พิมพ์หน้านี้
|
พรุ่งนี้ ผมจะบอกลา....
ผมกำลังจะตกงาน....... ผมรู้ตัวเองตั้งแต่ เมื่อ 5 วันก่อน..... ค่ำคืนของวันที่ 10 มกราฯ หลังเก็บกีตาร์โปร่งลงกล่อง เจ้าของร้านเรียกผมเข้าไปคุยในห้อง ขณะเพื่อนร่วมวงทยอยกลับออกจากร้านไปแล้ว เจ้าของร้าน พูดแบบตรงไปตรงมา ว่าต้องการลดจำนวนนักดนตรีในร้าน โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลง วิธีการขายอาหารใหม่ เข้าใจตรงกัน คือร้านที่ผมเล่นดนตรี อยู่คือเป็นร้านหมูย่าง ผสมกับขายเหล้าและอาหารทั่วไป ประมาณว่าสวนอาหารก็ไม่ใช่ ร้านหมูย่างก็ไม่เชิง แต่หลัก ๆ ของแขกที่มาเกือบทุกโต๊ะ มีจุดมุ่งหมายมาเพื่อรับประทานหมู่ย่างเกาหลี เพราะน้ำจิ้มของร้านนี้ถือว่าอร่อย ถูกใจ เป็นที่หนึ่งของเมืองสุพรรณ อาจเป็นเพราะช่วงสภาวะเศรษฐกิจขาลง ทำให้วิธีการบริโภคของคนเริ่มเปลี่ยน และระมัดระวังตัวมากขึ้น ซึ่งเหตุผลข้อนี้ เจ้าของร้านจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขาย เพื่อเรียกจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่ม การปรับตัวของร้านเพื่อให้เป็นไปตามกระแสความต้องการของผู้บริโภคในภาวะเช่นนี้ ของเจ้าของร้านคือ เปลี่ยนระบบการขายอาหารในร้านจากวิธีเดิมคือคิดเงินตามจำนวนหน่วยอาหาร ให้กลับกลายมาเป็นตามจำนวนบุคคล ซึ่งเรียกง่าย ๆ ตามภาษา ร้านขายหมู่ย่างเกาหลีก็คือ ให้บริการแบบบุปเฟ่ต์ คือกินได้เท่าไรกินไป แต่คิดเงินเป็นรายหัวด้วยอัตราเท่ากันหมด ไม่มีคิดแบบกินมากเก็บเงินมาก กินน้อยเก็บน้อย นี่คือวิธีการปรับตัว ให้เป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจ และตามรสนิยมการบริโภคของลูกค้า เพื่อให้ร้านอยู่ได้ และกำไรสูงสุด เมื่อวีธีการให้บริการ ของร้านเปลี่ยนไป ภาพโดยรวมในร้านก็ต้องเปลี่ยน ซึ่งภาคความบันเทิงบนเวที ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องได้รับการปรับเปลี่ยนด้วย แน่นอนการกินแบบบุปเฟต์ ไม่จำเป็นจะต้องมาคอยนั่งละเลียดรสชาดสุรา อาหาร ดื่มด่ำกับบทเพลงมากนัก จุดมุ่งหมายของการกินแบบบุปเฟ่ต์ ก็คือต้องกินให้อิ่มมากที่สุด ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว เรื่องดนตรีเสียงเพลงยกไว้เป็นเรื่องรอง พออิ่มแปล้ แผ่พุง นั่งเรอ นั่นแหละ จึงค่อยปรายตา ปรายหู ชำเลืองดูบนเวที ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านการเล่นดนตรีบนเวทีมานับสิบปี พอจะเข้าใจดี เจ้าของร้านบอกกับผมว่าต้องการลดจำนวนนักดนตรี โดยให้เป็นแบบโฟล์คซองเดี่ยว ๆ หลังวันที่ 20 สรุปคือ เอาลูกวงออก เหลือแต่นักร้องนำ ซึ่งก็จะเหลือแค่คนสองคนเท่านั้นที่ไม่ตกงาน คือผม กับ ต้อมซึ่งเป็นนักร้องนำของอีกวง ส่วนที่เหลือ 6 คน ให้กลับมาเล่นเฉพาะช่วงวันศุกร์-เสาร์ 2 วัน พอได้ฟังแค่เพียงเท่านี้ ผมก็รู้ตัวเองดีว่า ผมต้องตกงานแน่นอน การที่จะปล่อยให้ลูกวง 3 คนของผมตกงาน แล้วผมตัดช่องน้อยแต่พอตัว ได้เล่นอยู่คนเดียว ไม่ใช่นิสัยผมแน่ แต่ผมยังมิได้ปฏิเสธแบบทันควัน กับเจ้าของร้าน ไม่อยากให้แกต้องเสียน้ำใจ ต้องยอมรับว่าตลอด 15 ปีที่ผมเล่นดนตรีในร้านเหล้า มาผมเปลี่ยนร้านเล่น มา 4 ร้าน ด้วยเหตุผลต่างกัน ต้องยอมรับว่าเจ้าของร้านคนนี้ คือเจ้าของร้านและเจ้านายที่ดีที่สุดของผม ดังนั้นผมจึงต้องรักษาน้ำใจ และควรเตรียมคำพูดและเหตุผลที่ดูเหมาะควร เพื่อบอกให้แกเข้าใจ ไอ้ครั้นจะบอกสวนไปเลยว่าผมก็เลิก ก็จะดูเป็นการใช้อารมณ์มากไปหน่อย
วันพรุ่งนี้ ผมตั้งใจ เตรียมถ้อยคำ และเหตุผลไว้ครบถ้วนแล้ว เพื่อบอกกล่าวกับเจ้านายที่ดีที่สุดของผมคนหนึ่ง หวังว่าเจ้าของร้านและเจ้านายของผมต้องเข้าใจแน่นอน หลังวันที่ 20 .... ผมก็จะกลายเป็นนักดนตรีตกงาน วิถีการเดินทางสู่ตลาดนัดเปิดท้าย เพื่อเล่นดนตรีเปิดหมวก ขายซีดี หนังสือทำมือ กำลังจะเริ่มขึ้น.......อีกครั้งเร็ว ๆ นี้ เพลงข้างถนน ศิลปินโฟล์คเหน่อ |