• โฟล์คเหน่อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lumpha@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 286
  • จำนวนผู้ชม : 96075
  • จำนวนผู้โหวต : 665
  • ส่ง msg :
โฟล์คเหน่อ
เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝี่งแม่น้ำสุพรรณฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/folkner
วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม 2550
:::เปิดย่ามค้นต้นฉบับกวี:::โครงการเปิดกรุประสานรัก สาย B::::
Posted by โฟล์คเหน่อ , ผู้อ่าน : 1016 , 01:20:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


    :::  เปิดย่ามต้นฉบับกวี:::::   

     ช่วง ปี 2535และปี 2536 คือปีที่ผมเขียนงานกวีได้มากที่สุด อาจเป็นด้วยหลายสาเหตุรวม ๆ กัน

     สาเหตุอันดับต้น ๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของสถานที่ที่อยู่อาศํยอันเป็นชุมชน ที่มีสภาพแวดล้อม และ ภูมิอากาศ อันเหมาะสมสำหรับเพาะพันธุ์ถ้อยคำกวี 

     ทำไมผมถึงเชื่อเช่นนี้

     ก็คุณลองคิดดูสิ ในปี พ.ศ. นั้น เหล่ากวีหนุ่ม รุ่นใหม่ ไฟแรง หลากหลาย ต่างก็เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่กันกระจัดกระจาย ไปทั่วทุกซอกทุกซอย ณ.อาณาบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงขณะนั้น เพื่ออยู่อาศัยและใช้เป็นแหล่งลงมือเพาะพรวนถ้อยคำสร้างงานเขียน ด้วยพลังแรงไฟฝันอันเต็มเปี่ยมและลุกโชน

     ครั้นยามว่าง เหล่ากวีก็จะมารวมกันที่ร้านกาแฟจุดนัดพบ เพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เรื่องงานเขียนและเรื่องสัพเพเหระกัน มีทั้งอย่างเคร่งเครียดและสนุกสนาน

      และที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือการนำงานเขียนชิ้นใหม่ล่าสุดของแต่ละคน มาแลกเปลี่ยนเวียนกันอ่าน และวิจารณ์ เพื่อให้เห็นข้อดีข้อด้อยของงาน รวมไปถึงให้ได้เห็นพัฒนาการในตัวงานของแต่ละคนด้วย

     ขณะเดียวกันการนำหนังสือเล่มที่ตีพิมพ์งานชิ้นใหม่ของกวีหนุ่มหน้ารามบางคนในกลุ่ม  ก็จะถุกนำมาอวด และเป็นประเด็นพูดคุย อำกันเล่นอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางกลิ่นกรุ่นกาแฟ

      จึงไม่ต้องแปลกใจเลย หากกวีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มกวีหน้ารามมีผลงานตีพิมพ์ในหน้านิตยสาร  ทุก ๆ คนในกลุ่มก็จะร่วมรู้ไปด้วยโดยปริยาย โดยไม่ต้องไปซื้อหาหนังสือเล่มนั้นมาอ่าน

       ขณะเดียวกันอีกหนึ่งสีสันของกวีหน้ารามขณะนั่นคือรายการลุ้นหน้าคอลัมภ์กวีในหนังสือแบบสนุกสนานตื่นเต้นก็จะมีกันทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  

        การลุ้นว่ากวีของใครชิ้นไหนจะได้ลงตีพิมพ์บ้าง คือสีสันที่สนุกแต่ก็คละเคล้าไว้ด้วยเรื่องจริงที่น่าเศร้าแฝงเร้นอยู่

          หน้ากวีของหนังสือรายเดือน รายปักษ์ และรายสัปดาห์ ที่ใจกว้างเปิดคอลัมภ์กวี เพื่อให้สนามแจ้งเกิดกับกวีหน้าใหม่ หน้าเก่า คือสีสันและความตื่นเต้น ที่ทำเอาเหล่ากวีแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนในค่ำคืนก่อนวันหนังสือวางแผง

           เสมือนซ่อนเร้นลึกอยู่ในใจ แต่แท้ที่จริง มันมิได้แอบซ่อนเร้นอยู่เลยสักนิด ซึ่งเหล่าผองเพื่อนกวีทุก ๆ คนต่างก็รู้อยุ่แก่ใจดีว่า ความหมายของการลุ้นบทกวีตีพิมพ์ ในแต่ละสัปดาห์นั้นมันมิได้จบลงแค่การเห็นชิ้นงานของตัวเองตีพิมพ์ หรือไม่ได้ตีพิมพ์ แต่มันยังหมายรวมไปถึงความแน่นนอนและไม่แน่นอนในสภาพความเป็นอยู่ ที่เกี่ยวโยงไปถึงเรื่องปากท้องและที่อยู่อาศัยของกวีในช่วงระหว่างเดือนและปลายเดือนด้วย

        ไถ่ถามถึงรายได้เพื่อเป็นค่าเช่าบ้านปลายเดือน ค่าข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ น้ำปลา ปลากระป๋อง และถั่วเขียวกับน้ำตาล แล้ว รายได้หลัก ๆ ณ. ขณะนั้นหลายคนต่างก็ล้วนรอความหวังที่ชิ้นงานกวีของตัวเองจะได้ตีพิมพ์ในหน้าหนังสือทั้งสิ้น

        การโหนรถเมล์เพื่อไปเบิกค่ากวี ที่สำนักพิมพ์หนังสือ คือภารกิจที่เราต้องรีบทำทันที เมื่อเห็นงานของตัวเองได้ตีพิมพ์

        และเมื่อได้เงินมาแล้ว ก็ต้องไม่ประมาทในการใช้จ่าย เพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า งานเขียนกวีนั้นใช่ว่าจะมีงานตีพิมพ์ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ก็หาไม่ บางทีเดือนหรือสองเดือน งานกวีของตัวเองยังไม่ได้รับการตีพิมพ์สักชิ้น

          คุณลองนึกมโนภาพกันเอาเองก็แล้วกัน เหล่าผองเพื่อนกวีหน้ารามผู้รักอิสระ โดยมิยอมจำนนกับกรอบกรงการงานประจำ และอหังการ์ยังชีพด้วยรายได้จากชิ้นงานกวีที่รอลุ้นตีพิมพ์แต่ละสัปดาห์   โดยมีอัตราค่าตอบแทนต่อชิ้นงานกวี ณ.   ปี  พ.ศ. นั้น ก็ประมาณชิ้นละ 200 บ้าง 300 บ้าง ดีหน่อย ก็ 500 หรือดีมาก ก็ 800หรือ1000 แล้วแต่เล่มหนังสือ

       คุณลองคิดดูถ้าพวกเราไม่ได้มีงานตีพิมพ์ แบบสองเดือนติดกัน คุณก็ลองคิดดูกันเอาเองเถอะครับ ว่าสภาพจะเป็นเช่นไร

       ดังนั้นที่เขาบอกกันว่า กวีไส้แห้ง นั้นเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน ก็ยังคงใช้ได้อยู่อย่างมิมีข้อคัดค้านอันใดให้ต้องถกเถียงกันเลย โดยเฉพาะมวลมิตรกวีหน้าราม....ย่อมรู้ซึ้งคำนิยามนี้ดี

       แต่...ขอร้อง คุณอย่าได้คิดเลยเถิดเกินเลยไป จนขนาดเห็นภาพพวกเราถอดเสื้อผ้า คว้ากางเกงไปจำนำ เลยนะครับ อย่า ... อย่า...ให้ถึงขั้นนั้น เพราะ ที่สุดแล้ว ... ผองเพื่อนกวีหน้ารามก็ไม่เคยทอดทิ้งให้เพื่อนๆ ในกลุ่มต้องอดข้าวอดน้ำจนตายคาห้องกวีหรอกครับ........

       ก็กลุ่มกวีหน้ารามเขารักกันจะตายไป......

      เขียนเกริ่นบอกเล่าวิถีชีวิต ช่วงเขียนกวี ก็เพื่อจะนำเอาต้นฉบับงานกวี และต้นฉบับเรื่องสั้น เก่า ๆ ที่สะสมเอาไว้ มาอวดให้ได้ชมกัน มันอาจจะมองดูไม่มีค่านักกับคนทั่วไป  แต่สำหรับผมแล้ว ทุกต้นฉบับที่เป็นทั้งลายมือเขียน และพิมพ์ดีด เมื่อได้หยิบต้นฉบับเก่า ๆ แต่ละชิ้นขึ้นมาอ่าน มันเสมือนการได้ย้อนคืนไปสู่วันเวลา ณ.ขณะจดจาร อักษร อารมณ์ ความคิด ความรุ้สึก และสภาพชีวิต ณ. ขณะนั้น  ก็จะชัดเจนในความทรงจำ ขึ้นมาทันที

       ณ. บัดนี้ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางย้อนรอยสู่ความทรงจำไปกับ ต้นฉบับกวีของผมได้เลยครับ....

       

 

......และนี่คือส่วนหนึ่งของต้นฉบับกวีของผมเองซึ่งยังมีอีกนับร้อยชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ถือโอกาสนี้รื้อค้นออกมาให้ดูกัน และร่วมเข้าโครงการ "เปิดกรุ ประสานรัก ของแม่นาง เฟิงสุ่ยเขาด้วย ชอบไม่ชอบ โหวตไม่โหวตไม่เป็นไร ขอแค่ภาคภูมิในการนำเสนอครับ....บ๊าย บาย....ยู้ฮู้....เย้ว เย้ว....?

หนึ่งโหวตมีค่าถ้ายั้งคิด

ช่วยชีวิตกวีต่อไปได้

ซื้อม่าม่ายำยำหรือไวไว

กับไข่ไก่ก็สุขขีกวีเอย.ฯ

......................

กติกาการโหวต

:::วันโหวตรอบแรก:คือวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550 เวลา10.00น.เป็นต้นไป จนปิดการโหวตเวลา22.00น.:::

:::โหวตรอบที่สอง:::คือ วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม2550 เวลา10.00น.เป็นต้นไป จนปิดการโหวตเวลา22.00น. :::

สถานที่โหวตเสียง::::ที่

http://www.oknation.net/blog/buzz/2007/09/25/entry-1

:::บัดเดี๋ยวนี้:::

:::เพลงฝากหวัง:::
::::คำร้อง:::พจนาถ พจนาพิทักษ์
:::ทำนอง:::ปราศ  ราหุล
:::ขับร้อง:::ลำภา  มัคศรีพงษ์ (ศิลปินโฟล์คเหน่อ)
....................................

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 69
หมีปิศาจ วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 15.25 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือในอุดมการณ์ และจิตวิญญาณความเป็นกวีอิสระครับ +1

ผมยอมรับเลยว่าเคยคิดอยากเป็นนักข่าวกีฬา แต่ได้ยินมาว่าทำงานข่าวรายได้น้อย ผมก็ทิ้งฝันไปรับจ้างเป็นพนักงานเอกชน ตอนนี้นับว่าโชคดีที่ได้สานฝันในวัยเยาว์แม้ไม่ต้องเป็นนักข่าวกีฬา

อ่าน 2 ย่อหน้าแรกเกี่ยวกับกลุ่มกวีหน้าราม ทำให้ผมนึกถึงฉากแรกๆ ในหนังเรื่อง เชคสเปียร์ อิน เลิฟ เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 68
ไอ้ปลง วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/iplong

โทดทีนะพี่
ผมเพิ่งเข้ามาอ่านหลังจากที่เขาปิดหีบไปแล้ว

ขอชมว่าพี่เก็บต้นฉบับทั้งร่างแรก ๆ และหน้านิตยสารที่ได้ตีพิมพ์ดีมาก ๆ มีทั้งวัตถุพยาน และความทรงจำที่ไม่มีวันหล่นหาย...

อ่านที่พี่เขียนถึงบรรยากาศหน้ารามช่วงคาบเกี่ยวกับตอนที่ผมเข้าไปแฝงและฝังตัวอยู่แล้ว อย่างที่หลายคนว่าครับ
มันเหมือนได้ระลึกชาติจริง ๆ

ผมเคยบอกเพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายคนที่เคยสัญจรอยู่แถวหน้าราม ว่าน่าจะเขียนอะไรถึงชีวิตและกิจวัตรช่วงนั้นหน่อย

บันทึกไว้ในฐานะหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรม
ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ระดับชาติ ก็ขอให้เป็นประวัติศาสตร์ของคนเล็กคนน้อย และปวศ.ของตัวเอง

เชียร์ส่งคนอื่น แต่ผมเองยังไม่ได้ทำ อิอิ

มาอ่านชิ้นนี้ของพี่ทำให้เกิดแรงผลักบางอย่างอีกครั้ง

คุ้น ๆ และคล้าย ๆ ว่า
ห้องกวีที่เต็มไปด้วยหนังสือและตลัปเทปคาสเซ็ทมากมายนั้น
ครั้งหนึ่งผมได้ไปเยือนแล้ว
หรือมิใช่...

ผมขอระลึกชาติก่อน
ความคิดเห็นที่ 67
ผักกระเฉด วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/pakkrached
บ้านแห่งเสียงเพลงของผักกระเฉด....... หนูเป็นเด็ก พูดไม่เก่ง เขียนไม่เก่ง ชอบเปิดแต่เพลงค่ะ

สวัสดีจ๊าพี่โฟล์คสุดหล่อจ๋า

หนูแวะมาแอบเปิดย่ามของพี่ล่ะ โอ้โห .... พี่โฟลค์สุดยอดเลย เก่งเจง เจง อดทนที่สุดเลย ขอให้พี่โฟล์คเป็นนักเขียนชื่อดัง ขายหนังสือได้เยอะ ๆ แล้วก็ขายเพลงได้เยอะ ๆ ด้วยจ๊า

** พี่โฟล์ค กระเฉดเปลี่ยนสีบล็อกใหม่ พี่ไปดูให้หนูทีจิว่าสีนี้สวยยังอะ ปิดเทอมแล้ว หนูคงได้มาเที่ยวบล็อกพี่บ่อย ๆ นะจ๊ะ **
ความคิดเห็นที่ 66
chompoopookha วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

มาเกือบไม่ทัน แต่ก้อมาเป็น 1 กำลังใจให้แล้วนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 65
ปี๊นปี๊น วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 00.43 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

พรุ่งนี้ผมจะโหวตให้นะครับน้า
ความคิดเห็นที่ 64
สงราษฎร์ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 22.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

เพลงประกอบ...ทำเอาผม..นั่งนิ่งๆไปพักใหญ่...
คนบ้านนอกแบบผมเข้าใจดีครับเวลา....อด...
ความคิดเห็นที่ 63
ขุนเขายะเยือก วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/niran
มหาวิทยาลัยชายขอบ

ให้กำลังสหายกวี...ทุกๆท่าน.....เส้นทางเดิน...ยังอีกยาวไกล...สำหรับการทำงาน...เพื่อประชา........
ความคิดเห็นที่ 62
ขุนเขายะเยือก วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/niran
มหาวิทยาลัยชายขอบ

ให้กำลังสหายกวี...ทุกๆท่าน.....เส้นทางเดิน...ยังอีกยาวไกล...สำหรับการทำงาน...เพื่อประชา........
ความคิดเห็นที่ 61
apooh วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.04 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

มาอ่านก่อน ตัดสินใจโวท ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 60
ป๋าโด่ง วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 16.07 น.
http://www.oknation.net/blog/idongphoto
" คนไทยที่ปลายด้ามขวาน "

จะแวะมาบอกว่า

ไปโหวต...ให้แร้วคับ
ความคิดเห็นที่ 59
chalee วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 12.56 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee

แวะมาอีกรอบ

พี่ พี่ ย่ามพี่อะ ย่ามโดเรม่อนเปล่าพี่

ทำไมเก็บต้นฉบับได้เยอะจัง

ขอให้กะตังส์ไหลเข้าย่ามเยอะ ๆ นะพี่
จะได้เอาไว้ซื้อ มาม่า ยำยำ ไวไว ไง

:) ชาลี :)
.ღ ღ ღ ღ.
ความคิดเห็นที่ 58
น้ำอมฤต วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ขออภัยคุณโฟล์ค เมื่อวานรีบตอบเลยไม่ได้ดูว่า ตัวเองพิมพ์ชื่อคุณผิด

ผ้าป่าที่จะไป กำหนดวันไว้แล้วหรือยังคะ
ความคิดเห็นที่ 57
Dekthep วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 09.43 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

แวะมาอ่านก่อนโหวตครับ
ความคิดเห็นที่ 56
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


เท่า ๆ ที่เห็นน่าจะผ่านตามาบ้าง

และจะตามไปดู

ปล. อย่าลืมใส่ อัน อัน เดี๋ยวไปขำๆ เละเทะห้องอื่นเขา อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 55
อะหนึ่ง วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 03.57 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

เห็นรูปประกอบ ผมว่าผมน่าจะผ่านตาอ่านบ้างแหละน๊า
เพราะช่วงนั้นอ่านหนังสือเยอะเหมือนกัน
อ๊าฟเตอร์เวิร์ค...นี่อ่านบ่อย น่าจะผ่านตากวีของคุณ
กวีกระวาด...คำนี้คุ้นมาก วาไรตี้ ก็เคยอ่าน (ใช่นิตยสารของคุณวิทวัส จากสี่ทุ่มสแควร์ หรือเปล่า-ไม่แน่ใจ)

ชอบไม่ชอบ โหวตไม่โหวตไม่เป็นไร ขอแค่ภาคภูมิในการนำเสนอครับ.
ผมก็ดีใจที่ได้มาค้นย่ามของกวีครับ +1 โหวตให้ที่นี่ก่อน
ความคิดเห็นที่ 54
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 03.22 น.
http://www.oknation.net/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เมา แนะนำเรื่องราวเพลง ครูหลังม้า

ผ่านวันผ่านเดือนผ่านไป เปลี่ยนวันเปลี่ยนวัยเปลี่ยนสังขาร เรือหนุ่มเข้มแข็งในวันวาน ถึงกาลก็คงผุไป....อุอุพอได้ไหมครับพี่โฟล์ค....
ความคิดเห็นที่ 53
เจเจค่ะ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 02.09 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย__ 

นอนดึกนะคร้า




ความคิดเห็นที่ 52
กู่ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

คงต้องโหวตให้แล้วล่ะค่ะ
กับต้นฉบับที่แลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิตขนาดนี้

อันที่จริง เราก็ร่วมประสบการณ์เจ็บแสบแบบนี้นะ
สมัยสยามรัฐกำลังเปลี่ยนถ่ายเจ้าของ
งานสารคดีของกู่ นับชิ้นได้ไม่มากนักหรอก แต่เป็นเวลา 1 ปี ที่ทยอยพิมพ์

เปลี่ยนเจ้าของ ยอมตากหน้าไปขอเงิน เขาบอกว่าถ้าอยากได้ให้ฟ้องเอา....โห ชีวิตบัดซบ ค่ารถ ค่าฟิล์ม ก็ไม่คุ้มค่าเรื่องอยู่แล้ว
....
เพลงเพราะมาก เพราะจริงๆ ใจรอนๆเลยเชียว
ความคิดเห็นที่ 51
Patong วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 23.35 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

เอาใจช่วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 50
มีนา วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 20.33 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา


ชอบห้องกวีนะคะ
เลยนำมาม่ามาฝากก่อนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 49
littlewizard วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/littlewizard


เก็บไว้ดีครับ
แล้วใครหนอวิจารณ์ว่ากวีอยู่บนหอคอยงาช้าง
ความคิดเห็นที่ 48
สอนสุพรรณ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

อ่านจบแล้ว ถูกใจ ต้องรีบไปโหวตเลยครับ...
ความคิดเห็นที่ 47
เพียงลมพัดผ่าน วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.20 น.
http://www.oknation.net/blog/daija
bring me far away


ขอบคุณท่านโฟล์คเหน่อที่ไปเยี่ยม
เป็นกำลังใจให้ สู้ต่อไปนะคะ

ขอให้สงครามประสาทที่ท่านเจอ ยุติโดยเร็วนะคะ
ความคิดเห็นที่ 46
น้ำอมฤต วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

+1 เอาไปเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 45
น้ำอมฤต วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ความคิดเห็นที่ 22
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...
ip : 125.26.28.84


:::แวะมาเยือนลมหนาว พ่ออาการเป็นไงบ้าง คุณน้ำ ประมาณต้นเดือนธันวา ผมจะไปทอดผ้าป่า แจกของสร้างอาคาร เล่นดนตรี ที่ ร.ร.หม่องกระแทะ อ.ศรีสวัสดิ์ครับ ถ้าสนใจไปร่วมได้นะครับ:::
******

คุณพ่อดีขึ้นแล้วค่ะคุณโฟคฯ

ทอดผ้าป่า...น่าสนจัง เป็นเส้นทางทีผ่านหน้าหมู่บ้านที่น้ำอยู่ด้วยค่ะ แต่ถ้าคุณโฟคใช้เส้นทางจากสุพรรณฯ เข้าทางบ่อพลอย ก็ไม่ผ่าน แต่อาจจะไปดักสมทบที่สี่แยกลาดหญ้าได้ค่ะ

อย่างไรแล้ว จะแจ้งไปยังหลังไมล์นะคะคุณโฟคฯ

ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 44
phiroj วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์