• ฝนเดือน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fontree 1970@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 305
  • จำนวนผู้ชม : 38989
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



ท่านคิดอย่างไรกับผลงานของฝนเดือน
รูปแบบ เนื้อหา วิธีนำเสนอ มีคุณค่าต่อการครุ่นคิดและจิตใจ
0 คน
รูปแบบ เนื้อหา วิธีนำเสนอดี แต่ด้อยคุณค่า
0 คน
รูปแบบ เนื้อหา วิธีการนำเสนอ สื่อสารไม่ชัดเจน
0 คน
รูปแบบ เนื้อหาดี วิธีการนำเสนอต้องปรับปรุง
0 คน
รูปแบบและเนื้อหาควรปรับปรุง
0 คน
ไม่น่าสนใจทั้งรูปแบบ เนื้อหา และวิธีนำเสนอ
1 คน

  โหวต 1 คน
วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน 2551
รำลึกบันทึกจากการเดินทาง
Posted by ฝนเดือน , ผู้อ่าน : 79 , 08:44:39 น.   | หมวดหมู่ : ฝนแสนห่า : เสียงสามัญชน  
พิมพ์หน้านี้


 

            หลังจากพบเพื่อน พูดคุยแล้วล่ำลาจากกัน ยามเย็นของเมืองพัทยาคึกคักด้วยฝรั่งต่างชาติเต็มไปหมด เหมือนดินแดนแห่งนี้เป็นของต่างชาติก็ไม่ปาน หากไม่มีเมียเช่าและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายเป็นส่วนประกอบฉากของเมือง

          ลงจากรถโดยสาร สู่ถนนหลวงสายชลบุรี-ระยอง  เราเริ่มโบกรถ รถยนต์หลายต่อหลายคันแล่นผ่านไปอย่างไม่ไยดี มีบางคันมีน้ำใจจอดให้ แต่เขาก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางของเรา  คือ กรุงเทพฯ

          เวลาเนิ่นนานออกไปทุกที ราตรีปกคลุมมืดมิด แผ่ขยายไปทั่ว บรรยากาศท้องถนนยังคงคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์นานาชนิด ทั้ง สิบล้อ กระบะ มอเตอร์ไซค์ และรถโดยสารประจำทาง

          เราทั้งสามคนเริ่มล้าจากการโบกรถ ผลัดกันนั่งพัก บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกเผาไปตามเวลาที่มันผ่านไป

          “น้องจะไปไหนกัน”

          เสียงถามจากหญิงสาวผู้เข็นรถเก็บของเก่า หน้าตาดำคล้ำ เสื้อผ้ามอซอ

          “จะกลับกรุงเทพฯค่ะ” เพื่อนตอบ มองหน้าคนถามด้วยความฉงน

          “มาจากไหนกันล่ะ ถึงกลับเอาดึกป่านนี้” หญิงสาวคนเดิมยังคงตั้งคำถาม       น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปราณี

          “มาหาเพื่อนที่พัทยาค่ะ แล้วจะกลับกรุงเทพฯ” เพื่อนหญิงอีกคนตอบ

          ตอนนี้เราทั้งสามเลิกสนใจการโบกรถลงชั่วคราว หันมาสนใจกับหญิงสาวสองคนผู้ผ่านมา

          คนหนึ่งคือพี่สาวยังไม่เอ่ยปากพูดอะไร ยังคงยืนอยู่เงียบ ๆ ข้างรถเข็นคันเก่า เต็มไปด้วยกระสอบสามสี่ใบ ข้างในบรรจุไว้ด้วยเศษเหล็ก ขวด และสารพัดตามแต่ทั้งคู่จะหาเก็บมาได้

          “น้องมีเงินค่ารถกลับกันหรือยัง  กินข้าวกันแล้วหรือยังล่ะ” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาทรและห่วงใย ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยพบพานกันมาก่อน

          “ขอบคุณครับ  เรากินกันเรียบร้อยแล้ว” ผมกล่าวขอบคุณในความเป็นห่วงของเธอ

          “ขาดเหลือเท่าไรล่ะ พี่พอมี รถพัทยากรุงเทพฯ ยังมีอีกคันหนึ่ง ถ้าน้องไม่มีเงินก็บอกนะ เห็นโบกรถกันนานแล้ว สงสาร พี่ก็เคยหนีออกจากบ้าน เคยโบกรถเหมือนกัน มันลำบากนะ”

          เธอยังคงสอบถามพร้อมเล่าความหลังส่วนหนึ่งของชีวิตของเธอให้เราฟัง

          “ไม่เป็นไรหรอกพี่ เก็บเงินไว้ใช้เถอะ เราโบกรถไปกันได้” ผมกล่าว

          มันเป็นความรู้สึกยากบรรยายอัดแน่นในคอ ถึงความกรุณาของคนจน ๆ น้ำใจเต็มเปี่ยม พร้อมด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน เราทั้งสามพูดคุยกับแกอยู่นานพอดู และพยายามอธิบายให้พี่สาวทั้งสองเข้าใจ ว่าเราไม่ต้องการรบกวนเธอ  เพราะเราเองก็พอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง  แต่เราก็เคยโบกรถไปยังที่ไกล ๆ  ตามต่างจังหวัดมาก่อน

          พี่สาวยังเล่าประวัติของเธอให้ฟังว่า เคยอยู่กับพ่อแม่ในกรุงเทพฯ  ชอบเล่นม้า หลังจากเสียพนันม้า จึงแอบนำรถยนต์ของพี่ชายไปขาย  พี่ชายโกรธมาก  เลยต้องหนีออกจากบ้านมาเก็บของเก่าขายเลี้ยงตัว

          แววตาขณะเล่าเรื่องช่างหม่นหมอง ไม่สดใสเอาเสียเลย ชีวิตทั้งคู่ต้องตรากตรำหาเช้ากินค่ำ กินเหล้าประชดชีวิต  ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของเมืองพัทยา เมืองหรูหราด้วยภัตตาคารใหญ่ ๆ บาร์ ผับ มากมาย เมียเช่าเดินควงคู่กับฝรั่งเต็มเมือง

          เมื่อเห็นว่า เราทั้งสามปฏิเสธเสียงแข็ง พี่สาวไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  เราก็ได้แต่กล่าวขอบคุณขอให้พี่สาวทั้งสองโชคดี  แล้วเธอทั้งสองก็เข็นรถหายลับไปในราตรีของเมืองพัทยา

          หลังจากพี่สาวจากไปแล้ว เราต่างพูดคุยกันตามประสานักโบกรถซึ่งไม่ค่อยมีเงินติดกระเป๋าว่า

          “แกนิสัยดีนะ คนจน แต่มีน้ำใจ ดีกว่าคนรวยเสียอีก โบกรถยังไม่จอดเลย บางคันแกล้งชะลอให้เราวิ่งตามแล้วก็แล่นหนีไป ทุเรศจริง ๆ”

          สี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าพวกเราจะโบกรถได้ เราต่างพากันท้อเต็มที โบกรถที่อื่นยังติดง่ายกว่านี้เยอะ

          แต่แล้วก็เหมือนโชคจะเห็นใจเรา รถกระบะสองตอนจอดให้เรา

          “พี่คะ ไปไหนคะ ขออาศัยไปด้วยนะคะ เราจะเข้ากรุงเทพฯ” เพื่อนสาววิ่งกระหืดกระหอบไปก้มหน้าถามทางประตูรถ

          “จะเข้ากรุงเทพฯ  ไปไหนกันมาล่ะนี่ กลับซะดึกเลย มาเที่ยวจนหมดเงินละซิท่า” เสียงคนขับพูดด้วยน้ำเสียงแกมประชด

          “เปล่าหรอกค่ะ เรามาหาเพื่อนที่พัทยา ค้างคืนหนึ่ง แล้วก็กลับ ขออาศัยไปด้วยนะคะ” เพื่อนสาวยังอ้อนวอนขอความกรุณา

          “น้องพักอยู่แถวไหนล่ะ” คนที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับถามขึ้นบ้าง ท่าทางเห็นใจ

          “หัวหมากค่ะ” เพื่อนหญิงทั้งสองตอบเกือบพร้อมกัน

          “งั้นขึ้นมาเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” คนขับกล่าว

          เราทั้งสมต่างดีใจรีบเก็บกระเป๋า กุลีกุจอขึ้นไปนั่งภายในรถ ซึ่งเย็นฉ่ำด้วยไอจากเครื่องปรับอากาศ

          “ไปได้เลยค่ะ” เพื่อนหญิงบอกหลังจากปิดประตูรถเรียบร้อย

          รถบึ่งหน้าเข้าสู่ตัวชลบุรีด้วยความเร็ว พวกเราต่างเพลียไปตามกัน หลังจากโบกรถตั้งแต่สองทุ่มจนถึงสี่ทุ่ม จึงได้รถเข้ากรุงเทพฯ

          ทว่าความประทับใจของเรามิได้อยู่ที่รถจอดให้เราแล้วพาเราเข้ากรุงเทพฯ  แต่ใจยังคิดถึงใบหน้ากรำแดดของพี่สาวทั้งสองผู้ใจดี กับรถเข็นเก่า ๆ สำหรับเก็บของเก่าของพวกเธอมากกว่า

          17  พ.ค.34


เรื่องนี้อาจนับได้ว่าเป็นความพยายามเรียนรู้การเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกของผม เป็นบันทึกจากการเดินทางสมัยหนุ่ม ๆ ครับ มุมมองและความคิดอาจเป็นแบบเด็ก ๆ  ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ฝนเดือน วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 08.17 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ขอบคุณครับพี่รักษ์
ความคิดเห็นที่ 5
rakmananya วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

แวะมาร่วมรำลึกความหลังครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ฝนเดือน วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ต้องลองครับ...แต่ต้องระวังอันตรายด้วยหากเป็นผู้หญิง ขอบคุณครับผู้หญิงตัวเล็ก
ความคิดเห็นที่ 3
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

น่าสนุก
ความคิดเห็นที่ 2
ฝนเดือน วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

โบกรถเป็นเรื่องสนุกดี และประทับใจไม่รู้ลืมครับคุณชมพู
ความคิดเห็นที่ 1
chompoopookha วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

เคยโบกรถจากกรุงเทพไปเพชรบูรณ์ครั้งนึง
สนุกมากเลยค่ะ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน