• ฝนเดือน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fontree 1970@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 296
  • จำนวนผู้ชม : 35194
  • จำนวนผู้โหวต : 122
  • ส่ง msg :
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม 2550
บาปเคราะห์
Posted by ฝนเดือน , ผู้อ่าน : 193 , 08:19:14 น.   | หมวดหมู่ : ฝนแสนห่า : เสียงสามัญชน  
พิมพ์หน้านี้


           

          

            1

            ตามตีนฟ้าตะวันออกดูสว่างไสวในยามสนธยา ขณะที่เหนือขึ้นไปในระดับสายตา เมฆสีดำคลุมไปทั่วราวกับดอกเห็ดมหึมาสีดำ ครอบคลุมเหนือเมือง ในจังหวะเดียวกันนั้น ดูเหมือนว่าเมืองถูกทำให้แคบ  ราวอยู่ในห้องเพดานต่ำ ๆ  สายฝนก็กรูกราวลงมาขณะที่ลมบนก็พัดพาเมฆฝนเคลื่อนตัวต่อไปไม่ขาดระยะ

            อากาศในห้องเช่า 20 ตารางเมตร อึมครึม ดวงไฟบนเพดานยังไม่ได้เปิด มันไม่ต่างไปจากสภาพจิตใจของผู้อยู่อาศัยอย่างเขา นั่งกระสับกระส่ายระหว่างวิทยุ โทรทัศน์ และระเบียงของห้องพัก เป็นเหมือนบานประตูรูปธรรมไม่กี่บานซึ่งจะเปิดไปสู่โลกภายนอก  เพื่อเห็นความเป็นไปของผู้คน นอกเหนือจากความคิดของตัวเอง ที่ดูกว้างไกลสุดเกินคำนึง หากมันไม่ใช่ความลึกซึ้งดังจิตใจของนักปรัชญา ทว่าเป็นจิตใจของสามัญชน เป็นคนธรรมดา อยู่ในสายตาของแดด ลม ห่าฝน และอากาศพิษ

            เขามีความหวังว่า คงมีสักวินาทีหนึ่งในใจอันสับสนของเขานั้น จะสามารถทะลุทะลวงลงไปสู่ความลึกซึ้ง ความจริงสิ่งที่เขาคิดว่าไม่เคยอยู่เหนือไปจากร่างกายผอมบาง สูงไม่เกิน 170 เซนติเมตรของเขา อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งที่เขาอาจพบความพึงพอใจ ทั้งในความเงียบสงบในตัวเอง และความปลาบปลื้มปิติอันเกิดจากตัวของเขาเอง ระหว่างกิจกรรมประจำวัน แม้ขณะกวาดสายตาไปตามจังหวะ ลีลา การสับเปลี่ยนของภาพข่าวบนจอโทรทัศน์ ซึ่งพริบไหวเช่นเดียวกับลมหายใจของเขาที่สูดเข้าและออกมากว่าสามสิบปีแล้ว

            ภายใต้แสงสว่างของยามเย็นประกอบกับ เป็นช่วงเวลาฝนตก ทุกสิ่งจึงประจวบเหมาะยิ่ง เหมือนความเศร้าคละเคล้ากันอย่างลงตัวในความทุกข์ทรมาน ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลออกไปแต่อย่างใด ทว่าเป็นหัวใจของเขาเอง ครุ่นคิดและติดขัดมาเนิ่นนานในการค้นหาวิธีการสอบความทุกข์ของตัวเอง

            สายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงฝนซู่ซ่าซัดลงบนกันสาดข้างหน้าต่าง ต้นไม้ระหว่างบ้านจัดสรรลู่ไหว ดุจเดียวกับอาการกราบสักการของพุทธศาสนิกชนต่อหน้าพระประธาน แต่ในวินาทีนี้กลับไม่ใช่  มันเป็นเพียงทิศทางพัดไปของสายลม ที่โบกไกวมาจากทางทิศใต้ อาจเป็นแค่นั้นเองที่ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บังเกิดขึ้น เช่นเดียวกับช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา แต่หากมองให้ถึงที่สุด กลับมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

2

            เขาเพิ่งอ่านประกาศของบริษัทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก่อนพาตัวเองออกมาจากอาคาร 12 ชั้น แวดล้อมไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร  ขึ้นรถเมล์ที่แน่นระยำ เหมือนความบัดซบอะไรสักอย่าง ซึ่งเขาไม่ต้องการเอ่ยถึง เขาพบกับความร้อนรน ควันพิษ และการบดเบียดน่าขยะแขยงบนรถเมล์โสโครกและหยาบคาย

            กว่าเขาจะหยุดออกมาจากธุรกรรมบนท้องถนน ท้องฟ้าขมุกขมัวก่อนหน้านั้นก็เต็มไปด้วยเมฆฝนเสียแล้ว และหลังจากเปลื้องเสื้อผ้า เช็ดเหงื่อจากร่างกาย สายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา แทบจะทันทีทันใด

            แม้ว่าตามตีนฟ้า ยังมีความสว่างโล่งให้เห็น ภาพแบนราบสองมิติของอาคารต่าง ๆ ซึ่งดันตัวเองขึ้นสู่อากาศและความสูง มันดูราวการเคลื่อนไหว การแข่งขัน ขณะเดียวกันก็เป็นความตายอันเยียบเย็น แออัด และสลัวลางอยู่ในที

            นับตั้งแต่ข่าวคราวของการปิดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เมื่อเดือนก่อนเป็นต้นมา สถานการณ์ใกล้ตัว อย่างภายในบริษัทของเขาก็เกิดความเคลื่อนไหวไม่ใช่น้อย เริ่มตั้งแต่ระดับผู้บริหารของบริษัทเข้าประชุมกันอย่างเร่งด่วน ก่อนจะมีมาตรการรองรับออกมา เพื่อประกาศให้พนักงานทราบอย่างเป็นทางการ

            ทุกคนต่างรู้ดีว่า เหตุการณ์ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจ เพราะหลายบริษัท หลายกิจการต่างพากันปิดตัวเองลงไป ปล่อยให้คนงานเผชิญชะตากรรมไม่อาจคาดเดาอย่างเดียวดาย และแม้ว่ามันจะดูเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหด แต่เมื่อคำนึงถึงความเป็นจริง ก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจอย่างยิ่ง เพราะถึงวันนี้ ทุกคนต่างก็หวังเพียงว่า จะต้องประคองตัวเองให้อยู่รอด นั่นคือความยิ่งใหญ่ และนั่นคือสิ่งเดียวที่พอจะเป็นสิ่งยืนยันว่า เขาหรือเธอ ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลายทางเศรษฐกิจ เหมือนกับหลาย ๆ คนประสบ ดังเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

            เริ่มจากการลด งด ตัด สวัสดิการทุกอย่างที่ไม่จำเป็นลงให้หมด ขณะมาตรการกับตาการทำงานของพนักงานก็ทวีความเข้มข้นขึ้น ทุกคนมีสิทธิ์ถูกเพ่งเล็ง ทุกคนมีสิทธิถูกเรียกไปตักเตือนและปลดออก แม้เพียงเป็นโทษเบา ๆ อย่างการมาทำงานสายเท่านั้นเอง ในห้วงระยะเวลาที่บริษัทออกมาเป็นผู้กำหนด

            เบี้ยเลี้ยงเริ่มไม่มี เงินต่าง  ๆ ของรายได้ที่เคยได้รับแต่ละเดือนจะไม่ได้อีกต่อไป นั่นคือสิ่งที่เขาเห็น และเขาเองในฐานะผู้ทำงานในบริษัทแห่งนี้มา 5 ปีกว่า  ต้องถูกตัดค่าครองชีพไปกว่าสามพันบาท ซึ่งเป็นเงินไม่น้อย เพราะมันสามารถจ่ายเป็นเงินค่าเช่าบ้านได้

            อากาศในคือฝนตกชุ่มเย็น เสียงกบเขียดดังระงมมาจากซอกหลืบมืดมิด ท้ายห้องเช่า         จะบอกว่ามันเป็นความเศร้าหรือความสุขคงเป็นเรื่องยาก แต่ที่แน่ ๆ คือสรรพสิ่งรอบกายของเขานั้น ไม่ได้เดือดร้อนหรือสับสนรนรานไปกับเขาด้วย  มีเพียงเขาเท่านั้นหรือที่ต้องทนทุกข์กับความไม่แน่นอนของชีวิต  ? คงไม่ใช่

            มันเป็นการค้นหาคำตอบภายในตัวเองอย่างจริงจัง และยากจะปฏิเสธ  เขาคิดว่า การปฏิเสธหลายครั้งที่เขามีต่อความคิดดังกล่าวก็เป็นการยืดระยะเวลาแห่งการใคร่ครวญออกไปเท่านั้นเอง แต่ท้ายที่สุดเขากลับไม่อาจหลบหลีกความคิดนั้นได้อีกต่อไป จำต้องมานั่งครุ่นคิดถึงมันอีก ให้ความเอาใจใส่กับมันอีกครั้ง และเป็นเดือดเป็นแค้นเพราะมันอีก  เนื่องจากยังไม่มีคำตอบ

            ลมเย็นจากทิศใต้พัดผ่านมาทางช่องประตูมุ้งลวด ไอเย็นของบรรยากาศสัมผัสได้จากลมหายใจวาบชุ่มลงในปอด ความคิดขมวดเข้าหากันอีกครั้งหลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านไป มันผ่านไปอย่างซังกะตาย รสชาติเดิม ๆ ของอาหารถุง และกลิ่นคาว เขารู้สึกเกลียดกลิ่นคาวปลาจากแกงกะทิปลา ซึ่งเพิ่งผ่านลงกระเพาะของเขาไปเมื่อครู่ ขณะต้มจืดรสสับปะรังเค เหมือนน้ำเปล่า อาหารแต่ละมื้อไม่เพียงเป็นความทุกข์ในการกลืนกินเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นเหมือนกับนรกระห่างที่เขาคิดถึงอาหารของแต่ละวันด้วย

            นั่งมองความมืดบีบรัดเมืองให้ดูคล้ายสีดำแคบ ๆ จะห่างไกลออกไปก็เพียงแสงสว่างจากบรรดาอาคารและแสงสีส้มซีด ๆ ของไฟถนนไกลลิบ ๆ ระยิบระยับบนแพรกำมะหยี่ชุ่ม ๆ  ปลายความคิดปราศจากการหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับสายลมต้องชายธง มันโบกสะบัดไปมาราวจะบอกว่า ทุกสิ่งคือการเคลื่อนไหว ไม่เว้นตัวของเขาเอง

            ไม่ใช่ความกลุ้มใจครั้งแรกหรอกที่เขาประสบมา เขายังจำได้ดีถึงวันอันแสนทุกข์ทรมานจากการว่างงาน เดินเตะฝุ่นอยู่นานนับเดือน เป็นภาพฝังใจ เป็นความคับแค้นใจ ซึ่งดูเหมือนว่า โลกนี้กำลังพิสูจน์ความแข็งแกร่งอันเปราะบางของเขา ด้วยวิธีการต่าง ๆ นาน จากสิ่งเบา ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งทวีคูณเหมือนแม่แรงมหึมา ค่อย ๆ บีบเขาให้เข้าหากันช้า ๆ และเลือดเย็น

            3

            “เห็นว่า บริษัทจะตัดเงินเดือนอีก 20-30 เปอร์เซ็นต์”

            เขาเพิ่งได้ยินมาล่าสุด ทำให้เขากลืนน้ำลายไม่สะดวกยิ่งขึ้น  ในเมืองใหญ่แห่งนี้ การมองโลกในแง่ดีมีประโยชน์อะไร? เขาตั้งคำถามที่ดูเหมือนการมองโลกในแง่ร้ายไปสักหน่อย หากแต่ในเบื้องลึก เขาปรารถนาจะแสดงความชิงชังสิ่งต่าง ๆ บรรดามีต่อเมืองนี้ให้สาสม แต่ก็สู้ทนเก็บงำไว้ ให้มันระบายหายไปในจิตใต้สำนึกระหว่างค่ำคืนแห่งความฝันร้าย

            เขากำลังมองหาอะไรสักอย่างภายในลิ้นชัก ซึ่งรกไปด้วยกระดาษเอกสาร สมุดแสตมป์  เพิ่งลอกออกมาจากซองจดหมาย  เปล่า มันคือความว่างเปล่า เขาบอกตัวเองอย่างเห็นจริงเห็นจัง มันคือความว่างเปล่าอย่างที่สุด ไร้คำอธิบาย และไม่อาจหาถ้อยอธิบาย นอกเสียจากปล่อยให้มันเต็มตื้นด้วยการหยุดอธิบาย

            เขาพบจดหมายเก่า ๆ ในลิ้นชัก 2-3 ฉบับ จ่าหน้าซองถึงเขา มันเป็นจดหมายเมื่อหลายปีก่อน ระหว่างที่เขาเรียนหนังสือ และส่งจดหมายถึงเพื่อนต่างจังหวัด  เพื่อนของเขาเลือกเรียนช่างอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก แต่เขาต้องการเปลี่ยนจากโลกแห่งความจริง เป็นโลกแห่งความฝัน และเขาก็ฝันได้เรื่อยมา ทั้งยามเจ็บป่วย ตกงาน และมันกำลังจะมาถึงอีกครา

            การโต้ตอบกับชายชราหนวดหนาบนริมฝีปาก ผู้บริหารของบริษัท  ดวงตาของชายชรายังมีความปรานีอยู่บ้าง ในท่าทางเฉียบคมและเด็ดขาด เขาละล้าละลังที่จะตั้งคำถาม และสุดท้ายก็คือเงียบ ปล่อยให้ความเงียบเป็นกำแพงปกปิดทั้งความรู้สึก และความไม่รู้ให้อยู่ในกระบวนการของมัน ไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดา แต่เป็นความจริงที่อาจก่นเสียงร่ำไห้โหยหวนชวนสมเพช เขากำลังเกาะติดไปตามความคิดของตัวเอง

            เขากลับมานั่งโต๊ะเขียนหนังสือ แสงไฟเพดานส่องสว่างขณะเขาร่ายยาวไปบนหน้ากระดาษว่างเปล่า  เงาเกิดจากแสงไฟ ตัวเขา และมือจับปากกากำลังเริงร่าไปกับความคิดหลั่งไหลออกมาประหนึ่งตาน้ำ และเขื่อนพังทลาย ไม่มีความหมายอะไรหรอก เขาคิด ก็แค่การสนทนาธรรมดาด้วยถ้อยคำสามัญต่อความรู้สึกของตัวเอง กับความคิดของตัวเอง ย้อนกลับไปยังอดีต คาดคะเนไปยังอนาคต และหลงอยู่ในปัจจุบันอันมืดมิด

            เขาหลับไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เสียงกรนดังเป็นระยะเหมือนความป่วยไข้ การละเมอหรือความคิดฝันอันใดที่ปรากฏขึ้น ล้วนแต่เป็นภาพมายาทั้งสิ้น เขาอาจมองเห็นชัดเจนเหมือนการสำรวจมือตัวเอง

            อากาศเย็นของคืนฝนตกราวจะเย็นไปถึงโพรงแห่งความคิดฝันลึกลับ เขากระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนยับยู่ยี่ พัดลมเพดานถูกปิดตาย ลมหายใจเข้าออกลึกสม่ำเสมอ มีบางครั้งต้องสะดุดลงด้วยเสียงกรนและการหายใจทางปาก

            เขาลงมาจากรถโดยสารครีมแดงเก่า ๆ ผู้โดยสารบางตา เขานึกเสียดายที่นั่งที่เพิ่งได้ไม่กี่ป้ายก่อนถึงหน้าห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นจุดหมายที่ตั้งเอาไว้  เพื่ออะไรสักอย่าง บนชั้น 3 แผงหนังสือ  เขาปราดไปมามองหาหนังสือที่น่าสนใจ หนังสือธรรมะ นิยาย เรื่องสั้น บทกวี  เปล่า      ลึก ๆ แล้วเขากำลังมองหานิยายประโลมโลกย์ เพื่อกระตุ้นตัวเอง

            ออกจากร้านหนังสือ เขาเตร็ดเตร่อยู่หน้าเคาเตอร์ มีพนักงานขาย 2 คน ยืนอยู่ตามจุดต่าง ๆ  บ้างมองลูกค้า บ้างก้มหน้าอยู่กับบัญชีสินค้าข้างหน้า เขาก้มลงมองปากกาหมึกซึมหลายครั้ง เป็นสิ่งที่เขาอยากได้ แต่ไม่เคยได้รับ และมีอยู่หลายครั้งเขาซื้อมาด้วยเงินตัวเอง และจากนั้นไม่นานก็กลายเป็นความเบื่อ และลืมเลือนไปในที่สุด

            เขาคิดถึงบันไดเลื่อนและการแสดงงานศิลปะ ซึ่งใครสักคนเคยเล่าให้ฟัง มันมีขึ้นและลง ศิลปินระห่ำคนนั้นขึ้นและลงบนบันไดเลื่อนตัวเดียวกันนับจากแรกเริ่มมีคนสนใจดี ทว่าต่อมากลับแยกย้ายกันออกไป  และท้ายที่สุดก็มีเพียงศิลปินสติเฟื่องคนเดียวบนบันไดเลื่อนขึ้นและลงเพียงลำพัง ผู้คนผ่านไปมาต่างมองมาที่เขา ราวต้องการถามและคำตอบว่า “เขาทำอย่างนั้นไปทำไม”

            เขาปล่อยเสียงหัวเราะดังกึกก้องระหว่างเดินไปบนความเครื่องเล่นวีดีโอเกมส์ และสารพัดสรรหารีดเงินจากผู้สนใจ และรักสนุก เขาเดินผ่านคนยืนจับกลุ่มกันกลุ่มหนึ่งไป  โดยไม่สนใจสายตาที่มองมาด้วยความประหลาดใจ

            แสงไฟระยิบระยับหน้าปัดตู้เครื่องเล่นชิ้นหนึ่ง ดึงดูดความสนใจให้เขาเดินเข้าไปหา มองดูครู่หนึ่งจึงรู้ว่า เป็นตู้ทำนายโชคชะตาด้วยไพ่ยิปซี “แม่นมาก” หลายคนพูดในโลกความเป็นจริง แต่นัยน์ตาตกอยู่ในความฝัน กล่าวลอย ๆ เหมือนคนละเมอ เขาไม่รู้หรอกว่ามันแม่นหรือไม่

            เขารู้เพียงว่า เล่นอะไรสักอย่างที่น่าตื่นเต้น แล้วเขาก็ล้วงเหรียญ 10 บาทออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ หยอดเหรียญลงไป กดปุ่มเลือกไพ่ที่ต้องการ 10 ใบ กดปุ่มตอบตกลง ไม่กี่วินาทีต่อมาผลการทำนายก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากตู้

            เขาอ่านแล้วพับเก็บไว้ในกระเป๋า จากนั้นจึงลงบันไดเลื่อนมายังชั้นล่าง เดินแกว่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้าง นั่งรถเมล์กลับที่พัก เป็นช่วงเวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ที่น่าเบื่อหน่ายอีกวันหนึ่งเนิ่นนานมาแล้ว

            เขาจำได้แม้ในความฝันว่า มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเขาไม่เคยมีความสุขและไม่เคยมีความสุขกับวันหยุดที่ได้รับ อาจเป็นเพราะเขาไม่รู้ก็เป็นได้ว่า ความสุขที่เขาต้องการคืออะไร และอยู่ที่ไหน  ซึ่งในโลกของความเป็นจริงเขาก็ยังไม่อาจตอบตัวเองได้

            มันคือความพยายามป่ายปีไปอย่างเปะปะ คล้ายจิ้งจกบนฝาผนัง หรือแมงมุมที่เดินงุ่นง่านเพื่อหาจุดขึงเส้นใย ขณะก้าวเดินไปนั้นเองคือความสับสน และจุดมุ่งหมายว่า จุดหมายปลายทางน่าจะเป็นจุดใด หรือมันควรจบลงด้วยลักษณาการใด อาจเป็นเพราะบาปเคราะห์ของเขาเอง เขาคิด อาจเป็นบาปเคราะห์จากคนอื่นที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ เขาโทษคนอื่น

            แต่ท้ายที่สุดของการหาเหตุผล ประหนึ่งฝันร้ายน่าสยดสยองและช่วยให้ข่มตาหลับ หลังจากตื่นขึ้นมาด้วยความงงงวยและหวาดสะดุ้ง คือตัวของเขานั่นเองคือปัญหาทั้งหมด เป็นต้นตอแห่งบาปเคราะห์ทั้งปวง

            4

            หากจะตราหน้าเพื่อนร่วมบริษัทว่า เป็นส่วนทำให้เขาถูกตัดเงินเดือน ลดเบี้ยเลี้ยง หรืออาจเลวร้ายถึงขนาดถูกปลดออกจากงานกลางคัน นั่นก็ดูเป็นการให้ร้ายผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับเขามาเกินไป หรือจะโทษรัฐบาล ซึ่งบริหารประเทศผิดพลาดจนความพินาศระบาดไปทั่วหัวระแหง นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล และข้ออ้างที่เขาพอจะนึกขึ้นได้

            รัฐบาลคือปีศาจร้ายที่เข้ามาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเขา สร้างบ้านเรือนหลังใหญ่ขึ้นมาให้เขาอาศัย  คอยดูแล  ปล่อยให้มีสุข และมีทุกข์ ในขณะเดียวกัน  บรรดาผู้นำรัฐบาลซึ่งดูจะไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เขาฉกฉวยไปแล้วจากหยาดเหงื่อแรงงาน ความศรัทธา และความโง่เขลาของเขา  พวกเขาพากันเสวยสุขอยู่บนสวรรค์วิมานชั้นใดไม่อาจคาดเดา

            จึงมีแต่คนเช่นเดียวกับเขา และคนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในฐานะไม่ต่างกัน จมปลักอยู่ในความเคว้งคว้างเดียวดาย เหมือนหยดน้ำค้างและหยาดน้ำฝนค้างคาบนกิ่งไม้หรือชายคา ภายใต้สายตาของค่ำคืนเงียบสงัด

            หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เมื่อความฝันเปิดประตูออกมา เป็นภาพกว้างโล่ง และทัศนียภาพคุ้นเคย และได้นำติดตัวไป ผ่านกระแสความคิดคำนึง  ใช่ทีเดียว ความฝันก็คือความจริง ความจริงก็คือความฝัน  เขายอมรับ ในเมื่อสิ่งที่เขาฝันถึงไม่ใช่สิ่งใดเลย หากไม่ใช่ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล

            ความมั่นใจและความเกลียดชังในความคิดของเขาเอง เมื่อสติสัมปชัญญะยังคงทำงาน แม้แต่ขณะมันเผลอไผลไปชั่วขณะหนึ่ง และยาวนาน ความคิดเห็นเหล่านั้นก็ผ่านเข้าไปยังจิตใต้สำนึกของเขา แล้วบอกกล่าวเรื่องราวของความคาดหวัง ความเกลียดชัง รัก และใคร่ ต่อไปในโลกของความฝัน

            มืดอย่างยิ่ง ร้อนและรนรานอย่างยิ่ง เมื่อเขาผ่านเข้าไปยังความเวิ้งว้าง ว่างเปล่า  ราวกับว่าเขาได้กลิ่นดอกลีลาวดีเย็นยะเยือกเคล้ากลิ่นอายหลังฝนตก อากาศชื้น ๆ เริ่มโปรยปลิวเข้ามาแทนความร้อนรน หยาดเหงื่อแห่งความหวาดวิตกและความชังเริ่มเกาะตัวนิ่งเงียบเหมือนนกกลางคืน ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ ทุกสิ่งในบรรยากาศราวกับการเริงระบำของความน่าสยดสยองกับความขลาดเขลาของตัวเขาเอง  ที่พาสองตีนของตัวเองดุ่มเดินไป ๆ ลึกเข้าไปทุกขณะ  ในจังหวะและวินาทีนั้นหริ่งเรไรกรีดเสียงระงม ราวคณะประสานเสียงวงใหญ่

            เขาเริ่มหายใจสะดวกขึ้น กวาดสายตามองรอบ ๆ มันก็เหมือนถนนสายแคบ ๆ และคุ้นเคยในความเป็นจริง แปลกที่เขาสามารถย่ำเดินอยู่ได้โดยไม่หกล้มเพราะความมืดของค่ำคืน หิ่งห้อยหลายฝูง ส่งแสงพริบพรายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ไกลออกไปแสงของมันราวกับความหวังของเขาเมื่อครั้งตกงานอยู่หลายเดือน มีเพื่อนคือตัวเอง ด้วยวาจาทั้งปลุก ปลอบ และสบถใส่ตัวเองอย่างหยาบคาย แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้แก่ความกลัวตาย ต้องบ่ายหน้าต่อไปแม้ไม่มีเป้าหมายชัดเจนก็ตาม

            ขณะเขาไล่ฝีเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างลืมตาย และปราศจากจุดมุ่งหมายนั้น ความรู้สึกในใจเขากลับรู้สึกเหมือนกับสัตว์ร้ายถูกคุมขัง มันถูกกักกันไว้มิดชิดในคอกกั้นแน่นหนา สิ่งเดียวที่มันทำได้คือเดินวนเวียนไปมา ส่งเสียงคำรามดุดันบางครั้ง โหยหวนเป็นบางครั้ง และทดท้อต่อการมีชีวิตอยู่บางครั้ง

            ปราศจากจุดมุ่งหมาย บาปเคราะห์ที่เขาคิดถึง ทั้งตัวเอง ผองเพื่อน หรือจะเป็นผู้คนรอบข้าง มันต่างทำปฏิกิริยาอย่างต่อเนื่อง ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ไม่เจ็บปวดก็คือความป่วยไข้

            เขารู้สึกอ้างว้าง และปราศจากที่พึ่ง ทุกสิ่งในบรรยากาศรอบตัวมีแต่ความมืดมิด แต่เขาก็ไม่ได้สะดุดล้มอย่างควรจะเป็น  บางที  เขาคิด  บางทีเขาอาจคุ้นเคยกับความมืดจนสามารถย่ำเดินไปโดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่า อยู่ที่ไหน จุดหมายคือสิ่งใด เพราะคนใกล้ตัวของเขายังอยู่นั้นเป็นทั้งจุดหมายและสิ่งที่เขาคาดหวังจะได้รับคำตอบ

            เสียงกรนของเขาหยุดเงียบลง ค่ำคืนค่อย ๆ ผ่านไปพร้อมกับความฝัน ซึ่งมักอันตรธานหายไปก่อนเวลาอันควร ซึ่งหมาความว่า ก่อนเขาจะทันได้จำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด มันก็ผ่านเขาไปแล้วโดยไร้ร่องรอย

            5

            เช้านี้เขาไปทำงานตามปกติ ผ่านห้องโถงชั้นล่างของอาคารสำนักงาน เสียงตอกบัตรลงเวลาของพนักงานดังติ๊ด ๆ  ๆ ๆ เป็นจังหวะ ทั้งระยะห่างตามจังหวะ เมื่อมีผู้เดินทางมาถึงที่ทำงาน

            เขาเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งเป็นที่ทำงานของเขา  โดยไม่ทันอ่านประกาศแผ่นใหม่ซึ่งเพิ่งนำมาติดไว้บนป้ายประกาศ    เขาเดินไปยังโต๊ะทำงาน ผ่านพนักงานคนอื่น ๆ  ผู้มาถึงที่ทำงานก่อนหน้านี้  ดูสีหน้าของพวกเขา เซื่องซึม ไม่ผิดอะไรกับสัตว์ ซึ่งรู้ว่าจะถูกฆ่าในเวลาไม่ช้า

            ทำให้เขานึกไปถึงหยาดน้ำตาของวัวตัวซึ่งถูกสังหาร โดยนายโคฆาตในโรงฆ่าสัตว์


หมายเหตุ    เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนไว้ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2540  ประจวบเหมาะกับการรำลึก 10 วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง   ส่วนภาพประกอบ จากอินเตอร์เน็ต

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
ฝนเดือน วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 15.55 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ด้วยความยินดีเสมอครับคุณ moms
ความคิดเห็นที่ 9
moms วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

คุณฝนเดือน :
อาจดีหากมีรอยยิ้มคอยมอบให้ = เริ่มลังเล ออกแนวหดหู่
ทว่ายังไม่สู้กำลังใจที่มอบให้ตัวเอง = ช้าก่อน ยังมีหวัง
ยิ้มสู้ต่อไป = สรุปว่า ... ให้เดินยิ้มต่อไป
ปล. ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ฝนเดือน วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

-ขอบคุณกวีไกรครับที่มาเยือน

-ทำงานเพื่องาน การงานคือการปฏิบัติธรรม แล้วจะเข้าใจและใจเย็นขึ้นครับ

-ขอบคุณครับคุณสุภาวรรณ หายเศร้าหายโศกเร็ว ๆ นะครับ

-ขอบคุณครับคุณจุ้ย ที่มาเยือน

-ขอบคุณครับ คุณ moms ที่มาร่วมแสดงความรู้สึก

-ขอบคุณครับตุ้มจิ๋ว ตามไปดูมาแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 7
moms วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

แล้วจะมาอ่านงานที่ย้าว ... ยาวของคุณบ่ยขึ้นค่ะ

ปล. ความงดงามในตัวอักษรไม่เทียบเท่า ... แต่ในความยาว (ของตัวอักษร) ก็เท่าเทียบ ( แต่แพ้เรื่องนี้ ... )
ความคิดเห็นที่ 6
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

มาเชิญ เพื่อน ไปรับคำขอบคุณจากใจ.. ถ้าพอมีเวลา ไปนะค๊ะ...
ความคิดเห็นที่ 5
moms วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

คุณฝนเดือน : ชอบ " หางหมาจิ้งจอกฟ่องฟูในสายลม " มากค่ะ ใบปาล์มก็เหมือนหางสุนัขจิ้งจอกมาก ค่ะ ทำให้นึกถึงเรื่อง อินุยาฉะ ลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจด้วย

ปล. คุณจอย เดินตามมาให้กำลังใจด้วยน่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
Jui วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 10.52 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

เศร้าครับ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เหนื่อยค่ะ

ตามมาเที่ยวนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
น้ำอมฤต วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 08.30 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

เฮ้อ ... อะไร อะไรก็ไม่แน่นอนค่ะ กับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ...

เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ ก็ขังตังเองในห้องแคบๆ ทั้งวันเหมือนกัน รอว่า เมื่อไหร่จะเช้าสักที จะได้ออกจากห้องแคบๆ นั้นมาพบปะเพื่อนๆ

มันก็น่าแปลกอยู่ ... วันทำงาน ก็อยากหยุด แต่พอวันหยุดก็อยากออกมาทำงาน

อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่ได้เดินทางไปหาแก้วตาดวงใจกระมัง...
ความคิดเห็นที่ 1
รังเกลียดคนชื่อทักษิณ.ชินวัตร วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 08.22 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweekai

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน