| โกรกอีดก ตอนที่ 1 | ||
ทำสไลด์โชว์ของ โกรกอีดกตอนที่ 1 ไว้ จึงเอามาใส่ไว้หน้านี้ เนื่องจากหน้าเดิมของมันมีอับสไลด์ ภาพคุณแม่ไว้จ้า |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ตรุษจีน พักนี้คนเริ่มอับบล๊อกตรุษจีนกันแล้ว ปีนี้ไม่มีแพลนไปเที่ยวไหนเลย เมื่อวานไหว้เจ้าก็เลยหยิบกล้องมาถ่ายรูปซะเลย ![]() ของไหว้ มีขนมเปี๊ยะ แต่ก่อนก็จะไหว้แบบเป็นก้อนใหญ่ ๆ เดี๋ยวนี้ก็ต้องหน้าตาทันสมัยหน่อย ก้อนเล็กๆพอคำ ![]() อันนี้ขาดไม่ได้ค่ะ มีทุกครั้ง หมูแผ่นกรอบๆ ![]() นี่ยิ่งขาดไม่ได้เลย กระดาษเงินกระดาษทอง เงินสมมุติ ที่ส่งไปให้ญาติผู้ล่วงลับไว้ใช้จ่ายในสวรรค์ ![]() แต่โจ้ย....จิ้วอ๋าว น้ำชาอยู่ด้านหน้า เหล้าอยู่ด้านหลัง หลักการจำในการตั้งไหว้ แม่ย่าเล่าให้ฟังว่าสมัยสาวๆ จะจำไม่ได้สักทีว่าจะต้องตั้งชาหรือเหล้าก่อน อาม่าก็บอกคำนี้เพื่อที่จะได้จำง่ายๆ ตั้งแต่นั้นก็เลยไม่เคยสับสนอีกเลย ย่าก็จำมาจากแม่อีกที วิธีการชงไหว้ จะไหว้เป็นสามครั้ง ไหว้ครั้งแรก เติมชา,เหล้า เพียงเศษหนึ่งส่วนสามของถ้วย ไหว้ครั้งที่สอง เติมอีก เศษหนึ่งส่วนสาม ไหว้ครั้งที่สาม เติมอีก เศษหนึ่งส่วนสาม เมื่อครบจะเต็มถ้วยพอดี ![]() รูปไม่ค่อยแจ่มไม่ว่ากันนะคะ ด้านในแสงน้อย เวลาถ่ายไม่ค่อยกล้ายื่นกล้องไปบังส่วนพื้นที่แถวเก้าอี้เท่าไหร่ ไม่ทราบว่าเจ้าเขานั่งรออยู่หรือยัง อิอิ ![]() เนื้อหากับรูปอาจจะไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่ก็ไม่ว่ากันนะคะ หอยจ้อก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีประจำค่ะ สั่งเจ้าอร่อยมาค่ะ ![]() ผลไม้5 อย่าง และเป็ดไก่ ![]() กระเพาะหมูต้มเกี่ยมฉ่าย ![]() แกงกระทิหน่อไม้ ![]() จับฉ่าย ![]() กระเพาะปลา ![]() อาหารแปดอย่างตั้งไหว้แบบนี้ ![]() ในวันนี้บรรดาลูกหลานจะมาไหว้พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต๊กลูกสาวคนเล็กของย่าก็กลับจากจีนมาไหว้เช่นกัน ![]() แต๊กไปเรียนภาษาจีน ตามที่ป่าป้าเขาอยากให้เรียน ![]() ลูกหลานไหว้และขอพร ![]() ส่งคำอธิฐานให้ลอยไปกับควันธูป ![]() โคมไฟลูกท้อ เพิ่งนำมาเปลี่ยนของเก่าสำหรับตรุษจีนปีนี้ ![]() ห้อยเพดานประดับไว้ตรงส่วนท้าวมหาพรหม ภายในบริเวณใกล้กัน ![]() มะปรางหวานลูกโตๆ ก็นำมาไหว้เช่นกัน ![]() หลานขิง ใส่ชุดแดงมาร่วมไหว้ด้วย ![]() ถูกอกถูกใจเจ้าคิ้ว(cute) หมาฉบับกระเป๋า ![]() ขอถ่ายรูปกับเจ้าคิ้ว ไม่อยู่นิ่งทั้งคนทั้งหมา เฮ่อ ![]() เมื่ออาโกวพบหลาน ![]() หลังจากไหว้เสร็จแล้ว เตรียมอาหารเพื่อที่จะได้รับประทานร่วมกัน หอยจ้อ หั่นเป็นแผ่นบางๆทอด ![]() เป็ดไก่ถูกแปรรูปพร้อมรับประทาน ![]() เป๋าฮื้อเมนูเด็ด ![]() หมี่ผัดของหลาน เครื่องหายไปไหนหมดหล่ะนี่ ![]() ผัดป๋วยเล้ง เป็นเมนูเพิ่มขึ้นมา ขายดีทีเดียว เพราะนิ่มทานง่าย และเป็นผักเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น ![]() กุ้งราดกระเทียมพริกไทย ตัวใหญ่เบ้ง ![]() ปึ๋งเท้า ประดับไฟสวยงาม ![]() มังกรทอง เครื่องเคลือบดินเผาที่ตู้โชว์ ![]() สิงห์ สีฟ้า ที่ตู้โชว์เช่นกัน ![]() ศาลาศาลเจ้าหินสีขาว ![]() อาม่าแจกอั่งเปาหลานๆๆ ![]() ตรุษจีนปีนี้ของให้ทุกท่าน เฮง เฮง มีเงินทองร่ำรวย จิตใจร่ำรวยไปด้วยความดี มีจิตมุ่งหวังสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ ซิงเจียอยู่อี่ซิงนี้ฮวดใช้ ![]() ตรุษจีนด้วยมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับการเกษตรกรรมซึ่งดินฟ้าอากาศ และฤดูกาลเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้บรรพชนจีน ประดิษฐ์คิดค้นปฏิทินขึ้น เพื่อใช้กำหนดวันเวลาเหมาะสมในการเพาะ ปลูกและเก็บเกี่ยว การสังเกตอย่าง ชาญฉลาดทำให้การโคจรของดวงดาวทั้งหลายมีอิทธิ พลต่อการกำหนดวันเดือนปี ผู้คนเฝ้าดูวันคืนที่เวียนวน ผันผ่านไม่สิ้นสุดจากปีเก่าสู่ปีใหม่ อันน่ายินดี ควรแก่การเฉลิมฉลอง ตรุษ แปลว่า สิ้นปี ดังนั้นเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นเทศกาลที่มีขึ้นเพื่อฉลองการสิ้นสุดของ ปีเก่าและการเริ่มต้น ของปีใหม่ ถือกันว่าเป็นการเฉลิมฉลองที่สามารถรอดพ้นจากเรื่องไม่ดี ของปีเก่ามาพบปีใหม่ที่สุขสันต์ได้ชาวจีนเรียกเทศกาลนี้อีกอย่างหนึ่งว่า เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ( ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (หนองลี่ซินเหนีย) และเชื่อกันว่าช่วงเวลานี้เทพเจ้าจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ฉะนั้นจึงควรสักการบูชาท่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล การไหว้ตรุษจีนมีประวัติยาวนานย้อนหลังกลับไปถึงสมัยราชวงศ์โจว เมื่อกว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว แต่เดิมมีการไหว้กันยาวนานถึง ๑๕ วัน แต่ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ธรรมเนียมการไหว้ตรุษจีน จึงลดลงเหลือเพียง ๓ วัน ดังนี้ วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะ มีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู่เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว ถ้าเราเดินเข้าไปในบ้านหรือร้านค้าของจีน คงเคยเห็นศาลเจ้าเล็กๆสีแดงสด ศิลปะจีน วางอยู่บนพื้น ข้างหน้า ศาลวางเครื่องบูชา นั่นคือศาลตี่จู่เอี๊ยหรือเจ้าที่นั่นเอง ธรรมเนียมการนับถือตี่จู่เอี๊ยนี้คล้ายกับ การนับถือพระภูมิเจ้าที่ของคนไทยนั่นเอง ในสมัยโบราณจะมีการเซ่นไหว้เทพเจ้าเตาในวันนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่หุงข้าวต้มปลา ให้เราได้กินตลอดมา และเชื่อว่าเทพเจ้าเตาจะนำบันทึกความดีความชั่วที่เราทำมาตลอดปีขึ้นไป ให้เทพเจ้าบนสวรรค์ตรวจสอบจึงต้องมี การเลี้ยงส่งท่าน นัยว่าเอาใจท่านนั่นเอง รุ่งขึ้นคือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญู ตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหาร ที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัว หรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้ มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และผีไม่มีญาติ เครื่องไหว้จะ เป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุด ประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี เรียกว่าวันชิวอิด วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียม โบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ ขอพรและอวยพรญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะ ออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้น การให้ส้มจึงเหมือนนำ โชคดีไปให้ เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือเพราะเป็นวันที่ชาวจีนเชื่อว่าเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะถือเคล็ดบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่จับไม้กวาด เชื่อกันว่าเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ซึ่งเป็นเทพแห่งโชคลาภ จะเสด็จลงมาบนโลก จึงต้องตั้งเครื่องไหว้ รับท่าน มีเกร็ดว่าเทพองค์นี้จะเสด็จมาในเวลาและทิศทางต่างๆกันไปในแต่ละปี จึงต้องมีซินแส คอยบอกเพื่อให้ผู้ไหว้ตั้งโต๊ะ และหันหน้าไหว้ท่านได้ถูกทิศ เอกลักษณ์ของเทศกาลตรุษจีนอยู่ที่เคล็ดลางที่ทุกอย่างมักมีความหมายเป็นมงคล อย่างแรกต้อง นึกถึงอาหารคาวหวาน ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อใช้ไหว้เจ้า บางคนสงสัยว่าทำไมเหมือนกันทุกปี นั่นเป็นเพราะว่า อาหารเหล่านี้มีความหมายอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น กล่าวคือ ***ชุดของไหว้ ที่ใช้ในการไหว้เทพเจ้า *** ประกอบด้วย หมู หมายถึงความมั่งคั่ง หมูอ้วนแสดงถึงความกินดีอยู่ดี หัวหมูเป็นสัญลักษณ์แห่งสมองและปัญญา ไก่ หมายถึง การตรงเวลา ความรู้งาน ไก่มีหงอนสื่อถึงหมวกขุนนาง แสดงถึงความเจริญก้าวหน้า ตับ ภาษาจีนเรียกว่า กัว ซึ่งพ้องกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง หมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่ การงาน ปลา คนจีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ ซึ่งพ้องกับคำว่า ฮื้อ ที่แปลว่าเหลือ มีนัยให้เหลือกินเหลือใช้ กุ้งมังกร หมายถึงมีอำนาจวาสนา แต่คนแต้จิ๋วจะเปลี่ยนจากกุ้งมังกรเป็นเป็ด และเปลี่ยนเป็น ปลาหมึกแห้ง สำหรับคนจีนแคะ ด้วยเป็นความเชื่อที่ถือกันมาในท้องถิ่นเดิม *** ชุดกับข้าว*** ซึ่งทำไหว้ผีบรรพบุรุษและไว้รับประทานกันเองหลายอย่าง ล้วนมีนัยมงคล เช่น ลูกชิ้นปลา แต้จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ-อี๊ แปลว่า ลูกปลากลมๆ หมายถึงความสามัคคีกลมเกลียว ผัดตับกับกุยช่าย ตับหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กุยช่าย ออกเสียงเหมือน กุ่ย ซึ่งหมายถึง รวย ผัดถั่วงอก หมายถึงความเจริญงอกงาม บ้างก็ว่าเปรียบเหมือนหนวดมังกร สื่อถึงอำนาจวาสนา เต้าหู้ ออกเสียงตามสำเนียงจีนว่า โตฟู หมายถึงความสุข สาหร่ายทะเล เรียกว่า ฮวกฉ่าย ออกเสียงคล้าย ฮวดใช้ ที่แปลว่าโชคดี ร่ำรวย เป็นต้น ชุดของหวาน ขนมถ้วยฟู คนจีนเรียก ฮวกก้วย ซึ่งแปลว่าขนมแห่งความเจริญงอกงาม ขนมคักท้อก้วย คือ ซาลาเปา มีไส้ต่างๆ ซาลาเปานั้น คำว่า เปา หมายถึงห่อ เมื่อมีไส้ที่ เป็นมงคล เช่นไส้เต้าหู้ ซึ่งมีความหมายว่า ความสุข ก็จะแปลว่า ห่อความสุขมาให้ ไส้กุยช่าย ซึ่งหมาย ถึงความร่ำรวย ก็หมายถึงห่อเงินห่อทองมาให้ ขนมซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาปั้นเป็นรูปลูกท้อแต้มสีชมพู ท้อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน ขนมไข่ เรียกว่า หนึงก้วย ไข่หมายถึงการเกิดและการเจริญเติบโต โหงวเส็กทึ้ง ไทยเรียกขนมจันอับ ประกอบขึ้นจากขนมห้าอย่าง คือถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ข้าวพอง ซึ่งหมายถึงความเจริญงอกงาม และฟักเชื่อม ซึ่งหมายถึงความร่ำรวยและความหวานของชีวิต เป็นต้น ชุดผลไม้ ส่วนมากจะประกอบไปด้วย ส้ม แต้จิ๋วเรียก กา แต่จีนกลางเรียก ไต้กิก ไต้แปลว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มงคล กล้วย แต้จิ๋วออกเสียงว่า เก็ง-เจีย พ้องกับวลีว่า เก็ง-เจีย-เก็ง-ไล้ แปลว่าดึงโชคเข้ามา กล้วยออกลูกเป็นเครือ สื่อความหมายถึงการมีลูกหลานมาก องุ่น ออกเสียงว่า พู่-ท้อ พู่หมายถึง งอกงาม ท้อเป็นชื่อของผลไม้ที่มีความหมายให้อายุยืน สับปะรด คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า อั้งไล้ แปลตามตัวว่า เรียกสีแดงเข้ามา สีแดงเป็นสีมงคล จึงถือว่า หมายถึงการเรียกเอาสิริมงคลเข้ามา นอกจากนี้ในการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเรายังพบแต่สีแดง ซึ่งเชื่อว่าเป็นสีแห่งความเป็นมงคล สีขอ งจักรวาล มีการติดแผ่นป้ายเขียนคำมงคลไว้ที่หน้าประตูบ้านเรียกว่า แผ่นตุ้ยเลี้ยง คำมงคลที่เราคุ้นเคยเช่น " ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ " แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ เป็นต้น การจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี การเชิดมังกรและสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคล เป็นต้น ธรรมเนียมจีนให้ความสำคัญการความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต มีนัยแห่งการสร้างความเชื่อมั่นเป็น กำลังใจในการดำเนินชีวิต นับเป็นความชาญฉลาดทางจิตวิทยา อย่างน่ายกย่องของบรรพชน ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.bangkoktourist.com/thai_articles_chinese_newyear.php ![]() เนื่องจากปีนี้ไม่มีการฉลองตรุษจีนแบบปีที่ผ่านมา ดูภาพตรุษจีนตอบปี49ได้จากลิงค์ด้านล่างค่ะ ตรุษจีนที่เยาวราช ตอน1 ตรุษจีนที่เยาวราช ตอน2 ตรุษจีนที่เยาวราช ตอน3 ตรุษจีนที่เยาวราช ตอน4 ![]() สองตอนล่าสุด วิวเกาะสีชังตอน 1 วิวเกาะสีชังตอน 2
|