พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องที่หก หนึ่งแตกสาม
ผู้สัมภาษณ์ ทราบมาว่าคุณสร้างหนังมาเพียงสามเรื่องเท่านั้นใช่ไหมคะ นันท์ธร ครับ ผู้สัมภาษณ์ แต่ทำไมมันสามารถแตกตัวเป็นเก้าเรื่องที่ไม่เหมือนกันเลยได้คะ เป็นเจตนาหรือเปล่า นันท์ธร เปล่าครับ มันเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่การที่มันเกิดขึ้นซ้ำถึงสามครั้งมาแล้ว ทำให้ผมก็แปลกใจเช่นกัน นี้อาจเป็นเอกลักษณ์ของผมก็เป็นได้ แต่ไม่กล้ายืนยันว่าเรื่องหน้าจะทำได้อีก
ในวงการภาพยนตร์มีผู้กำกับแปลกๆท่านหนึ่ง คือคุณนันท์ธร ปริภาษณ์ ปีนี้อายุ ๔๓ ปี สิบกว่าปีมานี้เขาสร้างภาพยนตร์เพียงสามเรื่อง แต่มันไม่ใช่สามเรื่องธรรมดา หากแต่เป็นเก้าเรื่อง เพราะหนังทุกเรื่องของเขาจะแตกตัวออกเป็นสามเรื่องที่ไม่เหมือนกันเลย ผู้สื่อข่าวสนใจในปรากฏการณ์พิเศษนี้มาก จึงขอนัดพบกับเขา เพื่อทำการสัมภาษณ์
ผู้สัมภาษณ์ อยากให้เล่าที่มา นันท์ธร ผมก็สร้างหนังเหมือนคนอื่นๆ เพียงแต่ผมจะสร้างยาวกว่าธรรมดา เพราะผมไม่มีบทที่แน่นอน เรียกว่าสร้างตอนต้นเรื่อง ไม่แน่ใจว่าตอนจบเป็นยังไง และเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามเหตุการณ์ นึกอะไรได้ก็ถ่ายเก็บไว้ คนทำงานด้วยจะปวดหัวมาก และเปลืองฟีลม์ แต่ผมเป็นนักตัดต่อ ความสุขสูงสุดในการทำหนังของผมอยู่ในห้องตัดต่อ ผมใช้เวลาหลายเดือนในการตัดต่อหนังแต่ละเรื่อง บางครั้งนานเป็นปี ผู้สัมภาษณ์ ยังไงต่อคะ นันท์ธร ผมพบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ บทภาพยนตร์เดิมของผม พอสร้างไปๆมักจะกลายพันธุ์ เหมือนสิ่งมีชีวิตที่แตกหน่อ เปลี่ยนร่าง เกิดเป็นอีกสองชีวิตใหม่ ซึ่งมักดีกว่าเดิม เช่นหนังเรื่องแรกของผม เดิมเป็นหนังฆาตกรรม ในบทมีความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางรอง ซึ่งถ่ายทำไปถ่ายทำมา ผมกลับพบว่าความสำคัญของพวกเขาน่าสนใจมาก มากกว่าระหว่างตัวพระเอกกับนางเอกเสียอีก เลยขยายกลายเป็นหนังรักอีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งลึกกว่าหนังเรื่องเดิมที่ตั้งใจไว้ กลายเป็นสองเรื่องแล้วนะครับ ต่อมาผมสังเกตความสัมพันธ์ของพระรองกับนางรองอีกคนหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจมากเช่นกัน ผมจึงขยายออกเป็นหนังชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง กลายเป็นหนังสามเรื่อง ผู้สัมภาษณ์ มันเกิดขึ้นฉับพลันเลยหรือ นันท์ธร ครับ มันเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก เหมือนเซลล์นี้เปลี่ยนรูปได้เอง แตกตัวได้ มันไวมากเลย เหตุที่มันมักเหนือกว่าต้นฉบับเดิม เพราะมันสดกว่า มีพลังแห่งการเอาตัวรอดสูงกว่า ผู้สัมภาษณ์ มันเกิดขึ้นในห้องตัดต่อเท่านั้น หรือต้องถ่ายซ่อมใหม่ด้วย นันท์ธร ส่วนใหญ่ต้องถ่ายซ่อมใหม่ด้วยครับ แต่ไม่มากนัก หนังหนึ่งเรื่องของผมจึงมักเสร็จสมบูรณ์โดยกลายเป็นหนังสามเรื่อง โดยใช้ต้นทุนต่ำครับ เพราะผมเพียงใช้จ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อยในการถ่ายซ่อม แต่อันนี้เป็นผลพลอยได้ คนดูหนังของผมเริ่มเข้าใจและพบว่ามันน่าค้นหามาก มันไม่ใช่หนังสามภาคนะครับ เพราะเรื่องราวแตกต่างกันมาก ผู้สัมภาษณ์ การแตกหน่อออกมาเรื่อยแบบนี้ มีผลร้ายต่อเรื่องเดิมไหมคะ นันท์ธร เท่าที่เห็นก็ไม่มีนี่ครับ อย่างหนังฆาตกรรมเรื่องแรกของผม ก็ยังคงเนื้อหาเดิมไว้ได้ ตัดต่อจนสุดท้ายก็เหลือหนังที่มีความยาวไม่เกินสองชั่วโมง ผู้สัมภาษณ์ คนอื่นจะเลียนแบบได้ไหม นันท์ธร คงทำยากนะครับ มันต้องเกิดจากธรรมชาติของคุณเอง ผมแต่ไหนแต่ไรมา จะเปลี่ยนบทตามเหตุการณ์ ตามบุคลิกของดาราที่เข้าฉาก มองในแง่ร้ายเหมือนผมเป็นคนใจง่าย เหมือนคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแน่ ดาราที่เล่นก็สับสนเหมือนกัน แต่มองในแง่ดีแสดงว่าผมไหวพริบดี และไวอย่างเหลือเชื่อ ผู้สัมภาษณ์ บรรยากาศในการถ่ายทำเป็นยังไงคะ นันท์ธร เพราะทีมงานของผมจะรู้วิธีการทำงานของผม พวกเขากับดาราจะอยู่ในบรรยากาศกึ่งสับสนกึ่งตื่นเต้น เพราะเราทุกคนรวมทั้งตัวผู้กำกับเอง ก็ไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันเหมือนชีวิตจริงนะครับ เช่นผมดูนางรองคนหนึ่ง ที่จริงเธอมีบทนิดเดียว เกือบเป็นตัวประกอบ แต่ดูยังไงๆเธอมีพลังมากเลย เวลาเข้าฉากทีไร ข่มทับคนอื่นหมด ผมก็แยกเธอออกมากลายเป็นนางเอกอีกเรื่องหนึ่ง เกิดขึ้นสดๆร้อนๆชั่วข้ามคืนนั้นเอง จากหนังแนวหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนเป็นอีกแนวหนึ่งอย่างหน้าตาเฉย เวลาถ่ายทำผมชอบถ่ายทุกอย่างที่แวบเข้ามาในสมอง หนังส่วนใหญ่ผมถ่ายเทคเดียว พอขึ้นเทคใหม่ผมจะเปลี่ยนรายละเอียด จนแต่ละเทคมีผลไม่เหมือนกัน จากนั้นผมจะมาตัดต่อ ลองเรียบเรียงดูว่าอย่างไหนจะมีผลที่ดีกว่ากัน ตอนนั้นคือตอนสนุกของการทำหนังสำหรับผม ผู้สัมภาษณ์ คุณนันท์ธรเหมือนตัวอมีบา ที่เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยเลยนะคะ นันท์ธร ผมคิดว่านี้คือแก่นสารของชีวิตครับ โดยเฉพาะในยุคสมัยใหม่ เราต้องไวเหมือนแสง เพราะชีวิตแท้จริงคือการกลายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกาลเวลาผ่านไป มันยิ่งกลายพันธุ์เร็วขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราช้า เราก็ตาย พริบตาเดียวหนังเรื่องนั้น เรื่องที่เราเขียนบทเมื่อสัปดาห์ก่อน อาจกลายเป็นสิ่งล้าสมัยแล้วก็ได้ เพียงเพราะสายฝนที่ตกลงมาในบ่ายวันนี้ เราต้องไวพอที่จะปรับตัวกับสายฝนที่ตกลงมา มันเกิดขึ้นเองครับ ไม่มีใครสั่ง คนที่พยายามต่อสู้กับธรรมชาติ ลบล้างสายฝนนั้น จะเหนื่อยยาก ลงทุนสูง และท้ายที่สุดกลับจะพ่ายแพ้ครับ ไม่สู้เปลี่ยนบทของตัวเอง วิ่งตามสายฝนจะดีกว่า พริบตาเดียวสายฝนนั้นจะเหมือนธรรมชาติให้มา โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ เราทำได้ หากวิธีการทำงานของเราพร้อมจะปรับตัว และตระหนักว่า สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ยิ่งมายิ่งดีกว่าเดิม ผู้สัมภาษณ์ ในวงการมีการถกเถียงกันมาก บางคนว่าคุณเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก บางคนบอกว่าคุณกำกับหนังไม่เป็น เลยปล่อยให้ดาราเล่นตามใจชอบ นันท์ธร ( หัวเราะ ) ผมเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน แต่คนที่วิจารณ์ผมลืมไปอย่างหนึ่งว่า ผมซื้อหนึ่งได้สาม ถ้าพวกเขาเรียงหนังสามเรื่องของผมเข้าหากัน จะเห็นภาพที่ชัดเจนกว่า ผมไม่ได้ให้ดาราเล่นตามใจชอบหรอกครับ เพียงแต่ผมให้อิสระพวกเขามากหน่อย ผมพยายามมองหาอะไรบางอย่างในตัวพวกเขา บ่อยครั้งคนที่เล่นถูกวางบทเป็นพระเอก พอเล่นไปเล่นมากลายเป็นตัวผู้ร้ายไปเลย เพราะผมเห็นว่าหากเขาเป็นผู้ร้าย เรื่องจะเหมาะสมกว่า ผมเปลี่ยนใจกลางคัน แต่นี่ก็คือชีวิตนะครับ
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||