• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 79735
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
Financial Literacy
สร้างความมั่งคั่ง ด้วยความฉลาดทางการเงิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/financial-literacy
วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2552
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 4139 , 10:25:36 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไม่นานหลังจากเป็นผู้โชคดี ได้รับรางวัล เงินสด 1 ล้าน รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส 1 คัน และแพคเกจท่องเที่ยวประเทศจีนอีก 3 วัน 4 คืน น้องปลายฟ้าและคุณยายมะลิวัลย์ สองยายหลานผู้โชคดีจากการจับรางวัลทายชื่อลูกแพนด้าน้อย ก็ต้องทุกข์ใจและปวดเศียรเวียนเกล้ากับ “ภาษี” ที่ต้องชำระให้สรรพากร

เริ่มตั้งแต่วันที่รับมอบรางวัล สรรพากรชี้แจงว่ารางวัลที่ได้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5 เปอร์เซ็นต์ทันที ทำให้เงินรางวัลที่น่าจะได้ 1 ล้าน เหลือเพียง 9 แสนเศษ เมื่อกลับถึงบ้านที่สกลนคร คุณยายรีบนำเงินสด 9 แสนบาท (หลังหักภาษี) ไปฝากไว้ที่ธนาคาร เพื่อจะได้วางแผนการใช้จ่าย มิทันที่จะได้คิดแผนการบริหารเงินให้เสร็จสรรพ สรรพากรท้องที่ก็มาแจ้งให้เตรียมไปเสียภาษีเพิ่มเติมตอนสิ้นปีอีกราว 2 แสนบาท เท่านั้นเองครับ คุณยายน้องปลายฟ้าแทบลมจับ พร้อมกับตีโพยตีพายในโชคชะตาฟ้าบันดาล ที่ช่างกลั่นแกล้งกันเสียเหลือเกิน ส่งเงินมาให้ตั้งมาก แล้วไฉนจะต้องส่ง “ภาษี” มาราวีเงินได้มากมายขนาดนี้ด้วย

ทันทีที่ได้ทราบข่าว สื่อมวลชนก็ช่วยผสมโรงตีปี๊บกันไปทั่ว โดยออกมาตั้งคำถามกับภาครัฐ (โดยเฉพาะกรมสรรพากร) ว่า ทำไม? จึงเก็บภาษีผู้โชคดีของเราโหดเหลือเกิน บ้างก็เขียนวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนว่า ทำไม? ไม่บอกตั้งแต่แรกว่าจะต้องเสียภาษีขนาดนี้ (นัยว่าควรชี้แจงแต่แรกว่า เงินรางวัล 1 ล้าน หากได้รับแล้วจะต้องหักภาษีเหลือเท่าไหร่)

ร้อนถึงท่านรัฐมนตรีที่เป็นประธานจับรางวัลต้องรีบออกมาแสดงความสงสาร และเปรยว่าควรหาทางช่วยเหลือผู้โชคดีดังกล่าว ตามประสานักการเมืองที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่

ฟังแล้วบางท่านอาจรู้สึกสงสารเด็กน้อยผู้โชคดีและคุณยาย แต่ผมกลับมองแบบตรงไปตรงมาว่า ถ้าคุณสงสารและอยากที่จะช่วยเหลือเด็กน้อยคนนี้ คุณก็ต้องช่วยเหลือคนอีกกลุ่มหนึ่งที่โชคร้ายตกงาน แต่ดันมีรายได้ระหว่างปี และต้องเสียภาษีด้วยครับ เพราะจะว่าไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นข้อบัญญัติกฎหมายที่มีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมี อีกทั้งกรณีตัวอย่างของคนถูกรางวัลชิงโชคแล้วต้องเสียภาษีจำนวนมากก็มีให้เห็นกันมาโดยตลอด

ดังนั้นถ้าใครจะร้องขอความเห็นใจให้กับน้องปลายฟ้าและคุณยาย ผมก็คงต้องขออนุญาตเป็นตัวตั้งตัวตีร้องขอความเป็นธรรมให้กับคนที่ต้องโดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งตกงานและเสียภาษีในปี 2552 นี้ด้วย

คำถาม คือ ทำไม? จึงเกิดปัญหาในลักษณะนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำตอบคือ เพราะคนไทยไม่รู้เรื่องภาษีกันเลย ทั้งๆที่มันสิ่งที่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่า เป็นหน้าที่ของคนไทยที่มีเงินได้ทุกคน และเจ้าคำว่า “เงินได้” นี้ ประมวลกฎหมายรัษฎากร เขาก็ระบุไว้ชัดเจนว่า หมายรวมถึง 1) เงิน   2) ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน  3) ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน  4) เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ และ 5) เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นไม่เพียงแต่เงินสด 1 ล้านเท่านั้นที่จะต้องนำมาคำนวณภาษี มูลค่าของรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส และตั๋วท่องเที่ยวต่างประเทศที่ได้รับรางวัลมาก็ถือเป็น “เงินได้” ที่ต้องนำมาประเมินภาษีตามกฎหมายด้วย คิดเป็นตัวเลขกลมๆ ก็ถือได้ว่าน้องปลายฟ้าและคุณยายมีรายได้รวมกันร่วมๆ 1.6 ล้านบาทเลยทีเดียว

เมื่อนำมาคำนวณภาษีด้วยวิธีเงินได้สุทธิ รายได้ 1.6 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว (60,000 บาท) และค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ (30,000 บาท) เหลือประมาณ 1,500,000 บาท โดยเงินได้ 150,000 บาทแรกไม่ต้องนำมาคำนวณภาษี ที่เหลือนำมาคิดภาษีแบบอัตราก้าวหน้า ตกที่อัตราสูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น 285,000 บาท ดังแสดงในตาราง

เงินได้สุทธิ (บาท)

เงินได้ (บาท)

อัตราภาษี (%)

ภาษีเงินได้ (บาท)

0-150,000

150,000

0%

0

150,001-500,000

350,000

10%

35,000

500,001-1,000,000

500,000

20%

100,000

1,000,001-4,000,000

500,000

30%

150,000

รวมเงินได้สุทธิ

1,500,000

รวมภาษีเงินได้

285,000

ทั้งนี้น้องปลายฟ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว 5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินประมาณ 80,000 บาท ดังนั้นยายหลานคู่นี้จึงยังมีภาระที่จะต้องชำระภาษีเพิ่มให้กับสรรพากรอีกราว 200,000 บาทตามที่เป็นข่าว

ถึงตรงนี้ สิ่งที่พอจะช่วยประหยัดภาษีให้กับน้องปลายฟ้าและคุณยายได้บ้าง ก็คือ การเพิ่มค่าลดหย่อน ซึ่งอาจใช้วิธีการซื้อกองทุนรวม RMF หรือ LTF การซื้อประกันชีวิต หรือการบริจาคเงินบางส่วน (ถ้าตั้งใจจะบริจาคบางส่วนอยู่แล้ว) ให้กับโรงเรียนตามโครงการ 1 ได้ 2 (บริจาค 1 ส่วน หักลดหย่อนได้ 2 เท่า) เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดก็มีเงื่อนไขที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกพอสมควรเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี ในกรณีของน้องปลายฟ้า ยังถือว่ามีโชคดีอยู่บ้าง ที่ถูกรางวัลในชื่อของน้องเขาเอง เพราะจะว่าไปแล้วน้องปลายฟ้าไม่ได้มีรายได้ทางอื่น ภาษี 30 เปอร์เซ็นต์จึงคิดเฉพาะเงินได้ส่วนที่เป็นของรางวัลเท่านั้น ตรงกันข้าม หากผู้โชคดีคราวนี้เป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ของน้อง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีรายได้อยู่แล้ว กรณีนี้ไม่เพียงแต่เงินและของรางวัลเท่านั้นที่โดนภาษี 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะเงินเดือนและโบนัสของคุณพ่อ (หรือคุณแม่) น้องปลายฟ้า ก็จะต้องเขยิบอัตราภาษีเป็นระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วย (หมายเหตุ: การส่งสลากชิงโชคในชื่อลูก หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ ถือเป็นการวางแผนภาษีอย่างหนึ่ง)

กล่าวโดยสรุป ผู้มีเงินได้ทุกคน จะต้องสนใจและใส่ใจกับเรื่องภาษีให้มาก เพราะจะว่าไปแล้ว ภาษีจัดเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายสำคัญของชีวิต และเป็นค่าใช้จ่ายที่มีอัตราสูงถึง 10-37 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้เลยทีเดียว คิดง่ายๆ ก็ได้ว่า หากคุณมีเงินได้ 100 บาท และต้องเสียภาษีในอัตรา 30 เปอร์เซ็นต์ คุณจะเหลือเงินไว้ใช้จ่ายเพียง 70 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ทุกคนควรรู้วิธีการคำนวณภาษีเงินได้ทั้งแบบเงินได้สุทธิ และเงินได้พึงประเมิน รูปแบบการหักค่าใช้จ่าย การหักค่าลดหย่อนต่างๆ รวมไปถึงการกระจายฐานภาษี ในรูปแบบที่รัฐยอมหรือให้สิทธิ เพื่อใช้ในการ “วางแผนภาษี” ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ขัดต่อกฎหมาย

สุดท้ายไม่อยากให้ผู้ได้รับรางวัลต้องมานั่งทุกใจครับ เพราะท้ายที่สุดน้องปลายฟ้าก็ยังเป็นเจ้าของเงินและของรางวัลมูลค่าล้านกว่าบาทอยู่ดี คิดเอาว่าได้ “กำไร” น้อยลงหน่อยก็คงจะสบายใจขึ้น และไม่ว่าจะดูยังไงก็ยังดีกว่าคนที่ดับเบิ้ลทั้งตกงานและยังเสียภาษีอีกโขเลย

ส่วนสื่อหรือผู้ที่ไม่รู้เรื่องภาษีก็ควรหันมาศึกษาและทำความเข้าใจ โดยใช้ตัวอย่างนี้เป็นกรณีศึกษา ไม่ใช่เอาแต่ตีปี๊บแล้วทำให้คนส่วนใหญ่มองกติกาสังคมเป็นเรื่องร้ายกาจ ทั้งนี้ควรสร้างความเข้าใจให้กับคนหมู่มาก เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ชีวิตอยู่กับกติกาได้อย่าเหมาะสม

สำหรับเรื่องเงินแล้ว ทุกอย่างสามารถวางแผนและบริหารจัดการได้ ขอเพียงเราเรียนรู้และเข้าใจกฎกติกาทางการเงินครับ

[สนใจสั่งซื้อหนังสือ Financial Literacy เคล็ด (ไม่) ลับ สู่ความมั่งคั่งทางการเงิน ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.bizkons.com]




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Hiriotappa วันที่ : 06/05/2011 เวลา : 03.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ภาษีไม่โหดหรอกครับคนตั้งกฎเกี่ยวกับภาษีต่างหาก เจ้าหน้าที่ที่เดียวกัน พูดกันคนละอย่าง แต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน เท่านี้การเก็บภาษีก็โดดห่างจากความจริงไปเรื่อยๆ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เดียวกันต้องช่วยกันอยู่แล้ว เคยไปจ่ายเงินค่าโทรศัพท์เจ้าหน้าที่บอกบิลยังไม่ออก ให้รอ แต่จะไม่รอก็ได้นะ XXXXบาทค่ะ เราก็เห็นท่าไม่ดีเพราะเมื่อเช้าโทรไปถามกดเงินแล้วถึงมาจ่ายมันแค่ 3/4XXXXบาท ชั่งมันรอบิลมาเก็บแล้วกันจะได้ยืนยันไปเลยว่าเท่านี้ สิบวันต่อมาบิลก็ยังไม่มาต้องโทรไปทวง
สามวันให้หลังบิลมา เราถึงทราบว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เราสงสัยว่าทำไมมาช้า เจ้าหน้าที่บอกส่งมาตั้งแต่วันที่สี่แล้ว เราก็สงสัยเอ๊ะเราเคยไปพบเจ้าหน้าที่แกบอกว่าที่สิบ เราก็เลยบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นไปว่า เจ้าหน้าที่ที่เคยไปพบเขาบอกเราว่า บิลส่งมาวันที่สิบเอ็ด เธอวางสายไปสักพักหลังจากนั้นก็แก้ตัวแทนให้พนักงานด้วยกันว่าเป็นวันที่สิบเอ็ดจริงๆ (แต่เราเคยไปถามถึงที่แล้วเจ้าหน้าที่บอกวันที่สิบ....จับโกหกไงครับ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
WIC!!WIC!! วันที่ : 20/05/2010 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou


.....................สาธุ.......................

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
simplelife วันที่ : 11/01/2010 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/simplelife

เห็นด้วยค่ะ...ความมีโชค ควรอยู่บนความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
คนส่วนหนึ่งที่อาจไม่เคยเสียภาษีทางตรง
จึงไม่ค่อยทำใจว่าชาตินี้ต้องเสียภาษี
เมื่อมี โชคเข้ามา จึงคิดว่าภาษีกลายเป็นเคราะห์หรือมาร
ไปเสีย
สังคมจึงควรให้ความรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบในฐานะของประชาชนด้วยค่ะ
สนับสนุนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/09/2009 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภาษีโหด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน