ไกลนัก
เขารู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน สองวันที่ผ่านมา เขาไม่ได้หยุดพักเลย ต้องต่อสู้และหลบหนีตลอด บัดนี้เขากำลังใช้พลังสำรองภายในร่างกายของเขา ไม่รู้มันจะเหือดแห้งเมื่อไร แต่คำสั่งของอาจารย์และความเป็นห่วงศิษย์ผู้น้องทั้งสี่คน ทำให้เขารู้สึกตัวว่ายังเข้มแข็งอยู่
พวกเขาทั้งห้ามาสุดทางที่ริมแม่น้ำแยงซีเกียง มองออกไปเห็นสายน้ำเชี่ยวกราด ใจของเขาก็ดำดิ่งลง เขาอาจมีเรี่ยวแรงว่ายน้ำข้ามลำน้ำนี้ แต่ศิษย์ผู้น้องทั้งสี่ทำไม่ได้ เหลียวมองโดยรอบ ก็นึกหาทางอื่นไม่ได้
ซือเฮีย มองดูนั่นซิ เสียงศิษย์ผู้น้องคนหนึ่งดังขึ้นอย่างตื่นเต้น เขามองออกไปในความมืด เห็นเรือลำหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ นึกในใจว่าในยามวิกาลอย่างนี้ ทำไมมีเรือปรากฏตัวขึ้น มันอาจเป็นเรือของฝ่ายศัตรูก็ได้ เขาเกร็งลมปราณขึ้น มือจับกระบี่ข้างกายแน่น คิดถึงคำสั่งของอาจารย์ให้พยายามคุ้มครองและฟื้นฟูสำนักมังกรสวรรค์ในวันข้างหน้าแล้วใจก็ร้าวรอนไปหมด เขาจะผ่านด่านนี้ไปได้ไหม
เรือวิ่งตรงมาถึงฝั่ง มันเป็นเรือประมงขนาดกลาง ในนั้นมีร่างตะคุ่มห้าหกร่าง ยามนั้นมีเสียงแหบแห้งของชายชราคนหนึ่งดังมาจากเรือลำนั้น พวกท่านเป็นคนในบ้านมังกรสวรรค์ใช่หรือไม่ เรามารับพวกท่าน เราเป็นมิตร
เรือจอดตรงฝั่ง ห่างจากร่างของพวกเขาทั้งห้าเพียงเล็กน้อย บัดนี้เขาจึงมองเห็นว่าในนั้นมีชายชราห้าคน คนที่ยืนอยู่ตรงหัวเรือ เป็นชายชราร่างผอมสูง อายุประมาณเจ็ดสิบปี แต่งกายแบบชาวประมง แต่ทว่าจากท่วงท่าและน้ำเสียงองอาจ แสดงว่าเป็นชาวยุทธ
รีบขึ้นมาบนเรือเถิด มีอะไรค่อยคุยกัน ชายชราคนนั้นบอก
ตวนบั๊กนึกลังเลขึ้นมานิดหนึ่ง แต่แล้วก็ตัดสินใจขึ้นเรือลำนั้น พร้อมกับศิษย์ผู้น้องทั้งสี่ เพราะยามนี้ไม่มีความจำเป็นต้องหวาดระแวง หากฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อุบายอะไร ในยามนี้การหนีข้ามลำน้ำนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า
เรือวิ่งไปในลำน้ำแยงซีเกียง วิ่งทวนกระแสน้ำขึ้นไป
ภายในเรือ เขาเห็นชายชราอีกสี่คนช่วยพยาบาลอาการบาดเจ็บให้ศิษย์ผู้น้องของเขา พวกเขาดูเหมือนเตรียมการมาเป็นอย่างดี มีทั้งยาและผ้าพันแผล กิริยาท่าทางคล่องแคล่ว
ขอบคุณท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านคือใคร เหตุใดจึงมาช่วยพวกเรา กรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบด้วย เพื่อว่าข้าพเจ้าตวนบั๊ก และศิษย์ผู้น้องทั้งสี่จะได้ระลึกถึงไปนานชั่วชีวิต เขาเอ่ยถามขึ้น เมื่อเรือวิ่งไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง
ชายชราคนนั้นกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลานชายอย่าได้เกรงใจ เล่าฮูแซ่เซียว ชื่อไคว้เฮียบ เป็นผู้ดูแลทั่วไปแห่งหอถามฟ้า หอถามฟ้านี้คือสำนักใดกัน เขาอดอุทานด้วยความแปลกใจไม่ได้ ชื่อของหอถามฟ้าเขาไม่เคยได้ยิน ตอนนี้ยุทธภพกำลังเดือดพล่าน เพราะการที่สี่สำนักใหญ่รวมตัวกันล้มบ้านมังกรสวรรค์ ใครกันจะกล้าเอื้อมมือเข้ามาช่วย เพราะเท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับสี่สำนักใหญ่นั้น อย่างนี้ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกหรือ
หลานชาย เรื่องนี้มีความเป็นมายาวนานนัก ต้องเล่าย้อนความกลับไปถึงปรมาจารย์แห่งบ้านมังกรสวรรค์ เมื่อสี่ร้อยปีกว่าก่อนนี้ ท่านมีศิษย์เอกหกคน แต่ละคนได้แยกย้ายกันไปเป็นหนึ่งสำนัก เท่ากับว่าท่านได้สร้างสำนักขึ้นหกสำนัก แต่ที่ออกหน้ามีเพียงสำนักเดียวคือบ้านมังกรสวรรค์ ส่วนอีกห้าสำนักนั้นเป็นสำนักแห่งความมืด เพราะท่านปรมาจารย์เชื่อว่า สำนักที่อยู่ในความสว่างจะตกอยู่ในอันตรายได้ง่าย จึงให้ศิษย์อีกห้าคนสร้างสำนักแห่งความมืด เพื่อปกป้องคุ้มครองบ้านมังกรสวรรค์
สี่ร้อยกว่าปีมานี้ เหตุที่บ้านมังกรสวรรค์ไม่เคยแพ้เลย ก็เพราะมีอีกห้าสำนักแห่งความมืดคอยปกป้อง แต่พวกเราจะปรากฏตัวในคราวจำเป็นเท่านั้น ที่ผ่านมาเคยมีเหตุร้ายเกิดกับบ้านมังกรสวรรค์จนอีกห้าสำนักต้องเข้ามาช่วย ก็เพียงไม่กี่ครั้ง ครั้งล่าสุดก็เมื่อหกสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นเล่าฮูยังเป็นเด็กอยู่เลย
ความลับของพวกเราห้าสำนักแห่งความมืด ไม่เป็นที่ล่วงรู้ในยุทธภพ แม้แต่ศิษย์ในบ้านมังกรสวรรค์เอง ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ ยิ่งเมื่อไม่มีเหตุร้ายใดปรากฏขึ้น การมีอยู่ของพวกเราก็ถูกลืมเลือนไป แต่เหตุร้ายที่เกิดขึ้นสองวันนี้กลับร้ายแรงกว่าทุกครั้ง เกินความคาดหมายของเรา
บ้านมังกรสวรรค์ มองจากภายนอกมีเพียงหนึ่ง แต่แท้จริงคือหกสำนัก ได้แก่ บ้านมังกรสวรรค์ หอถามฟ้า หอถามดาว หอจุติ เรือนเมฆพริ้ว ตำหนักเพชร
เล่าฮูเป็นศิษย์แห่งหอถามฟ้า ได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าสำนักให้มาช่วยพาพวกท่านหนีการไล่ล่า บัดนี้ท่านเจ้าสำนักกำลังรวมพลของหอถามฟ้า ตั้งค่ายอยู่ในป่าไผ่แห่งหนึ่ง หากเราแล่นเรือลำนี้ขึ้นไปทางต้นน้ำสักหนึ่งวัน เหตุที่ท่านต้องตั้งค่ายไว้ที่นั่น ก็เพื่อให้ห่างออกจากรัศมีของฝ่ายศัตรู
ห้าสำนักแห่งความมืด แท้จริงก็ไม่เกี่ยวข้องกัน ปกติเราก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กัน ทุกสำนักล้วนอยู่ในความเร้นลับ นานๆครั้งเราจึงจะสื่อสารถึงกัน ด้วยรหัสลับ บัดนี้เชื่อว่าอีกสี่สำนักที่เหลือคงทราบข่าว และมีการเคลื่อนไหว หากไม่มีการเคลื่อนไหว ก็น่าเป็นห่วง
ท่านเจ้าสำนักมีความกังวลใจยิ่งนัก เพราะกาลเวลาผ่านมานานมาก อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายในแต่ละสำนัก แต่แรกเริ่มเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน เจ้าสำนักของแต่ละแห่งคือศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ทั้งหกคนมีความรักความผูกพันอย่างลึกซึ้ง โดยมีศิษย์คนโตเป็นเจ้าสำนักคนแรกแห่งบ้านมังกรสวรรค์ ทุกคนมีความซื่อสัตย์จริงใจ ไม่มีอะไรเคลือบแคลง แต่บัดนี้ยากแท้จะหยั่งถึงจิตใจของแต่ละสำนัก ใครคือเจ้าสำนักอีกสี่สำนักที่เหลือ แม้แต่ตัวท่านเจ้าสำนักหอถามฟ้าเองก็ไม่รู้ ในขณะที่ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
ข่าวดีคือ เมื่อวานนี้สำนักเรือนเมฆพริ้วได้เคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาได้ปะทะกับบ้านดาบเทพเจ้า และได้ฆ่าคนในสำนักนั้นไปไม่น้อย พวกเขาได้ช่วยศิษย์บ้านมังกรสวรรค์ไว้ยี่สิบกว่าคน ข่าวนี้สร้างความปิติให้กับพวกเราเป็นอันมาก ได้ข่าวว่าพวกเขากำลังรวมพลอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่ง ไปทางทิศตะวันตก
แต่ทว่าอีกสามสำนักกลับยังไร้ข่าวคราว ท่านเจ้าสำนักเชื่อว่า หากพวกเขาจะเคลื่อนไหว ก็ควรจะเคลื่อนไหวภายในวันสองวันนี้ เพราะข่าวการล่มสลายของบ้านมังกรสวรรค์ดังสะท้านไปทั่วแผ่นดินแล้ว หากไม่มาช่วยตอนนี้ จะมาช่วยตอนไหน
ตั้งแต่ฟังชายชราเริ่มเล่าเรื่อง ตวนบั๊กกับศิษย์ผู้น้องทั้งสี่มีอาการตกตะลึง เหมือนโดนฟ้าฟาด ด้วยวัยสามสิบกว่าปีของตวนบั๊ก เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ไม่รู้ถึงความซับซ้อนแห่งความเป็นมาของสำนักตัวเอง บัดนี้อกของเขาร้อนระอุขึ้นด้วยความตื้นตัน ในความมืดมิดบัดนี้มีแสงสว่างริบหรี่ให้เห็นข้างหน้า
พวกเราห้าสำนักแห่งความมืด มีจุดเด่นแตกต่างกัน มีเรื่องราวมากมายจะเล่าให้ฟังในวันข้างหน้า แต่ทว่าสิ่งที่ท่านเจ้าสำนักของเล่าฮูกังวลใจคือ ท่านเกรงว่าในห้าสำนัก อาจมีคนทรยศ กาลเวลาผ่านมานานแล้ว ใครจะรู้ได้ ทำไมฝ่ายศัตรูจึงรวมตัวกันได้อย่างฉับพลัน มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลในนี้ หากเราหกสำนักยังสามัคคีกันเหมือนสมัยแรกเริ่ม ยากที่แผ่นดินนี้จะมีใครล้มพวกเราลงได้ ท่านกลัวว่าหากมีแม้เพียงหนึ่งในห้าสำนักแห่งความมืดที่เป็นฝ่ายศัตรู ศึกครั้งนี้จะยากลำบากขึ้นมาก และหากมีสองสำนักเข้าข้างศัตรู พวกเรามีสิทธิพ่ายแพ้ได้
อีกหนึ่งความเป็นไปได้คือ อาจมีบางสำนักที่วันนี้วางตัวเป็นกลาง เพราะความห่างเหิน พวกเขาอาจคิดว่า ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อบ้านมังกรสวรรค์ ในเมื่อความผูกพันใดเป็นเรื่องนานมาแล้ว ไม่ใช่คนในรุ่นนี้ บัดนี้ท่านเจ้าสำนักกำลังเฝ้ามองว่า หอถามดาว หอจุติ ตำหนักเพชร มีใครบ้างที่จะเข้าข้างฝ่ายศัตรู และใครบ้างที่ต้องการวางตัวเป็นกลาง
แต่สำหรับหอถามฟ้า เรายึดมั่นในปณิธานเดิม ซึ่งมีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนัก คือจะคอยปกป้องคุ้มครองบ้านมังกรสวรรค์ เพราะท่านเจ้าสำนักเชื่อว่า หากบ้านมังกรสวรรค์ดับสลาย หอถามฟ้าเองยากจะดำรงอยู่ได้นาน
ตวนบั๊กกล่าวด้วยความตื้นตัน ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส ที่ให้ความสว่างแก่ข้าพเจ้า คิดไม่ถึงว่าท่านปรมาจารย์จะวางแผนไว้แยบยลปานนี้
ชายชราถอนใจ แล้วกล่าวต่อว่า หลานชาย แม้หมากที่ท่านปรมาจารย์วางไว้จะงดงามยิ่ง แต่มันก็ไม่จีรัง เพราะในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดจะจีรังยั่งยืน เพียงแต่มันทำให้บ้านมังกรสวรรค์ผ่านภัยพิบัติมาได้หลายครั้ง และครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เป็นบทพิสูจน์ ว่าภูมิปัญญาของท่านปรมาจารย์จะช่วยคุ้มครองบ้านมังกรสวรรค์ได้อีกกี่มากน้อย ความยากอยู่ที่กาลเวลาผ่านไป จิตใจคนเปลี่ยน
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงของคนในเรือคนหนึ่งดังขึ้น ท่านผู้ดูแล ฝ่ายศัตรูกำลังตามมา ยามนั้นเองที่ตวนบั๊กเพิ่งรู้สึกตัว หันไปมองข้างหลัง พบว่าในลำน้ำยามนี้ ที่ไกลนั้นมีจุดดำหนึ่งกำลังขยายใหญ่ขึ้น มันเป็นเรือรบขนาดใหญ่ลำหนึ่ง ใต้แสงดาว แม้ในบัดนี้เขาก็รู้สึกถึงอาการผงะของชาวชราแซ่เซียวผู้นี้
มันเป็นเวลาใกล้รุ่งเช้าแล้ว แสงเงินแสงทองเริ่มปรากฏที่ขอบฟ้า
เรือประมงเก่าๆลำนี้ จะหนีเรือรบขนาดใหญ่ลำนั้นได้อย่างไร อย่างเลือนรางเขาสังเกตเห็นว่าเรือลำนี้มีธงสีแดงปักอยู่ นี้คือเรือรบของบ้านหงส์แดง
ชายชรามีสีหน้ากังวล เขากำลังคิดว่าหากหันหัวเรือเข้าฝั่งยามนี้ ก็หนีไปได้ไม่ไกล เพราะฝ่ายเขามีกำลังคนน้อย อีกทั้งมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงสี่คน ฝ่ายตรงข้ามสามารถตามล่าพวกเขาขึ้นไปบนฝั่งได้ แต่หากแล่นเรือลำนี้ต่อไป ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี
หลานชาย นึกไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะตามมารวดเร็วปานนี้ ที่นี่ยังห่างจากค่ายหอถามฟ้ามากเกินไป เกรงว่าเราต้องสละเรือ ชายชราพูดขึ้นด้วยความโศกเศร้า เขาคิดว่าการหนีขึ้นฝั่ง ยังอาจมีทางรอดสำหรับบางคน
ในเวลานั้น ศิษย์ผู้น้องคนหนึ่งอุทานขึ้น ซือเฮีย ดูนั่นสิ แล้วพวกเขาก็เห็นเรืออีกลำหนึ่งวิ่งมาในทิศทางตรงกันข้าม มันเป็นเรือรบขนาดใหญ่อีกลำหนึ่ง กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหา เท่ากับว่าเรือประมงลำเล็กนี้กำลังอยู่ตรงกลางระหว่างสองเรือรบ
มองดูมันเป็นเรือรบที่มีธงสีฟ้า แต่ไร้ตัวอักษร เนื่องจากเรือลำนี้วิ่งตามน้ำ มันจึงเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า พริบตาเดียวก็ใกล้เข้ามา มีเสียงก้องของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากเรือรบลำนี้ ศิษย์แห่งบ้านมังกรสวรรค์ ขึ้นมาบนเรือลำนี้ เราคือพันธมิตรของพวกท่าน พวกเราคือคนแห่งหอถามดาว
เมื่อเรือประมงเข้าประชิดใกล้ มีเชือกยาวโยนลงมาให้คนในเรือประมงไต่ขึ้นไป ไม่นานนักพวกเขาทั้งหมดก็ขึ้นไปบนเรือใหญ่ลำนั้น
บนเรือตวนบั๊กเห็นนักรบแห่งหอถามดาวแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินหลายร้อยคน ที่ทำให้เขาประหลาดใจคือนักรบเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว และที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งเห็นเด่นเป็นสง่า เป็นหญิงสาวสวยนางหนึ่ง ท่าทางเธอเป็นแม่ทัพแห่งเรือลำนี้
ศิษย์แห่งบ้านมังกรสวรรค์และหอถามฟ้า ข้าพเจ้าคือเจ็งลิบแช ประมุขหอถามดาว ขอให้พวกท่านพักผ่อนก่อน สำหรับเรือรบบ้านหงส์แดงลำนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเรา เธอเอ่ยปากทักทายพวกเขา ด้วยน้ำเสียงสดใส
ตวนบั๊กยืนตะลึง นึกไม่ถึงว่าประมุขแห่งหอถามดาวจะมีอายุน้อยปานนี้ ดูไปยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ เรือนร่างของเธอสูงสง่า ดวงตาเรียวงาม แต่ดูโหดเหี้ยม หากเพราะริมฝีปากงดงามได้รูปของเธอมีรอยยิ้มเล็กน้อย ทำให้ลดคลายความร้ายกาจลง กระนั้นก็ทำให้ใจของเขาเต้นระทึก
ข้างกายของเธอมีคันธนูยาวกว่าธรรมดา ยามนั้นชายชราแซ่เซียวกระซิบบอกกับเขาว่า หลานชาย นั่นคือธนูถามดาว
เขาเหลียวกายมองดูโดยรอบพบว่านักรบแห่งหอถามดาว ส่วนใหญ่มีกระบี่กับธนูเป็นอาวุธ แต่คันที่ใหญ่ยาวที่สุด คือคันที่อยู่ข้างกายของตัวเธอ
เรือรบทั้งสองใกล้เข้าหากันจนมองเห็นเรือนร่างของฝ่ายตรงข้ามแต่ไกล ยามนั้นเสียงแหบแห้งของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นจากฝ่ายตรงข้าม พวกท่านเป็นใคร เหตุใดจึงยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ชรอยว่าต้องการเป็นศัตรูกับบ้านหงส์แดงหรือ
จากเสียงชราภาพแต่ก็เข้มแข็งนี้ ตวนบั๊กก็รู้ทันทีว่าเป็นผู้ใด นี้คือนางต๊กโกวเอ็ง ฉายาว่านางหงส์พิษเจ็ดราตรี ผู้เป็นประมุขแห่งบ้านหงส์แดงยุคนี้ นึกไม่ถึงว่านางก็อยู่ในเรือลำนี้ ยามนั้นนางเจ็งลิบแชก็ตอบออกไปด้วยเสียงก้องกังวานไม่แพ้กันว่า พวกเราคือชุมชนผู้นิยมกินเนื้อหงส์เป็นอาหาร
น้ำเสียงสดใสขี้เล่นของนาง แสดงอาการไม่พรั่นพรึงบ้านหงส์แดงเลยแม้แต่น้อย
เรือรบทั้งสองร่นระยะใกล้เข้าหากัน มองไปที่หัวเรือเห็นร่างของนางต๊กโกวเอ็ง หญิงชราอายุแปดสิบกว่าปี เธอมีผมขาว หลังโกง มือถือไม้เท้ายาว ข้างกายของเธอมีร่างของนักรบแห่งบ้านหงส์แดงระดับหัวหน้าสิบกว่าคน
ตวนบั๊กไม่แน่ใจว่าหญิงสาวเยาว์วัยคนนี้จะสู้นางมารร้ายที่มีชื่อเสียงมาช้านานได้หรือไม่ แต่ท่าทางงามสง่า ไม่มีความพรั่นพรึงแต่อย่างใด และน้ำเสียงก้องกังวาน แสดงกำลังภายในที่เข้มแข็งของเธอ ทำให้เขาคิดว่า เธอคงต้องมีดีอะไรสักอย่าง มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นประมุขของสำนักหนึ่ง
มองดูเรือรบที่กำลังวิ่งเข้าหากัน เขารู้สึกอยากร้องไห้ ด้วยคิดถึงภูมิปัญญาของปรมาจารย์ ช่างลุ่มลึกเกินความคาดหมาย ความรักความห่วงใยที่แม้กาลเวลาจะผ่านมานานสี่ร้อยกว่าปียังมีผล
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||