• โฟล์คเหน่อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lumpha@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 106674
  • จำนวนผู้โหวต : 696
  • ส่ง msg :
more
โฟล์คเหน่อ
เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝี่งแม่น้ำสุพรรณฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/folkner
วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550
สายลมใต้ปีก : นกพเนจรในห้วงสายลมแห่งความแปรปรวน
Posted by โฟล์คเหน่อ , ผู้อ่าน : 1564 , 00:57:45 น.   | หมวดหมู่ : วิถีชีวิต  
พิมพ์หน้านี้


สายลมใต้ปีก  : นกพเนจรในห้วงสายลมแห่งความแปรปรวน

   

   1.

     ท่ามกลางวิถีการพัดพาของสายลมแปรปรวน โดยสองปีกนกอันอ่อนล้านั้น มิอาจกำหนดทิศทางการโบยบินได้ตามความต้องการของหัวใจในวิถีแห่งเจ้านกน้อยตัวนั้น

    หากแต่เป็นไปตามวิถีแห่งความแปรปรวนของสายลมแห่งชะตากรรมจะเหนี่ยวดึง

    วิถีแห่งลมที่เปลี่ยนทิศทางการโบยบินของนกตัวหนึ่ง  ไปสู่อีกวิถีโดยมิทันได้ตั้งลำสองปีกเตรียมรับ ส่งผลให้จุดหมายที่มุ่งมั่นตั้งใจไว้เลือนลับ อาจกลับกลายเป็นอีกหมุดหมายปลายทางของอีกฝั่งเส้นขอบฟ้า ที่รอสายลมแห่งชะตากรรมจะนำพาไป

   โดยอาจจะไปถึงหรือไม่ถึง มีหรือไม่มี ไม่อาจหยั่งรู้

    สองปีกที่หน่วงหนักด้วยความผิดหวัง เหนื่อยล้า  อ่อนแรง ในวันวิถีที่พลิกผัน

    หากแต่หัวใจที่ไม่ยอมแพ้เท่านั้น  ทำให้การฝืนฝ่าโบยบินไปกลางสายลมแห่งชะตากรรม จึงยังมีต่อไป

   ขณะท่ามกลางความแปรปรวนแห่งสายลม ขณะห้วงแห่งความอ่อนล้าของสองปีก ขณะหวั่นไหวแห่งความไม่แน่นอนของวิถีและจุดหมายปลายทาง ขณะที่รอบข้างรกครึ้มไปเมฆหมอกทมึนดำ....

   

     มีความงดงามบางอย่างเกิดขึ้น.......เป็นเสมือนแสงส่องนำทาง และสายลมใต้ปีก

2.

    วิกฤตการณ์ความพลิกผันของเศรษฐกิจเมืองไทย เมื่อกลางปี 2540 เป็นเสมือนพายุใหญ่พัดโหม กระพือพาให้ชะตาชีวิตของสามนักดนตรีประจำผับเพื่อชีวิตเมืองสุพรรณ ต้องพลิกผันมายืนอยู่ในมุมหนึ่งของตลาดนัดเปิดท้ายคุณาวรรณ อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม

    เสียงเพอร์คัสชั่น แอคคอร์เดี้ยน หยอกล้อกับกีตาร์โปร่ง ทาบทาเป็นพื้นหลังให้กับเสียงเพลงที่กึ่งร้องกึ่งตะโกน ขณะที่รายรอบข้างอึงอลไปด้วยเสียงเพลงจากเครื่องเล่นซีดี  เสียงตะโกนเชิญชวนซื้อขายสินค้า เสียงต่อรองราคา เสียงพูดคุย และเสียงเท้าเหยียบเดินพื้นของคนนับพัน

     ขณะที่การบรรเลง ร้องของสามศิลปินไม่มีเครื่องขยายเสียงใด ๆ รองรับเลยสักชิ้น ส่งผ่านไปแบบเล่นร้องเท่าใดออกไปได้เท่านั้น

     “ร้องเล่นไป ไอ้หนุ่ม เสียงเอ็งดี ข้าชอบ  เทปขายไม่ได้ ไม่ดัง ช่างแม่งมัน..ชะอุ๊ย” พูดเสร็จ ชายวัยเกือบเลขหก ก็ทำถ้าเอามืออุดปากตัวเอง แล้วมองเลิกลั่ก ไปรอบข้าง เสมือนกลัวคนอื่นได้ยินคำไม่สุภาพที่ตัวเองหลุดจากปากออกไป      

     แต่ใครจะได้ยินหรือไม่ได้ยินไม่รู้ ผมกับเสมและนพ รวมทั้งไทยมุงที่ยืนอยู่รายรอบนั้นได้ยินกันทั้งหมด ต่างก็ส่งเสียงหัวเราะและหน้าเปื้อนยิ้มกันทุกคน

3.

      หลังคืนวันที่ถูกพักงานจากผับเพื่อชีวิตแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณฯ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากปัญหาเงินบาทลอยตัวเมื่อกลางปี 2540

      นักเที่ยวผับฟังเพลงเพื่อชีวิต ต่างตกอยู่ในสภาวะเดียวกับคนในทุกสาขาอาชีพ ไม่มีเงินจับจ่ายเพื่อการดื่มกิน หยุดเที่ยวกลางคืน นับจำนวนคนเข้าผับน้อยลงทุกวัน สถานบันเทิงต่างทยอยปิดตัวลง จนที่สุดก็มาถึงผับเพื่อชีวิตที่ผมเล่นประจำอยุ่ ก็ประกาศปิดตัวเองลงด้วยเช่นกัน ปล่อยให้พนักงานในร้าน เด็กเสิร์ฟ พ่อครัว นักดนตรี แตกซ่านกระเซ็นไปตามชะตากรรม

   วิถีชีวิตของคนร้องเพลงหาเงินเลี้ยงชีพทางเดียวอย่างผมนั้น ถือเป็นมรสุมลูกใหญ่ของชีวิต ส่งกระทบสู่ความรู้สึกอันอ่อนไหวให้ต้องนอนทำใจอยู่หลายวัน

     

     เสมและนพ เพื่อนผู้ร่วมชะตากรรม นำพาวิถีนักดนตรีเดินทางมาสู่ผมในบ่ายวันหนึ่ง

     รถดัตสันสีสัม รุ่นช้างเหยียบ ติดสติ๊กเกอร์คำว่า “โฟล์คเหน่อ” ตัวใหญ่ไว้ที่แผงกระจกหน้า คือพาหนะนำพาสามชีวิต เคลื่อนไปพร้อมวงรอบล้อหมุนและหลักไมล์ถนน มุ่งสู่ใจกลางตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ทั่วเมืองสุพรรณ และค่อย ๆ ตีวงกว้าง ออกไปต่างจังหวัดรอบๆ และกลายเป็นทุกจังหวัดในเขตภาคกลาง

     วิถีชีวิตของนักดนตรีใต้ดิน ที่มียอดจำหน่ายเทป ซีดีเพลงแต่งเอง ร้องเอง เป็นความหวังดาบหน้าในแต่ละวัน  โดยมีตัวแปรสำคัญอยู่ที่ผู้บริโภคแบบเดินผ่านมาเห็น แล้วสะดุดในน้ำเสียง หรือผู้บริโภคที่ต้องการให้กำลังใจ แบบคนเข้าใจวิถีชีวิตแห่งพวกเรา

     วิถีของคนแต่งเพลงเอง ร้องเอง และมาขายเอง

      ตลอดช่วงเดินทางนับพันกิโล ผมไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากำลังใจจากสหายเพื่อนร่วมทางทั้งเสมและนพ คือพลังที่มีคุณค่ามหาศาลที่ผมไม่อาจลืม

       ลำพังผมคนเดียว วิถีทางเช่นนี้ผมคงขี้ขลาดเกินไปที่จะกล้าออกไปเผชิญหน้า

       “นพ” วิศวกรหนุ่มผู้พักวิถีงานในกรงกรอบของกฎเกณฑ์  คือผู้ชี้นำหมุดหมายปลายทางการเดินทางของแต่ละวัน โดยมีส่วนร่วมในการเคาะเพอร์คัสชั่นจังหวะแห่งเพลง

       “เสม” หนุ่มชาวสวนที่ยอมละทิ้งสวนมะม่วงช่วงครึ่งวันหลัง เพื่อนำพาหนะคันเก่าคู่ใจตะลุยไต่เส้นทางกว่าร้อยกิโลเมตรในแต่ละวัน โดยมีส่วนร่วมในการเล่น แอคคอร์เดียน ช่วยสร้างสีสันเพลง โดยไม่เคยมีคำว่าถอยให้ได้ยินจากผู้ชายร่างท้วมคนนี้

      “เดินหน้าอย่างเดียว” ทุกครั้งที่เสมเห็นอาการของผมจะดูท้อแท้ เสมจะให้กำลังใจด้วยคำ คำนี้เสมอ

        ขณะที่สายลมร้ายพัดพาให้ผมเป็นคนตกงานชั่วข้ามคืน แต่ต่อมาสายลมแห่งโชคชะตาอีกสายกลับนำพาให้ผมพบเพื่อนแท้ถึงสองคน

          นี่กระมัง ที่เขาเรียกว่า....มิตรแท้ยามยาก

          นี่กระมัง สายลมใต้ปีกที่คอยช่วยประคับคองนกน้อยยามเหนื่อ

4.

       ทุกวันอาทิตย์ หมุดหมายปักหลัก ร้องเล่นดนตรี พร้อมการขายเทป ซีดีเพลงแต่งเอง ร้องเอง ของเราสามคนมักจะละลายรวมอยู่กลางผู้คนนับพันนับหมื่น ที่กลางตลาดนัดเปิดท้ายคุณาวรรณ

     และที่นี่เกือบจะทุกอาทิตย์เช่นกันที่ชายวัยใกล้หกสิบแต่งตัวปอน ๆ  เท้าเปลือยเปล่า ไม่ใส่รองเท้า  เพียรเฝ้ามาเลียบเคียงเมียงมอง สุดท้ายก็ปูกระดาษหนังสือพิมพ์นั่งกับพื้น แล้วฟังพวกเราร้องเพลงทุกเพลงอย่างตั้งใจ

    และทุกครั้งที่สิ้นเสียงเพลงจากพวกเรา เสียงปรบมือตอบรับให้กำลังใจจากแก ก็จะดังทุกครั้งตลอดการแสดง

    หรือนี่อาจเป็นอีกเหตุผลกระมังที่ทำให้พวกเราต้อง เดินทางมาตลาดนัดคุณาวรรณทุกอาทิตย์มิได้ขาด

    บางอาทิตย์เราขายเทป ซีดี ไม่ได้ซักแผ่น หากแต่เรากลับมีเสียงหัวเราะลั่นรัวอยู่ในรถตลอดทางเดินกลับสู่บ้าน

     ผู้ชายวัยใกล้ 60 ผู้อ้างตัวเองว่าเป็นโสดตลอดกาลคนนี้ ลุยทะเลคนเข้ามาหาพวกเราที่ล๊อคขายของกลางตลาด พร้อมด้วยรถมอเตอร์ไซด์คนเก่ามาก ๆ คันหนึ่ง มีดปลายแหลมที่พกมาด้วยคือกุญแจที่ใช้ปิดเปิดรูกุญแจมอเตอร์ไซด์คันเก่า

      ช่วงเบรกเหนื่อย   พวกเรามักนั่งฟังและหัวเราะกับมุกตลกเรื่องเล่าของแกซึ่งมีอยู่มากมาย

     

      วิถีของคนร้องเพลงเล่นดนตรี แบบมีต้นทุนที่ค่าน้ำมันรถ ค่าที่วางแบสินค้า  โดยมีสินค้า ประเภท เทป ซีดี เป็นตัวแลกเปลี่ยนกับเงินเพื่อให้ได้มาใช้จ่ายเป็นค่าต้นทุนดั่งกล่าว

      หากแต่บางวันสินค้าของเรานั้นขายไม่ออกเลยสักชิ้นด้วยเงื่อนไขปัจจัยทางการตลาด จากผู้บริโภค และจากตัวสินค้าเอง

       แต่น่าแปลก ที่พวกเรากลับหัวเราะเริงรื่นอยุ่ได้ไม่ขาด ขณะ ณ ห้วงเวลานั้น ความท้อแท้ควรจะกดทับพวกเราให้นั่งจ่อมจม

    

      มิตรภาพที่เกิดจากการเดินทางของพวกเราสามคนเพื่อมาบรรจบกับกำลังใจจากผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีเพียงคำพูดประโยคสั้น ๆ ยืนยันบ่อยครั้งว่า “ข้าชอบพวกเอ็งว่ะ”

      จึงไม่แปลกที่ก่อนจากลากันตอนตลาดนัดวายก่อนดึกดื่น คำมั่นสัญญาว่าอาทิตย์หน้ามาเจอกันใหม่ จึงเป็นคำเอ่ยสุดท้ายก่อนจากกันทุกครั้ง

      หรือนี่คืออีกหนึ่งกำลังใจที่เป็นเสมือนสายลมใต้ปีกของนกที่คอยประคับประคองปีกนกยามอ่อนล้าให้มีแรงบินสู้ต่อไป อันนอกเหนือจากแรงซื้อของผู้อุปการคุณทุก ๆ ท่าน ที่ช่วยซื้อเทป และซีดีของพวกเราจนทำให้เราฝ่าฟันผ่านพ้นมรสุม ของวิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540 มาได้จนทุกวันนี้

      ผมจึงยังเชื่อว่าในความมืดมัวของเมฆหมอก  แรงลมปรวนแปร รบกวนการโบยบินของปีกที่อ่อนแอ อ่อนล้า กลางชะตากรรมแห่งสายลมร้าย บางทีอาจเป็นเพียงแค่บททดสอบความแข็งแกร่งแห่งชีวิตบทหนึ่ง ให้เราต้องสู้ โดยมีมือแห่งความหวังดีแอบหยิบยื่น บางสิ่งบางอย่างให้กับชีวิตเรา เสมือนให้เป็นสายลมใต้ปีกคอยประคับประคองให้เรารอดพ้นบ่วงร้ายแห่งสายลม

      และที่สำคัญยิ่งหลังผ่านบททดสอบ สายลมใต้ปีก สายลมแห่งความหวังดีนั้น ยังคงมอบบางสิ่งบางอย่างนั้นให้อยู่กับเรา เสมือนเป็นรางวัลอันล้ำค่าที่ควรได้รับ หลังผ่านคืนวันอันเลวร้าย

      นพและเสมยังเป็นเพื่อนและเป็นตัวหลัก ร่วมตระเวณเล่นคอนเสิร์ตอยู่กับผมจนทุกวันนี้ ขณะที่จำนวนสมาชิกในวงมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหลายคน

      แต่ต้นสายเลือดที่ก่อเกิดกลุ่มศิลปินโฟล์คเหน่อจริง ๆ  คือเราสามคน

     

 

เพลงข้างถนน   ศิลปินโฟล์คเหน่อ

>

:::คลิ๊กชมเรื่องย้อนหลัง "รำลึกราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์:::

ยล้า

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 37
Thaihippy วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 12.19 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..เพิ่งกลับจากงานในพื้นที่..พบข่าวการตัดสินงานเขียน ต้มยำกุ้ง ดีใจด้วย...เยี่ยมมาก

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 36
Hudjung วันที่ : 26/08/2007 เวลา : 07.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Hudjung

ยินดีด้วยนะ
ความคิดเห็นที่ 35
Dekthep วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 15.52 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ยินดีด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 34
Dekthep วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 15.52 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ยินดีด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 33
อะหนึ่ง วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 02.54 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

แวะมาอ่าน และแสดงความยินดี กับ พี่โฟล์คเหน่อ ด้วยครับ

อ่านงานของท่านแล้ว นึกถึงความคิดของตัวเอง เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา
"แล้วชีวิตเราจะเดินในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ และวันต่อๆไปได้อย่างไร"
10 ปีผ่านมา "ช่างไม่น่าเชื่อ เรานำพาชีวิตเดินมาถึงวันนี้ได้อย่างไร"

อะหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 32
จันทร์รำไร วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/amnatpanpong

บล็อกของคุณเปี่ยมด้วยจินตนาการ และความมีชีวิต!
ขอชื่นชมด้วยใจจริง ผมเป็นเพียงนักหัดเขียน ขอบคุณที่คุณมีใจกับงานเขียนชิ้นเล็กๆ นี้
ด้วยมิตรภาพ
ความคิดเห็นที่ 31
sat11 วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 18.32 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

จากประสบการณ์โดนตรงๆ...ความสุขของคนเราอยู่ที่ใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
Chaiyon วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 15.31 น.
http://www.oknation.net/blog/Akemongkol

เพราะครับเหน่อๆ นุ่มๆ แบบนี้ต้องเป็นศิลปินชาตินี้แหละครับ ไม่ต้องถึงชาติหน้าหลอก....วันอาทิตย์ที่ 8 นี้ ดีเจง คลื่น FM 94.25 MHz จะรวมหัวไปทำบุญทอดผ้าป่าสร้างเมรุเผาศพให้ ที่วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม อ. ด่านช้าง จังหวัดพี่โฟล์คนี่แหละ เห็นพรรคพวกบอกว่าจะมีคอนเสิร์ตเล็กๆ ด้วยนะครับตอนกลางวันก่อนเที่ยง(เขาบอกว่าอยู่กลางไร่อ้อย-คอยรัก ด้วย) ต้องขออนุญาตศิลปินเจ้าที่ก่อนนะครับ จะไปร่วมแจมด้วยก็ดีสิ เชิญนะครับท่านพี่
ความคิดเห็นที่ 29
ทาคุ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/aran

เสียดายจัง เราไม่มีลำโพงฟังเพลงของโฟล์คเหน่อเลยอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
คุณโฟล์คเหน่อ จากบลอกนู้น
ความคิดเห็นที่ 27
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 09.47 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......

ฟังเพลงโดยไม่ต้องอ่านเนื้อหา
พิมว่ามันก็บอกเรื่องราวและตัวตนของพี่ได้แล้วนะคะ
คนอยู่ไกลขอให้กำลังใจด้วยการ +1 ก็แล้วกันคะ
ความคิดเห็นที่ 26
Thaihippy วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 09.05 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

...บิน,,บิน ไปเรื่อยๆ...แล้วจะเจริญๆๆ
ความคิดเห็นที่ 25
HOF วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 01.09 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

ช่วงนั้นผมก็แทบแย่เลย ต้องเปลี่ยนอาชีพตลอด คือทำอะไรก็ไม่ดีเลย กว่าจะใช้หนี้หมดก็ปีที่ผ่านมานี้เอง ดีน่ะที่คุณลำภา ใช้เสียงเพลงเลี้ยงชีพ ยังไงก็ยังลดความเครียดของตัวเองได้บ้าง

ชวนมาดูหนังไทยเรื่องแรกครับ
http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/07/03/entry-1
ความคิดเห็นที่ 24
get_away วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 22.23 น.
http://www.oknation.net/blog/get

เจ๋งค่ะพี่โฟล์คเหน่อ......


ความคิดเห็นที่ 23
น้าวัชร-จัดให้ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/na-watch

ขอบคุณที่แวะไปอ่านความใจใจครับ
ความคิดเห็นที่ 22
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.49 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เปิดบลอกนี้ขึ้นมา ...

ได้ยินเสียง ...แล้วร่มรื่นใจดีค่ะ

เสียงนุ่มค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
สงราษฎร์ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

วันนี้ฟังเพลงได้ เฉพาะบ้านคุณ บ้านคนอื่นเครื่องเราไม่อนุญาตให้ฟัง แปลก
ต้องอ่านสองรอบเพราะ รอบแรกมัวแต่ฟังเพลง รอบสองอ่านเข้าใจมากขึ้น
นับถือคนสู้ชีวิต และมิตรภาพที่ได้เจอะเจอระหว่างสัญจร...
ขอให้พลังในการนำเสนอบทเพลงดีๆ อยู่กับพวกคุณตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 20
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ทำตามใจที่เรารัก คือเกียรติศักดิ์ลูกผู้ชาย
ความคิดเห็นที่ 19
feng_shui วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

มาฟัง เพลง ใต้ดิน สายลมใต้..ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
BlueHill วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.25 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

พรุ่งนี้จะกลับมาอ่านอีกรอบครับ

วันนี้เอาการบ้าน ตอบ tag มาให้ครับ
http://www.oknation.net/blog/charlee/2007/07/04/entry-2
ความคิดเห็นที่ 17
chompoopookha วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

แสดงว่ารู้ซึ้งถึงรสชาติ
ของต้มยำกุ้งอย่างแท้จริง
แซ่บอีหลีเลยใช่ไหมลูกพี่
(กินอะไรมา กวนได้กวนดี หืม)
ความคิดเ