พิมพ์หน้านี้
|
พรีเมียร์ลีกรูดม่านปิดฉากกันไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโดยแชมป์เป็นของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าโทรฟี่มาครองเป็นสมัยที่ 10 และถ้านับรวมตั้งแต่สมัยดิวิชั่น 1 สมัยก่อนก็จะได้เป็น 17 สมัยแล้ว ไล่หลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลที่เคยคับฟ้าเหลือแค่สมัยเดียวเท่านั้น สำหรับสุดสัปดาห์นี้ยังมีเกมเกียรติยศรออยู่ แม้ว่ากระแสจะไม่ค่อยแรงนักเพราะเป็นการพบกันของทีมที่ไม่น่าสนใจเอาเสียเลยอย่าง "ปอมปีย์" พอร์ทสมัธ กับ "นกสีน้ำเงิน" คาร์ดิฟฟ์ส ซิตี้ ทำเอาบรรยากาศกร่อยลงไปเยอะทีเดียวสำหรับคอบอลทั่วโลก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นนัดชิงเอฟเอ คัพนั้นยังไงก็มีความหมายเสมอ และบางคนก็ว่าดีเสียอีกที่ไม่ใช่ทีมดังๆเข้าชิงกันเอง เพราะบ่อยๆที่ได้เห็นกันว่าทีมดังๆชิงกันเองบอลมักจะไม่ค่อยสนุกเพราะมันเกร็งกันไปหมด ให้ทีมนอกสายตาแบบนี้มาชิงกันเองบอลอาจจะเตะกันมันไส้ไหลก็ได้!แน่นอนว่าปอมปีย์มาแบบเป็นต่ออยู่แล้วในฐานะทีมพรีเมียร์ลีกและก็ไม่ใช่ทีมที่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ผลงานของพอร์ทสมัธในฤดูกาลนี้ถือว่าแจ่มใช้ได้ แต่เกมนี้แฮร์รี่ เร้ดแนปป์จะไม่มีเจอร์เมน เดโฟ กองหน้าตัวเก่งลงเล่นเนื่องจากติดคัพไท ทำให้เป็นโอกาสของเอ็นวานโก้ คานู กับเดวิด นูเจนท์ที่ได้ลุ้น ส่วนในเกมรับจะได้สองเก๋าอย่างเดวิด เจมส์ กับโซล แคมป์เบลล์กลับมา โดยเฉพาะ "บิ๊กโซล" ที่จะเล่นนัดนี้เป็นเกมอำลาก่อนย้ายออกจากสโมสร คาร์ดิฟฟ์เป็นทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ ที่ผ่านเข้ารอบมาได้แบบไม่มีใครอยากจะเชื่อแต่ทีมชุดนี้ที่มีเดฟ โจนส์ อดีตกุนซือเซาแธมป์ตันเป็นคนคุมทีมก็มีดาวดังในอดีตอยู่ในทีมเป็นจุดขาย โดยเฉพาะไฮไลท์อยู่ที่ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าหงส์แดงที่อาจจะทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการกลับมาลงเล่นทันในนัดชิงชนะเลิศทั้งที่ไม่ได้เล่นเลยแม้แต่นัดเดียวในรอบ 5 เดือนหลังนับตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งฟาวเลอร์จะทำการทดสอบความฟิตขั้นสุดท้ายก่อนเกม โดยถ้าผ่านฟิตก็มีโอกาสลงคู่กับจิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ หรือไม่ก็ลุ้นเป็นซูเปอร์ซับท้ายเกมน่าจะเหมาะ บุนเดสลีกา (เยอรมัน แชมป์นั้นรู้กันไปปีมะโว้แล้วสำหรับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แต่สัปดาห์นี้ก็ถือว่ายังมีความหมายอยู่เมื่อจะเป็นเกมอำลาของโอลิเวอร์ คาห์น ยอดนายทวารที่จะแขวนถุงมือหลังจบเกมนี้ รวมถึงอ๊อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ยอดกุนซือก็จะอำลาทีมหลังจบเกมนัดนี้ด้วยเช่นกัน งานนี้คาดว่าน้ำตาท่วมอลิอันซ์ อารีน่าแน่นอน!แต่เกมที่มีความหมายจริงๆนั้นมี 2 นัดคือการพบกันระหว่างสองทีมกลุ่มหัวตารางอย่าง "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซ่น ที่จะเจอกับ "เจ้านางนวล" แวร์เดอร์ เบรเมน โดยทีมแรกนั้นลุ้นชิงตั๋วไปยูฟ่า คัพอยู่ ขณะที่ทีมหลังต้องการรักษาตำแหน่งรองแชมป์เาอไว้โดยเกมนี้แค่เสมอก็ได้รองแชมป์แน่นอน ส่วนทีมอันดับ 3 ที่ไล่ตามมาอย่าง "ราชันน้ำเงิน" ชาลเก้04 สัปดาห์นี้จะไปเยือนทีมที่ดิ้นหนีตายจริงๆอย่างเนิร์นแบร์ก ซึ่งนัดนี้รับประกันเตะกันลืมตายแน่โดยเฉพาะเนิร์นแบร์กเจ้าบ้านที่ต้องการชัยชนะอย่างเดียวเท่านั้น กลุ่มที่ลุ้นยูฟ่าคัพซึ่งมีแต้มเท่ากันหมด 51 คะแนนแต่จะมีโควต้าได้แค่ 2 ทีมเท่านั้น ยังมี "สิงห์เหนือ" ฮัมบูร์กทีมอันดับ 5 จะรักษาตั๋วของตัวเองเอาไว้ให้ได้ด้วยการชนะคาร์ลสรูห์ที่จะมาเยือนเอโอแอล อารีน่า ส่วนทีมที่ไล่ตามหลังมาอย่าง "หมาป่า" โวลฟส์บวร์ก จะไปเยือน "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์และ "ม้าขาว" สตุ๊ทการ์ท ที่จะรับมือกับทีมที่หนีตายกับเนิร์นแบร์กอย่างอาร์เมเนีย บีเลเฟลด์ โดยงานนี้ฝ่ายหลังอยากจะชนะไว้ก่อนเพื่อจะหนีตกชั้นได้โดยไม่ต้องดูผลของคู่เนิร์นแบร์ก แต่ถ้าเสมอก็มีเสียวเพราะประตูได้เสียเป็นรอง จะว่าไปบุนเดสลีกานี่ลุ้นในฉากสุดท้ายกันเยอะเหมือนกันนะเนี่ย! กัลโช่ เซเรีย อา (อิตาลี) กัลโช่ เซเรีย อา นัดสุดท้ายเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่ทีมลุ้นแชมป์จะต้องมาเจอกับทีมลุ้นหนีตกชั้นด้วยกันทั้งสองทีม!คู่แรกที่จะเป็นคู่ตัดสินทุกอย่างก็คือการพบกันระหว่าง "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ที่จะรับมือ "จัลโล่บลู" ปาร์ม่า ซึ่งฝ่ายแรกหากชนะก็จะเป็นแชมป์ทันที ส่วนฝ่ายหลังอาการหนักมากเพราะนอกจากจะต้องชนะแล้วยังต้องลุ้นให้คาตาเนียแพ้ด้วย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่บังเอิญสุดยอดเมื่อคาตาเนียจะไปเจอกับ "หมาป่ากรุงโรม" โรม่า รองจ่าฝูงที่ไล่หลังอินเตอร์อยู่แต้มเดียวตอนนี้พอดี โดยฝั่งคาตาเนียขอแต้มเดียวก็จะรอดจากการตกชั้นทันที แต่โรม่าต้องชนะไว้ก่อน งานนี้ก็เลยเป็นมะรุมมะตุ้มน่าดู ซึ่งผลการแข่งของสองคู่นี้จะกำหนดแชมป์และทีมตกชั้นเลยทีเดียว!ส่วนที่ยังต้องแย่งกันอยู่ก็คือโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ตอนนี้ตั๋วกลับมาอยู่ในมือของ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนติน่าอีกครั้งหลังเอซี มิลานไปพลาดให้นาโปลีในสัปดาห์ก่อน ทำให้นัดนี้ถ้าไม่ไปพลาดในเกมกับ "กระทิงหิน" โตริโน่เสียก่อน วิโอล่าจะได้ไปเล่นในถ้วยสูงสุดยุโรปทันที ส่วนเอซี มิลานดันต้องมาเจอกับทีมที่แอบลุ้นตั๋วไปยูฟ่า คัพอยู่อย่างอูดิเนเซ่ ซึ่งหากชนะแล้วซามพ์โดเรีย ที่จะเจอกับยูเวนตุสตั้งแต่คืนวันเสาร์พลาดท่าพ่ายขึ้นมางานนี้อูดิก็มีลุ้นกับเขาเหมือนกัน ดังนั้นรอสโซเนรี่ได้ปาดเหงื่อกันจนหยดสุดท้ายแน่ๆ สแปนิช พรีเมรา ลีกา (สเปน) ปิดท้ายด้วยลูกหนังลีกกระทิงดุ สัปดาห์นี้ไฮไลท์อยู่ที่โซนหนีตกชั้นที่วิ่งสู้ฟัดกันอุตลุดกับโควต้ายูฟ่าอีกนิดหน่อย โดยทีมที่อยู่ในข่ายตอนนี้ก็ไล่ตั้งแต่อันดับ 15 อย่างเรอัล บายาโดลิดเรื่อยมาจนถึงอูเอลบา, โอซาซูน่า และเรอัล ซาราโกซ่า ราซิ่ง-โอซาซูน่า ที่เบียดกันตัวโก่ง ทีมที่ล่อแหลมที่สุดยังไงก็ต้องเป็นซาราโกซ่าที่อาทิตย์ก่อนเกือบหมดโอกาสหายใจแต่ก็ยังมาไล่ตีเสมอแชมป์ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริดได้อย่างหวุดหวิดสุดๆในช่วงท้ายเกม สัปดาห์นี้ทีมจากอารากอนจะไปเยือนเรอัล มายอร์ก้า ที่กำลังลุ้นไปยูฟ่า คัพกับราซิ่ง ซานตาเดร์อยู่ด้วย งานนี้น่าเหนื่อยใจแทนซาราโกซ่า ที่เต็มไปด้วยปัญหาจนต้องมีการเปลี่ยนโค้ชถึง 4 คนในฤดูกาลเดียวจริงๆ ขณะที่ราซิ่งก็จะเจอกับทีมหนีตกชั้นอย่างโอซาซูน่าที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวดไม่แพ้กัน คู่นี้ก็ซัดกันอุตลุดแน่นอน ส่วนอีกคู่ที่เจอกันได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆก็คือบายาโดลิดที่จะออกไปเยือนอูเอลบา ที่กำลังหนีตายด้วยกันอยู่ตอนนี้ โดยบายาโดลิดนั้นได้เปรียบนิดหน่อยเพราะแค่เสมอก็รอดตกชั้นแล้ว ส่วนอูเอลบาเสมอก็ยังไม่ถือว่าปลอดภัย ต้องชนะเท่านั้น เห็นแต่ละลีกชุลมุนชุลเกขนาดนี้ เป็นเรื่องรับประกันว่าสัปดาห์ปิดฉากลีกลูกหนังยุโรป (ใหญ่ๆ) ในฤดูกาลนี้จะเข้มข้นกันจนหยดสุดท้ายแน่นอน!!! ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล เอฟเอ คัพ (อังกฤษ) |
| ฉลองเเชมป์ ฟุตบอล UERO 2008 กับสเปน | ||
ฉลองเเชมป์ ฟุตบอล UERO 2008 กับสเปน |
||
|
View All |
||