• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 4712
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
more
แปดสิบเรื่องสั้นกำลังภายในของฟ้า
เรื่องสั้นกำลังภายในที่แต่งขึ้นเองของคนไทย และไดอารี่ของฟ้า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/fapoonvoralak
วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2551
เรื่องที่สาม อาจารย์ของอาจารย์ เขียนใหม่
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 123 , 13:58:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


เรื่องที่สาม

อาจารย์ของอาจารย์

 

 

ในที่สุดฉันก็เดินทางมาถึงถ้ำน้ำแข็งได้ด้วยความลำบากยากเย็น  ตามแผนที่ที่อาจารย์มอบให้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต  มันทำให้ฉันเสียเวลานานถึงสองเดือนกว่าจะเดินทางมาถึง  เพราะเส้นทางไกล  และเดินทางลำบากมาก  ฉันมุ่งหน้าสู่ทางเหนือ  ออกนอกกำแพงใหญ่  ฝ่าทะเลทราย  กว่าจะขึ้นมาถึงทุ่งน้ำแข็ง  อาการบาดเจ็บของฉันก็ทรุดหนักลง  เพราะไม่มีเวลารักษาตัวอย่างจริงจัง  บวกกับความตรอมใจ  ทำให้คิดว่านี้คือการเดินทางครั้งสุดท้ายในชีวิตของฉัน

 

แต่มันเป็นคำสั่งเสียสุดท้ายของอาจารย์  และฉันจะต้องพยายามทำให้สำเร็จ

 

ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้คือวังลับของเรา  ชาวสำนักแชเปียะเก็ง  จากปากถ้ำด้านนอก  ยังต้องเดินผ่านเส้นทางวกวน  ซึ่งหากไม่มีแผนที่ฉันจะไม่มีทางเดินเข้ามาถึงห้องชั้นในได้เลย 

 

แม้จะเตรียมเสื้อผ้ามาอย่างดี  ฉันก็ยังหนาวจนตัวสั่น  อาศัยลมปราณแชเปียะเก็งที่ฉันร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก  ด้วยการเดินลมปราณเป็นระยะๆ  นอกจากเพื่อลดความหนาวเย็นของดินแดนแถบนี้  ยังเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บของฉัน 

 

เมื่อมาถึงห้องชั้นในสุด  ฉันก็ได้เห็นสิ่งที่เป็นจุดหมายของฉัน

 

มองตรงไปข้างหน้า  เห็นแผ่นกำแพงน้ำแข็งหนาขวางทางอยู่  แต่ข้างในเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่นัก  แต่ภายในกลับเรืองแสง  ในนั้นมีร่างของใครคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่  เหมือนเป็นรูปปั้น

 

นี้เองคือห้องน้ำแข็ง  ที่เป็นที่ฝึกวิชาของอาจารย์ของอาจารย์ของฉัน

 

ฉันคุกเข่าลง  ส่งเสียงสั่นว่า

“หลานศิษย์อึ้งซิมลั้ง  ขอกราบคารวะซือโจ๊ว”

แล้วฉันก็ก้มลงกราบท่านเก้าครั้งอย่างนอบน้อม

 

เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง  มองทะลุกำแพงน้ำแข็งนี้เข้าไป  เห็นท่านยังนั่งนิ่งดุจไม่มีชีวิต  ฉันทั้งดีใจและเสียใจ  น้ำตาไหลออกมาเอง  มีเรื่องราวมากมายที่ฉันจะเล่าให้ท่านฟัง  หากท่านได้ยิน

 

อาจารย์ของฉันบอกว่า  เมื่อมาถึงถ้ำน้ำแข็ง  เข้ามาถึงห้องชั้นในสุด  ให้ฉันกระซิบบอกผ่านกำแพงน้ำแข็ง  แล้วรอเจ็ดวัน  เพื่อรอการตัดสินใจของซือโจ๊วของฉัน   หากท่านยังนิ่งเงียบอยู่แสดงว่าท่านไม่อยากออกมา  ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรฉันอดเหม่อมองไปข้างหน้าไม่ได้  ภาพที่เห็นทำให้ฉันเต็มไปด้วยความพิศวง  ความเคารพนับถือ  และความรักอย่างท่วมท้น

 

นี้นะหรือเทพธิดาหยกม่อย้งแชเปียง  ซือโจ๊วของฉัน

 

ภาพที่ฉันเห็นคือหญิงสาวแสนงาม  นั่งหลับตาขัดสมาธิ  สวมใส่อาภรณ์สีฟ้า  มีกระบี่หนึ่งเล่มวางอยู่ข้างกาย  มองดูจากใบหน้า  ราวคนอายุยี่สิบห้ายี่สิบหกเท่านั้น  ดูเหมือนพี่สาวคนหนึ่งของฉัน 

 

อาจารย์ของฉันมีฉายาว่ากวนอิมพันมือ  ท่านก็เป็นหญิงงามนางหนึ่ง  แต่หากเปรียบกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า  ยังห่างชั้นออกไป  เพราะซือโจ๊วของฉันงดงามดังเทพธิดา  และสงบสะอาด  ไม่เหมือนมนุษย์คนใดที่ฉันเคยเห็น  หากกวนอิมมีอยู่จริง  ท่านน่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้มากกว่า 

 

แล้วน้ำตาของฉันก็ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย  ฉันกำลังนั่งอยู่หน้าญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายของฉัน 

 

อาจารย์ของฉันชื่อตั้งหุยฮวง ฉายากวนอิมพันมือ ท่านมีลูกศิษย์สามคน  ฉันเป็นศิษย์คนเล็ก  ศัตรูคู่อาฆาตของท่านคือปีศาจลมมหากาฬ  ทั้งสองเป็นคู่ปรับกันมาหลายสิบปี  แต่แรกอาจารย์ของฉันมีฝีมือเหนือกว่าเล็กน้อย  แต่วันเวลาผ่านมา  มันได้ฝึกปรือฝีมือเพิ่มเติม  จนในที่สุดกลับมีฝีมือเหนือกว่าอาจารย์ของฉันหนึ่งขั้น  ท้ายที่สุดอาจารย์และซือเจ๊สองคนของฉันล้วนต้องเสียชีวิตเพราะเงื้อมมือของมัน

 

ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย อาจารย์ของฉันได้เสี่ยงชีวิตสู้กับมัน  จนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่  แต่อาการบาดเจ็บของท่านหนักกว่า  ท่านรู้ตัวว่าอาการของท่านไม่มีทางเยียวยาได้  ก่อนสิ้นใจท่านได้ปลอบโยนฉัน

 

“ซิมลั้ง  เจ้าอย่าได้เสียใจ  บัดนี้อวัยวะสำคัญภายในของอาจารย์แหลกสลายหมดแล้ว  อาจารย์ไม่มีทางรอด  ด้วยลมปราณนี้อาจารย์ยังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อยเพื่อสั่งเสียเจ้า  มันเกี่ยวพันกับความล่มสลายของสำนักแชเปียะเก็งของเรา”

 

“อาจารย์จงใจแลกชีวิตกับมัน  แม้จะรู้ว่าสู้ไม่ได้  แต่อย่างน้อยก็ทำให้มันได้รับบาดเจ็บเพื่อซื้อเวลาอย่างน้อยสามเดือน  เพื่อให้เจ้ามีโอกาสสุดท้าย  เจ้าต้องรีบไปหาซือโจ๊วของเจ้าตามแผนที่ที่อาจารย์จะมอบให้  แล้วขอให้ท่านออกมา”

 

“ซือโจ๊วท่านยังมีชีวิตอยู่หรือ”

ฉันอดอุทานด้วยความแปลกใจไม่ได้  เพราะฉันไม่รู้มาก่อนเลย

 

“ถูกแล้ว  ความข้อนี้เป็นความลับ  ท่านได้เก็บตัวฝึกวิชาภายในวังลับแชเปียะเก็ง  ตั้งแต่สามสิบปีก่อน  วิชาเดินลมปราณแชเปียะเก็งของเรา  เป็นวิทยายุทธพิเศษล้ำ  ท่านจะเหมือนเพียงนอนหลับไปเท่านั้น  และอาจนอนหลับไปนานเท่านาน  แต่แท้จริงท่านยังมีชีวิตอยู่  ท่านเคยสั่งอาจารย์ไว้ว่า  หากเป็นเรื่องคับขันเกี่ยวพันกับความล่มสลายของสำนัก  ให้ไปกระซิบบอกกับท่านที่ข้างกำแพงน้ำแข็ง  แล้วรอการตัดสินใจของท่านที่ตรงนั้นเป็นเวลาเจ็ดวัน”

 

“ปีศาจลมมหากาฬเป็นคนจิตใจคับแคบ  อำมหิต  ไม่มีทางใดที่มันตัดหญ้าแล้วจะไม่ถอนราก  ภายในสามเดือนนี้หากเจ้าหาซือโจ๊วไม่พบ  หรือพบแล้ว  บอกท่านแล้วแต่ท่านไม่อยากออกมา  เจ้าก็จงฆ่าตัวตาย  เพราะเจ้าไม่มีทางใดสู้กับมันได้”

 

คำพูดคล้ายหนึ่งจะโหดร้ายนี้  ฉันรู้ว่าท่านพูดด้วยความรัก  ขนาดอาจารย์และซือเจ๊สองคนของฉันยังสู้มันไม่ได้  แล้วฉันที่อ่อนด้อยที่สุดจะไปสู้อะไรมันได้  หากมันหายจากอาการบาดเจ็บ  คงต้องรีบมาจัดการกับฉัน  และเพราะฝีมือของฉันห่างไกลกับมันมาก  มันคงไม่รีบฆ่าฉันให้ตาย  คงเก็บฉันไว้เป็นของเล่นมันสักระยะเวลาหนึ่ง  คิดแล้วรู้สึกขนลุก  หากฉันอ่อนแอหรือลังเลใจ  ในยามนั้นถึงจะสำนึกเสียใจก็ช้าเกินไป

 

“อาจารย์ไม่คิดว่าจะมีวันต้องไปรบกวนท่านอีกเลย  ทั้งหมดเป็นความผิดของอาจารย์เอง”

พูดถึงตอนนี้  ท่านมีน้ำเสียงสั่นเครือ  น้ำตาเอ่อไหลออกมาจากดวงตาของท่าน

 

“อาจารย์เป็นคนชอบเอาชนะ  ใจร้อน  ชอบวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่นมากเกินไป  สามสิบปีก่อนอาจารย์ฝึกวิชาแชเปียะเก็งถึงชั้นที่เก้า  มาถึงวันนี้ระดับฝีมือของอาจารย์ก็ยังเท่าเดิม  ทำให้ศัตรูของอาจารย์ฉวยโอกาสทำร้ายอาจารย์ได้  หากอาจารย์มีสติสักนิด  อาจารย์ควรรู้ตัวตั้งแต่หลายปีก่อน  บัดนี้มันสายเกินไปแล้ว”

 

“แต่ซือโจ๊วของเจ้าแตกต่างกับอาจารย์เป็นอันมาก  ท่านเป็นคนใจเย็น  พร้อมเร็วพร้อมช้า  มีหนักมีเบา  ลึกซึ้งสุขุม  แม้ในสมัยนั้น  พลังลมปราณแชเปียะเก็งของท่านก็ไปถึงระดับสิบสองแล้ว  สามสิบปีมานี้  ไม่รู้ว่ามันได้พัฒนาไปถึงระดับใด  “

 

“บอกกับซือโจ๊วด้วยว่า  ศิษย์ไม่รักดีตั้งหุยฮวงกราบขอขมา”

 

ฉันกระซิบบอกเหตุการณ์ที่ผ่านมา  แล้วนั่งรออยู่ในถ้ำน้ำแข็งนั้น  ในระหว่างรอเจ็ดวัน  ฉันเดินลมปราณแชเปียะเก็งที่ฉันฝึกมาจนถึงชั้นที่สาม  ไม่กี่วันผ่านไปฉันก็พบความจริงว่าวิชาการเดินลมปราณสำนักเราเหมาะกับความเย็น  ภายในถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้อาการบาดเจ็บของฉันทุเลาลงอย่างรวดเร็ว  จนหายเกือบเป็นปกติ  เหลือเพียงความบอบช้ำในจิตใจที่ยังไม่อาจรักษาได้

 

สีหน้าของซือโจ๊วของฉันยังไม่แปรเปลี่ยน 

 

ในยามว่างฉันอดเฝ้ามองท่านไม่ได้ด้วยความพิศวงและหลงใหล  ความภาคภูมิใจในตัวท่านเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยตามกาลเวลา  แต่ฉันก็ยังมีความเคลือบแคลงใจ  ท่านได้ยินเสียงกระซิบของฉันจริงแล้วหรือ  ไม่มีร่องรอยใดแสดงให้เห็นว่าท่านได้ยินเลย  บางครั้งฉันคิดว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  เช่นอาการกระตุกของดวงตา  การขยับของคิ้ว  แต่มันคงเป็นเพียงความเพ้อฝันของฉันมากกว่า

 

แท้จริงท่านยังคงเหมือนวันแรกที่ฉันเห็น  อยู่ในความสงบนิ่ง  วิชาแชเปียะเก็งเมื่อพัฒนาไปถึงขั้นสูงสุด  คือการนอนหลับอันยาวนาน

 

หากเสียงกระซิบของฉันท่านได้ยิน  แล้วเสียงภายในใจของฉัน  ท่านได้ยินไหม

 

หากได้ยิน  ท่านคงรู้ว่า  เสียงข้างในของฉันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง  มันถกเถียงกันเองดังอื้ออึง  มันคงก้องกระหึ่มไปทั่วทั้งถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้

 

ฉันสังหรณ์ใจว่าอาการบาดเจ็บของปีศาจลมมหากาฬอาจหายเร็วกว่าที่อาจารย์ของฉันคาดไว้  ท่านประมาทมันมาตลอด  แม้ในวันสุดท้าย  มันอาจรักษาอาการบาดเจ็บหายได้เร็วกว่าสามเดือน  นั่นหมายความว่าขณะนี้มันอาจกำลังสะกดรอยตามฉันมา

 

บางครั้งฉันผวาขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ  เหลียวกลับไปข้างหลัง  หรือมันกำลังเดินทางมา  ในทุกขณะ  มันอาจปรากฏร่างขึ้น  และนั่นคงเป็นวาระสุดท้ายของฉัน 

 

ความขัดแย้งของฉันคือ  ใจหนึ่งฉันเรียกร้องอยากให้ซือโจ๊วของฉันออกมา  เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์ของฉัน  ปกป้องสำนักของเรา  และเพื่อช่วยชีวิตของฉัน 

 

แต่อีกใจหนึ่งฉันไม่อยากให้ท่านออกมา  ความรู้สึกหลังนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อฉันมาเห็นท่าน  ความประทับใจในความสงบ   สูงส่ง  และความเย็นสะอาด  ทำให้ฉันอยากให้ท่านอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งแสนปี  หรือหนึ่งล้านปี  บาปกรรมเหลือเกิน  ที่จะไปรบกวนท่านให้ออกมาสู่ความวุ่นวายในโลกข้างนอก  ฉันรู้สึกตัวเองเป็นคนบาปอย่างที่สุดที่ได้ทำเช่นนั้น  หากมิใช่เพราะนี่เป็นคำสั่งเสียของอาจารย์  ฉันอาจจะหันกายกลับไปแล้ว

 

ฉันรู้ดีว่าชีวิตคือความทุกข์  เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า  อาจารย์เจอฉันตอนนั้นฉันอายุสิบสองปี  ท่านรับฉันไว้เป็นศิษย์  มิเช่นนั้น  เด็กกำพร้าหน้าตาดีอย่างฉัน  คงไม่แคล้วต้องเป็นหญิงโสเภณี  หรือตกเป็นเมียน้อยของใครสักคน  ท่านจึงมีบุญคุณต่อฉันอย่างใหญ่หลวง 

 

เฝ้ามองใบหน้าซือโจ๊วของฉัน  ซึ่งปีนี้ท่านอายุร่วมร้อยปีแล้ว  แต่ดูสวยงามยิ่งกว่าหญิงใดที่เคยเห็น  และคล้ายหนึ่งเป็นเพียงพี่สาวของฉันเท่านั้น  เห็นแล้วเกิดความเคารพและเลื่อมใส  และคิดอยากให้ท่านได้ในสิ่งที่ดีที่สุด  สิ่งนั้นน่าจะเป็นการอยู่ในความสงบเยี่ยงนี้ต่อไป  หากออกมาท่านอาจต้องแก่ลง 

 

เจ็ดวันผ่านไป  อาการบาดเจ็บทางกายของฉันหายเป็นปกติ  แต่ความขัดแย้งในจิตใจยังคงเหมือนเดิม 

 

อีกครั้งที่ฉันเหลียวกลับไปข้างหลัง  เหมือนมีเงามืดของใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

 

แน่ใจแล้วว่านั่นคือร่างของปีศาจลมมหากาฬ  แต่ฉันก็ยังไม่มีกำลังใจฆ่าตัวตาย

 

มันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างใจเย็น  ปีนี้มันมีอายุห้าสิบปี  รูปร่างสันทัด  ผิวคล้ำ  ผมยาวถึงบ่า  พริบตานั้นมันก็ถลาเข้ามาหาฉันเหมือนลมพายุ

 

ฉันแทงกระบี่ออกไปโดยสัญชาตญาน  แต่เหมือนแทงสายลม  มันอ้อมมาด้านหลังของฉันเมื่อไรไม่รู้  และฉันก็ถูกมันสะกัดจุดล้มลง  แต่สายตาของมันยามนี้กลับถูกภาพงดงามของซือโจ๊วดึงดูด  มันเดินไปยืนนิ่งข้างหน้ากำแพงน้ำแข็งนั้น  เหม่อมองด้วยความแปลกใจ

“เจ้าหนู  เด็กสาวคนนี้คือใคร”

 

มันบังอาจเรียกซือโจ๊วของฉันว่าเด็กสาว  ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  แต่ฉันก็สบายใจอย่างหนึ่งว่า  มันเพียงบังเอิญสะกดรอยตามฉันมา  ไม่รู้ความลับของสำนักเรา 

 

ในขณะเดียวกันฉันรู้สึกว่าวันนี้กำแพงน้ำแข็งนี้กำลังเปลี่ยนแปลง  ฉันสังเกตว่ามันกำลังละลายอย่างช้าๆ  แต่มองอีกทีมันก็ไม่ช้า 

 

เห็นฉันปิดปากเงียบ  มันหัวเราะก้องกังวาล

“นึกไม่ถึงว่าในโลกนี้  จะมีสาวงามปานนี้”

แม้คำพูดของมันจะก้าวร้าว  แต่แววตากลอกกลิ้งของมัน  แสดงว่ามันไม่ได้ประมาทเลย  ปีศาจลมมหากาฬเป็นคนชาญฉลาด  มันมองออกว่าผู้หญิงในน้ำแข็งนี้ไม่ธรรมดา  มันเกร็งลมปราณเตรียมพร้อม  หากเห็นท่าไม่ดี  มันก็พร้อมจะเผ่นหนี  ในชีวิตมันเคยหลบหนีอันตรายมามาก  เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเอาตัวรอดสูงสุดคนหนึ่ง

 

ฉันนอนอยู่ตรงนั้น  กัดฟันแน่น  เฝ้ามองน้ำแข็งที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว  บัดนี้มีไอหมอกหนาค่อยๆแผ่ปกคลุม

 

ทันใดนั้นเหมือนมีแรงดึงดูดอย่างมหาศาล  อากาศโดยรอบกำลังถูกดูดเข้าไปในห้องน้ำแข็งนั้น  ร่างของปีศาจมหากาฬเหมือนสายลมดำชนิดหนึ่ง  ที่เจอแรงดึงดูด  ดูดมันเข้าไป  มันส่งเสียงร้องโหยหวน   พยายามกระเสือกกระสนหนี  แต่ก็ต้านแรงนั้นไม่ได้  ร่างของมันถูกดูดเข้าไปสู่ใจกลางสว่างจ้า  ซึ่งมองอีกทีคือประกายกระบี่

 

ร่างของมันฉีกขาดเป็นหลายท่อน

 

หมอกจางหายไปแล้ว  ร่างของซือโจ๊วของฉันเดินตรงเข้ามาหาฉัน  ยามนั้นฉันอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้  มันไหลพราก

เธอเอามือลูบศีรษะของฉันอย่างถนอม

“เจ้าเด็กงี้แย  ร้องไห้ทำไมอีก”

 

 

 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30