พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องที่สิบสอง อสูรผีเสื้อ ต้นเรื่อง
เรื่องราวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่งในวัดเช็งซิมยี่ ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงสูงสุดฝ่ายธรรมะยุคนี้ ปกติคนภายนอกยากจะเข้าไปได้ แต่คืนนั้นเป็นคืนนัดพบของยี่สิบสี่ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะ อาจารย์ของฉันเป็นหนึ่งที่ได้รับเชิญไปร่วมประชุมลับครั้งนี้ บังเอิญท่านป่วยหนัก ต้องส่งให้ฉันไปแทน โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังจะประชุมเรื่องอะไร เพียงแต่รู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่นานทีจะมีสักครั้ง ยามปกติยี่สิบสี่ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะ ไม่มารวมตัวกันอย่างนี้
อาจารย์ของฉัน บุรุษไร้นิวรณ์ มีศิษย์เพียงคนเดียวคือฉัน ท่านทราบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีความสำคัญ จึงส่งฉันมาร่วมด้วย เพราะฉันได้รับวิชามาจากท่านถึงครึ่งหนึ่งแล้ว อย่างไรเสียฉันอาจทำประโยชน์อะไรได้บ้าง
ในคืนนั้น ในห้องโถงเล็กๆของวัดที่มองจากภายนอกคล้ายจะธรรมดาแห่งหนึ่ง ในป่าไผ่ ท่านหลวงจีนหัวแหลม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามผู้ทรงฝีมือสูงสุดแห่งวัดนี้ ได้เป็นประธาน ท่านเล่าให้พวกเราทราบถึงความลับอันน่าตื่นตะลึงเรื่องหนึ่ง
ท่านพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบว่า สิบกว่าปีมานี้ ยุทธจักรของเราได้เกิดมารร้ายสี่คน ได้แก่ เทพบุตรสำอาง มารหน้าเย็น ปลาเก้ามังกร บุรุษแสงเงินแสงทอง
พวกเขาทั้งสี่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลย อยู่กันคนละทิศ วิทยายุทธก็แตกต่างกัน เพียงแต่พวกเขาเข้ามาในยุทธภพในเวลาไล่เลี่ยกัน และได้สร้างความเดือดร้อนขึ้น ด้วยพลังฝีมือที่สูงส่งและความชั่วร้าย การทำอะไรตามใจตัวเอง ในที่สุดแม้วัดเช็งซิมยี่ จะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทางโลก แต่เมื่อมีเสียงขอร้องมาทางเราหลายครั้ง จนยากที่เราจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้
ความแปลกอย่างหนึ่งของมารทั้งสี่นี้คือ การฆ่าพวกมันไม่ตาย ได้มีการเพียรพยายามฆ่าพวกมันมาหลายครั้ง แต่ก็ล้วนล้มเหลว สามปีก่อน พวกเราสามผู้อาวุโสแห่งวัดเช็งซิมยี่ได้จัดการกับบุรุษแสงเงินแสงทอง มั่นใจว่าฆ่ามันตายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่นาน มันก็กลับลอยนวล กลับมาก่อกรรมทำเข็ญเหมือนเดิม สร้างความประหลาดใจให้กับพวกเราอย่างใหญ่หลวง
บรรยากาศเคร่งขรึมในห้องนั้น ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกอย่างหักห้ามใจไม่ได้ ในห้องนั้นฉันเป็นเด็กที่สุด การได้มานั่งร่วมรับฟังความลับในยุทธภพกับเหล่าผู้อาวุโสเหล่านั้น เพียงเท่านี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนได้แล้ว ฉันนั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง
ในเวลานั้นมีเสียงพึมพำด้วยความสนใจ เสียงเย็นยะเยือกของเกาทัณฑ์มัจจุราชดังขึ้น ถูกแล้ว นี่เป็นปริศนาหนึ่งในใจข้ามาโดยตลอด เมื่อห้าปีก่อน ข้ายิงธนูทะลุหัวใจของเทพบุตรสำอาง มั่นใจว่ามันตายแล้ว ด้วยเพราะเกาทัณฑ์มัจจุราชของข้าไม่เคยพลาด แต่ไม่นานก็ได้ยินข่าวว่ามันยังมีชีวิตเป็นปกติทุกอย่าง ตอนนั้นข้าคิดว่า คงยิงถูกตัวปลอมเข้าให้แล้ว เมื่อปีก่อนข้ายิงมันตายอีกครั้ง ปกติเกาทัณฑ์มัจจุราชไม่ยิงซ้ำ แต่ผลยังเหมือนเดิม ไม่นานมันก็กลับมามีชีวิตใหม่ สร้างความตื่นตะลึงให้กับข้า มันทำให้ข้าเกิดความท้อใจ จนอยากถอนตัวออกจากยุทธจักร ในเมื่อเกาทัณฑ์มัจจุราช ไร้ซึ่งประกาศิตเช่นนี้ ข้าก็ไม่รู้จะเกี่ยวข้องกับยุทธภพต่อไปทำไม
เพียงน้ำเสียงของท่าน ข้าก็ไม่อาจลืมเลือน เสียงของท่านก้องกังวาล มีอำนาจมาก เกาทัณฑ์มัจจุราชปีนี้เพิ่งย่างเข้าวัยกลางคนเท่านั้น แต่ท่านมีชื่อเสียงมานาน ตั้งแต่ยังหนุ่ม ด้วยเกาทัณฑ์ของท่านเป็นหนึ่งในอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในยุทธภพ และพลังฝีมือแห่งการยิงที่ไม่เคยพลาดเป้า และยากจะต่อต้านได้ ศักดิ์ศรีของท่านทัดเทียมกับสุดยอดฝีมือแห่งวัดเช็งซิมยี่
เสียงของเฒ่าปลาทองอุทานขึ้น เรียกว่าเก่งไม่กลัว กลัวตรงที่ฆ่ามันไม่ตายเช่นนั้นหรือ ผู้เฒ่าคนนี้ มีนิสัยตลกคะนอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน
หลวงจีนหัวแหลมพยักหน้า แล้วกล่าวต่อไปว่า เราตระหนักว่ากำลังเผชิญหน้ากับปริศนาสำคัญ จึงหยุดการเคลื่อนไหวที่โจ่งแจ้ง ราวกับว่าทางวัดเช็งซิมยี่ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับมารร้ายทั้งสี่นี้ หากแต่เบื้องหลัง เรากลับเชิญให้ผู้วิเศษพันหน้า ท่านเป็นอัจฉริยะแห่งการปลอมแปลงโฉม ช่วยสืบความข้อนี้ ท่านได้ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ของบุรุษแสงเงินแสงทองเป็นเวลานานหนึ่งปี และไปเป็นคนรับใช้ของบุรุษสำอาจอีกหนึ่งปี จนในที่สุด ท่านสืบความลับที่น่าตื่นตะลึง
ทุกคนเงียบกริบ เพื่อฟังคำพูดต่อไป และคำที่ตามมาก็คือ แท้จริงมารร้ายทั้งสี่นี้คือคนคนเดียวกัน
เสียงอุทานด้วยความแปลกใจดังขึ้นโดยรอบ เสียงทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาลดังขึ้นจากมือของเฒ่าปลาเงิน ท่านเป็นน้องชายของเฒ่าปลาทอง ชายชราผมขาวโพลนผู้นี้ กลับอารมณ์ร้อนดังไฟ ช่างตรงข้ามกับภาพลักษณ์ภายนอก ฉันไม่เคยได้พบคนตกปลาที่ใจร้อนมาก่อนเลย ไม่ทราบว่าท่านมีความเป็นมาอย่างไร แต่ท่านกับอาจารย์ของฉันมีชื่อเสียงทัดเทียมกัน
หากเป็นนักเล่านิทานเล่าเรื่องนี้ในร้านอาหาร เราคงคิดว่าเป็นเรื่องโกหก แต่นี้ออกมาจากปากของหลวงจีนหัวแหลม ซึ่งท่านมีศักดิ์ศรียิ่งใหญ่ ฉันได้แต่ครุ่นคิดด้วยความแปลกใจ
มันเป็นไปได้อย่างไร นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันได้ยินเสียงที่เปล่งออกมาพร้อมๆกันจากปากของอีกสองผู้อาวุโสทางซ้ายมือของฉัน นกกระจอกเงินและนกกระจอกทอง สองผู้อาวุโสแห่งพรรคกระยาจก ท่านเป็นฝาแฝด
เสียงของหลวงจีนหัวแหลมเล่าต่อ มารร้ายทั้งสี่หน้าตาไม่เหมือนกัน วิทยายุทธก็แตกต่าง ต่างคนต่างอยู่คนละทิศคนละทาง เกือบเรียกได้ว่าอยู่ในทิศทั้งสี่ เทพบุตรสำอางเคลื่อนไหวอยู่ทางทิศตะวันออก มารหน้าเย็นเคลื่อนไหวอยู่ทางทิศตะวันตก ปลาเก้ามังกรเคลื่อนไหวอยู่ทางทิศใต้ ส่วนบุรุษแสงเงินแสงทองเคลื่อนไหวอยู่ทางทิศเหนือ
แต่เมื่อท่านผู้วิเศษพันหน้าค้นพบร่องรอยแห่งคัมภีร์อสูรผีเสื้อ จึงรู้ว่าพวกมันทั้งสี่แท้จริงคืออสูรผีเสื้อ
นี่ไม่น่ามีอยู่จริง ใครกันคือผีเสื้ออสูร เสียงของสองฝาแฝดแห่งพรรคกระยาจกดังขึ้นอีกอย่างพร้อมเพรียงกัน
คัมภีร์อสูรผีเสื้อเป็นหนึ่งในตำนานเร้นลับที่สุดในยุทธภพ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครเรียนได้ ผู้ใดเรียนได้ จะสามารถแตกตัวเป็นหลายคน ที่น่ากลัวคือ ทุกตัวที่แตกออกมาจริงเท่ากันหมด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่จริงเท่ากัน ดังนั้นในที่นี้ จึงไม่สำคัญว่าใครคืออสูรผีเสื้อตัวแรก มันอาจเป็นเทพบุตรสำอาง หรือมารหน้าเย็น มันมีค่าเท่ากัน เพราะปลอมคือจริง จริงคือปลอม ประเด็นอยู่ที่ว่า ไม่ว่าเราจะฆ่าพวกมันตัวไหน ก็เหมือนหนึ่งเราทำร้ายเงา
สำนักเช็งซิมยี่ได้เก็บสะสมคัมภีร์โบราณ ตลอดจนข้อมูลมากมายในยุทธภพ เราได้ทำการวิเคราะห์ ใคร่ครวญ ในที่สุดคำตอบที่ได้คือ วิธีที่จะฆ่าอสูรผีเสื้อ มีเพียงวิธีเดียว คือการฆ่าพวกมันพร้อมกัน ตราบใดที่เราฆ่าพวกมันไม่หมดในคราวเดียว พวกมันก็จะฟื้นคืนชีวิตเหมือนหนึ่งว่าเรากระทบถูกเงาของมันเท่านั้น
วันนี้อาตมาเชิญพวกท่าน ซึ่งเป็นสุดยอดฝีมือฝ่ายธรรมะ ก็เพราะการนี้ อาตมาต้องการให้พวกเรายี่สิบสี่คน แบ่งเป็นสี่สาย สายละหกคน นัดแนะกันลงมือพร้อมกันในคือวันเพ็ญเดือนหน้า จากการคำนวณพบว่า ราตรีนั้นจันทร์จะอยู่กึ่งกลางท้องฟ้าในยามเที่ยงคืน ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งการลงมือสังหารพวกมันทั้งสี่ เราจำเป็นต้องกำหนดเวลาแน่นอน เพราะพวกมันอาศัยอยู่ในทิศทั้งสี่ และการลงมือนี้จะพลาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว มิเช่นนั้น ความเพียรพยายามของเราทั้งหมดก็จะล้มเหลว และหากมันรู้ตัว วันหน้าเราก็จะไม่มีโอกาสครั้งที่สองอีก
นี้เป็นโอกาสเดียว เพราะมารร้ายทั้งสี่กำลังอยู่ในความประมาท พวกมันจึงไม่แอบซ่อนตัว ทุกวันนี้ทางวัดเช็งซิมยี่ได้วางสายติดตามร่องรอยของพวกมันทุกย่างก้าว ทำให้เรารู้ว่ามารร้ายแต่ละคนจะหาตัวได้ที่ไหน พวกมันประมาทเพราะไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ความลับนี้ ใครกันจะสังหารพวกมันสี่คนในเวลาเดียวกันได้ ในเมื่อพวกมันล้วนมีพลังฝีมือสูงส่ง อีกทั้งอยู่ห่างไกลกันคนละทิศ
ผู้เยาว์มีเรื่องจะขอถาม ในเวลานั้นเอง ฉันโพล่งออกมา ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน เพราะตั้งแต่มาถึง นอกจากการแนะนำตัวแล้ว ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย
ผู้กล้ามีความข้องใจใด ขอเชิญถาม ฉันได้รับอนุญาตจากหลวงจีนหัวแหลม
ทำอย่างไรเราจึงรู้ว่าพวกมันมีเพียงสี่ตัว เป็นไปได้ไหมว่ามีอสูรผีเสื้อตัวที่ห้า ฉันถามด้วยความอยากรู้ แต่มันทำให้บรรยากาศในห้องนั้นหนักอึ้งยิ่งขึ้น มีเสียงสวดมนตร์เบาๆและถ้อยคำพึมพำจากปากของหลวงจีนคอสั้น หนึ่งในสามผู้อาวุโสแห่งวัดเช็งซิมยี่ บาปกรรม บาปกรรม
หลวงจีนหัวแหลมตอบคำถามของฉัน ผู้กล้าถามได้ประเสริฐ แท้จริงนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่ทางเช็งซิมยี่มีความกังวลใจ เพราะในคัมภีร์ผีเสื้ออสูรไม่ได้บ่งบอกจำนวนตัวของมันเลย มันเหมือนแมลงที่วางไข่หนึ่งครอก เราไม่รู้ว่ามีกี่ตัว ดังนั้นอาตมาจึงไม่อาจรับประกันได้ว่า พวกมันจะมีเพียงสี่ตัว
ผู้วิเศษพันหน้าได้เสี่ยงชีวิตปลอมตัวไปเป็นคนรับใช้ของบุรุษแสงเงินแสงทอง จนวันหนึ่งท่านสังเกตเห็นพิรุธ นั่นคือบนที่นอนของมัน ในยามเช้า จะมีละอองสีขาวเล็กๆ หากไม่สังเกตจริงๆจะไม่เห็น ท่านได้แอบเก็บละอองเล็กๆนั้นไว้ และนำมาให้พวกเราช่วยกันศึกษา เราจึงพบว่านี้เป็นละอองแห่งผีเสื้ออสูร จากจุดนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่ามันคือผีเสื้ออสูร จากนั้นเพื่อความแน่ใจ ผู้วิเศษพันหน้ายังปลอมตัวเป็นคนรับใช้เข้าใกล้ชิดบุรุษสำอาง ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาด ในที่นอนของมันในยามเช้า ก็มีละอองสีขาวแบบเดียวกัน
เราไม่จำเป็นต้องให้ท่านปลอมตัวเข้าใกล้ปลาเก้ามังกรและมารหน้าเย็น เพราะสองคนนั้นเข้าถึงตัวได้ยากกว่า และเป็นการเสี่ยงเกินไป จากการที่พวกมันทั้งสี่ปรากฏตัวในยุทธภพในเวลาไล่เลี่ยกัน มีพลังฝีมือใกล้เคียงกัน และที่สำคัญ ตลอดสิบกว่าปีมานี้ ไม่มีใครฆ่ามันได้ แสดงว่าพวกมันทั้งสี่นี้คืออสูรผีเสื้อ
กว่าผู้วิเศษพันหน้าจะได้ข้อมูลนี้มา ไม่ใช่ของง่าย คำถามของผู้กล้าน่าสนใจ แต่เราคิดว่า หากอสูรผีเสื้อมีห้าตัว เป็นไปได้ยากที่ตัวที่ห้าจะเก็บตัวเงียบ เพราะธรรมชาติของอสูรผีเสื้อ มีความลำพอง และชอบความบันเทิง ดังพฤติกรรมของสี่อสูรผีเสื้อที่เราเห็นอยู่นี้
ในอดีต พวกเราได้พยายามฆ่าพวกมันมาหลายครั้ง โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย วันนี้จึงรู้ตัวว่า ก่อนนี้เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร บัดนี้เรามีข้อมูลอันมีคุณค่า เราไม่อาจลังเลใจอีก ต้องเสี่ยงดูสักครั้ง หากหลังวันเพ็ญเดือนหน้า หลังจากฆ่าพวกมันทั้งสี่แล้ว หากพวกมันยังไม่ตาย ก็เป็นการยืนยันว่าพวกมันยังมีอีกร่างหนึ่ง และนั่นคือผีเสื้ออสูรตัวที่ห้า หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นข่าวร้ายสำหรับยุทธภพ
คำพูดของท่านมีเหตุผล ฉันก้มหน้าด้วยความอาย ที่จริงฉันโพล่งออกไปด้วยความอ่อนเยาว์ สิ่งที่ฉันคิด พวกท่านคงคิดไว้ก่อนแล้ว
ในที่สุดพวกเราก็แบ่งกันออกเป็นสี่กลุ่ม ฉันอยู่ในสายของเกาทัณฑ์มัจจุราช คือท่านเป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยสามเซียนแห่งพฤกษชาติ ผู้วิเศษจิ้งจอกหิมะ รวมทั้งตัวฉันเป็นหกคน เป้าหมายของเราคือเทพบุตรสำอาง
ตลอดเวลาในการทำงานครั้งนี้ ฉันก็ยังอดใจสั่นไม่ได้ ด้วยความตื่นเต้น ความไม่แน่ใจ ความหวาดกลัวว่าฝันร้ายนั้นจะเป็นจริง มันอาจเป็นเพียงการคิดไปเองก็ได้ว่ามีผีเสื้ออสูรตัวที่ห้า
ในคืนวันเพ็ญเดือนห้า ซึ่งเป็นวันที่เรากำหนดหมาย พวกเราหกคนได้กลุ้มรุมเทพบุตรสำอางในทุ่งนานอกเมืองแห่งหนึ่ง ผู้เข้าต่อสู้ด้วยคือผู้วิเศษจิ้งจอกหิมะ รบกันหลายครู่ใหญ่ จากนั้นสามเซียนแห่งพฤกษชาติจึงค่อยเข้าไปร่วมวงด้วย ในขณะที่เกาทัณฑ์มัจจุราชกับฉันเพียงยืนดูอยู่ห่างๆ ท่านกำลังรอเวลาแผลงศรในเวลาเที่ยงคืน ส่วนฉันมีพลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าเพื่อน จึงเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์
ในที่สุดท่านก็แผลงศร และเกาทัณฑ์มัจจุราชไม่พลาดเป้า มันเสียบทะลุหัวใจของเทพบุตรสำอาง เราตัดหัวของมันกลับสู่วัดเช็งซิมยี่ หวังว่ากลุ่มอื่นคงทำงานไม่ผิดพลาด พวกเรากำหนดหมายนำศีรษะทั้งสี่มาวางเรียงกัน
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่นานนัก ศีรษะทั้งสี่ของสี่อสูรผีเสื้อก็มาวางเรียงกันอยู่ในห้องลับ
ปลายเรื่อง
หลายปีผ่านไปแล้ว บัดนี้ยุทธภพตกอยู่ในความมืดอันยิ่งใหญ่
กว่าจะรู้ตัวว่าพวกเราทำผิด ก็สายไปเสียแล้ว แม้แต่ฝันร้ายที่สุดของฉันก็ยังร้ายไม่เท่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่นานจากคืนวันเพ็ญนั้น ยุทธภพก็ปรากฏร่างของหนึ่งร้อยอสูรผีเสื้อ
กว่าเราจะรู้ตัวว่า พวกเรายี่สิบสี่คน ได้ช่วยอสูรผีเสื้อให้กำเนิดใหม่ ร้ายกว่าเดิม มากกว่าเดิม มันเหนือความคาดหมาย เหนือตำราที่เรามี
เราไม่รู้ว่าอสูรผีเสื้อมีกี่ตัวกันแน่ในตอนแรก รู้แต่ว่าพวกมันไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มได้ สิบกว่าปีมานี้ จึงมีจำนวนเท่าเดิม แต่ที่จริงพวกมันกำลังรอแรงบีบคั้น เพื่อกระตุ้นให้พวกมันแตกตัวใหม่ การไปฆ่าพวกมันสี่ตัวในราตรีเดียว เป็นจังหวะนั้นพอดี พวกมันถูกบีบคั้นให้แตกตัวออก กลายเป็นหนึ่งร้อยอสูรผีเสื้อ
บัดนี้พวกมันอยู่เกินเลยกว่ากำลังใดจะไปปราบได้
ไม่นานวัดเช็งซิมยี่ถูกทำลายราบ ด้วยกำลังของยี่สิบอสูรผีเสื้อ วัดถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง ศิษย์ในสำนักนี้ถูกฆ่าตายหมด
บรรดาผู้ทรงฝีมือยี่สิบสี่คนถูกตามเก็บจนหมด เหลือฉันเพียงคนเดียว ไม่ใช่เพราะฉันซ่อนตัวเก่ง แต่คงเพราะฉันเป็นคนไร้ชื่อเสียง มีฝีมือต่ำต้อย พวกมันจึงคร้านจะใส่ใจฉัน
อาจารย์ของฉันเสียชีวิตจากโรคร้ายตั้งแต่ปีนั้น เกาทัณฑ์มัจจุราชถูกสามอสูรผีเสื้อกลุ้มรุมจนถึงแก่ความตาย สามเซียนแห่งพฤกษชาติก็กลับเป็นฝ่ายตกอยู่ในวงล้อมของเจ็ดอสูรผีเสื้อ ทุกคนตายหมด
ตอนแรกฉันหนีไปซ่อนตัว หัวซุกหัวซุน แต่หลายปีผ่านไป ฉันจึงรู้สึกตัวว่า พวกมันไม่สนใจฉัน ฉันจึงกลับมาสู่โลกข้างนอก พบว่ายุทธภพยามนี้เปลี่ยนไปหมด
มันเป็นชีวิตที่โศกเศร้า แต่ฉันก็ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ดิ้นรนอยู่ในความมืดนี้ ไม่มีกำลังใดจะปราบหนึ่งร้อยอสูรผีเสื้อ มีเพียงพลังธรรมชาติเท่านั้นที่ปราบมันได้ นั่นคือการรอคอย เพราะไม่มีชีวิตใดเป็นนิรันดร์ วันหนึ่งเมื่อไร้ศัตรูใดเลย มันคงเสื่อมไปเอง
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||