ตำน้ำพริก อาชีพใหม่ของครอบครัวแหลมคม
วันพฤหัสที่ผ่านมาเป็นวันอาสาฬหบูชา
พี่เพียรกับพอใจได้หยุดเรียนตั้ง ๔ วันก็เลยมาอยู่ที่โรงเรียนศิลปะแหลมคมทั้งวัน และวันนี้เราก็มีนัด ตำน้ำพริกนรกสามขุม (ไก่) กัน
ป้าเขียวตื่นไปตลาดตั้งตี ๕ ไปซื้ออกไก่ และใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ ขิง มะนาว ครั้งนี้ซื้ออกไก่มา ๕ กิโลเลย เพราะคราวที่แล้ว ๓ กิโลไม่พอขาย พอกลับมาป้าเขียวก็จัดแจงเลาะหนังไก่ออก แล้วก็ทำกับข้าวมื้อเช้าสำหรับครูๆทุกคนก่อน และหนังไก่ที่เลาะออกก็มาเป็นกับข้าวของพวกเราในตอนเช้าด้วย หนังไก่ทอด สุดยอดของความอร่อย มีแต่ไขมันกับโคเลสเตอรอล ทั้งนั้น แต่ก็กิน พอใจหนังไก่ทอดแสนอร่อย ของโปรดพอใจเลยนะ กินป่ะ น้าแป๋มชวนพอใจ ไม่ค่ะ...หนูกินข้าวมาแล้ว พอใจไม่สน ซึ้งเป็นเรื่องแปลกสำหรับทุกคนเพราะปกติกินทุกอย่างที่ชวนกิน สงสัยคงจะอิ่มแล้วจริงๆ พอทานข้าวกันเสร็จ ป้าเขียวก็ปูผ้าหลังบ้านใต้ต้นตะแบกลมพัดเย็นสบาย เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำน้ำพริกกัน วันนี้มีลูกมือตัวยุ่งเพิ่มมาอีก ๒ คนก็ พี่เพียรกับพอใจไงล่ะ หนูอยากช่วย (ยุ่ง) แล้วก็ช่วยในทุกๆกระบวนการตั้งแต่ปอกหอม กระเทียม โขลกหอม โขลกกระเทียม โขลกไปชิมไป หอมแดงรสชาติเป็นไงบ้างพอใจ น้าแป๋มถามเพราะเห็นพอใจโขลกไปชิมไป พอใจเอานิ้วจิ้มอีกทีแล้วตอบว่าอืม...เผ็ดนิดหน่อยค่ะน้าแป๋มลองชิมสิคะ แล้วก็ยืนสากมาให้น้าแป๋มชิม
จากนั้นก็ส่งให้ป้าเขียวโขลกต่อให้ละเอียด ครูแจงก็คั่วพริกจนกลิ่นฉุน แสบหูแสบตาไปหมด เมื่อเครื่องทุกอย่างพร้อมก็ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วโขลกให้เข้ากัน พริกแดงแจ๋ เห็นแล้วแสบไส้แสบพุ่งไปหมดเลย
ขั้นตอนต่อมาก็คือการย่างไก่ ขั้นตอนนี้พอใจชอบมากๆ มีเตาย่าง ๒ เตา แบ่งให้พี่เพียรดูแล ๑ เตา พอใจ ๑ เตา ย่างไก่ด้วยไฟอ่อนๆ ไก่ค่อยๆสุกจากข้างนอกเข้าไปจนถึงเนื้อใน หอม...น่ากิน "พอใจ...คอยพลิกไก่นะอย่าให้ไก่ไหม้ พี่เพียรด้วย น้าแจงบอกเด็กๆที่นั่งมองไก่จนน้ำลายไหล พอใจเลียปากไปหลายที่ พอใจพลิกอันนี้หน่อย น้าแจงบอกพอใจให้พลิกไก่เพราะว่ามันเริ่มจะไหม้ พอใจจึงเอาที่คีบไก่และพลิกกลับด้านทันที เผอิญมาไก่ชิ้นเล็กติดอยู่ปลายที่คีบ พอใจไม่รอช้า รีบเอาเข้าปากทันที อืม...อร่อยจังเลย พอใจบอกกับทุกคนพอใจ... น้าแจงตกใจที่พอใจเอาไก่เข้าปากตัวเอง ไม่ร้อนหรือไง น้าแจงถามด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวพอใจลิ้นพอง ไม่ค่ะ...อร่อยมาก พอใจตอบ จะพอขายมั๊ยเนี่ยะ ป้าเขียวบอก จากนั้นมาพอใจก็จับจองไก่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่เป็นระยะๆ จนพี่เพียรอดใจไม่ไหว พอใจขอพี่ชิมบ้างสิ พี่เพียรเอ่ยปากขอขณะที่พอใจกำลังคีบไก่ชิ้นเล็กๆที่ตัวเองจับจองเอาไป ในที่สุดน้าแจงก็ต้องแบ่งไก่ที่จะเอาไว้ทำน้ำพริกหั่นให้เด็กๆกิน กินไปได้สักพักพอใจก็นึกขึ้นได้ว่า หนังไก่...หนังไก่หายไปไหนคะพอใจสงสัย อ้าว...ก็เมื่อเช้าเรียกให้มากินหนังไก่ทอดแล้วพอใจไม่กิน ไม่รู้หมดหรือยังอยู่บนโต๊ะอาหารน่ะน้าแป๋มบอก พอใจจึงรีบเดินเข้าไปดูแล้วก็เดินทำหน้าเศร้าออกมา ไม่มีเลยค่ะ พอใจบอก ต้องถามพี่ต้นเพราะพี่ต้นกินข้าวคนสุดท้าย น้าแป๋มบอกพอใจอีกครั้ง
แล้วพอใจก็เดินไปหาพี่ต้นอีก พี่ต้น...พี่ต้นกินหนังไก่ของหนูหมดใช่มั๊ย พอใจถามแบบเคืองๆ แต่พี่ต้นน่ะสิ..งง.. ไม่ใช่...พี่ต้นไม่ได้กินหมด แล้วใครกินหมด...พอใจตามหาหนังไก่ไม่เจอก็เลยจ๋อยๆไป ไม่ถึง ๑ นาทีก็หาย กลับมากินเนื้อไก่เหมือนเดิม ๑๑ โมงกว่าแล้ว
ครูแหลมก็เลยให้จัดโต๊ะอาหารสำหรับเด็กๆกินข้าวกลางวันซะเลย
จากนั้นครูนิดก็พาเด็กไปนอนกลางวัน เพราะคืนนี้
เรามีนัดไปเวียนเทียนกัน เที่ยงกว่าๆ พี่โจ้มาถึง เหงื่อท่วมตัว หน้าแดง ยืนหอบแหกเพราะปั่นจักรยานตากแดดมาจากบ้าน มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าครกคว้าสาก ตำไก่โป๊กๆๆๆๆ ๒ คนกับครูแหลม ไก่ ๕ กิโลมีแรงก็ตำกันไป ครกแรกๆไก่ก็ละเอียดดีอยู่หรอกแต่ครกหลังดูๆแล้วไก่ยังเป็นชิ้นอยู่เลย สงสัยแรงจะหมด (ไม่รู้ต้องเสียค่ายารักษากล้าเนื้ออักเสบด้วยหรือเปล่า) บ่ายโมงครึ่งแล้วพักทานข้าวกลางวันกันสักหน่อยจะได้มีแรงตำต่อ ป้าเขียวจัดการไว้ให้เรียบร้อย ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง(ของเราเอง)
รสชาติแสบอีหลี พอตำไก่ได้ประมาณนึงครูแหลมก็เอาไปผสมกับพริกที่โขลกเอาไว้แล้ว เราแรกมันว่า หัวเชื้อ เผ็ดจนแสบทรวงกันเลยทีเดียว เมื่อผสมได้ครบ ๓ สูตรแล้ว (เผ็ดน้อย ปานกลาง เผ็ดมาก)
ก็ถึงกระบวนการบรรจุ ขั้นตอนนี้พอใจก็ตื่นมาพอดีก็เลยได้ช่วยตักน้ำพริกใส่กระปุก ครูนิดช่วยตวงให้ได้ ๒ ขีด ปิดฝาแล้วจัดใสห่อ
กริ๊งๆๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ดัง ครูแป๋มใช่มั๊ยคะ เสียงตามสายถามมา
ใช่ค่ะ ครูแป๋มตอบ
โทรมาจาก บ.รักลูกนะคะ วันนี้คุณครูจะเข้ามาเซ็ทงานที่บูธมั๊ยคะ
เสียงตามสายถามมา
เข้าไปค่ะ...วันนี้ปิดเที่ยงคืนไม่ใช่เหรอคะ ครูแป๋มตอบกลับไป
ใช่ค่ะ คือว่าเห็นบูธอื่นเค้าเข้ามาเซ็ทกันหมดแล้วน่ะคะ ก็เลยโทรมาถาม เพราะนี่ก็บ่าย ๓ โมงแล้ว แค่เป็นห่วงน่ะคะกลัวว่าจะดึกแล้วจะเหนื่อย แต่มาใช่มั๊ยคะ เสียงตามสายพูด
ไปคะ...ไปแน่นอนค่ะไม่ต้องห่วง ครูแป๋มยืนยันเพื่อให้เจ้าหน้าที่บ.รักลูก มั่นใจว่าเราจะไปจริง แล้วก็รีบไปบอกครูแหลม
ครูแหลม...พี่เค้าโทรมาให้ไปจัดบูธแล้ว เหลือบูธเราบูธเดียวที่ว่างเปล่าอยู่ตอนนี้ ครูแป๋มก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
เออ...จะไปละๆ ลืมไปเลยมัวแต่ตำน้ำพริกอยู่ พอครูแหลมพูดจบ
ทุกคนก็เตรียมของใส่รถแล้วออกเดินทางไปยังศูนย์ประชุมสิริกิตกันทันที