พิมพ์หน้านี้
|
เด็กชายอาฉ่าผู้เคราะห์ร้าย
บรรยากาศของเช้าวันนั้นชวนให้ง่วงนอนเป็นอย่างมาก ฝนตกลงมาปรอยๆ เสียงซ่าๆของน้ำในลำห้วยข้างโรงเรียน ฤทธิ์เหล้าจากเมื่อคืนก่อน ผู้บริหารไปประชุมที่เขตฯยังไม่กลับ ทุกอย่างดูเอื้ออำนวยไปหมด ยกเว้นเพียงอย่างเดียว เสียงเด็กที่เล่นกันเจี๊ยวจ๊าวในห้องนั่น นักเรียน ! เงียบ! ครูดอยพูดน้ำเสียงดุและแหบแห้งไปมากเนื่องเพราะเหล้าข้าวโพดเกือบ๒ขวด กับหนังฟานปิ้งไฟที่บ้านพ่อหลวงบ้านเมื่อคืนก่อนทำเหตุ เอาหนังสือภาษาไทยขึ้นมา เขาเกือบจะบอกนักเรียนให้เปิดไปที่หน้า๗๕แล้ว ไม่ได้เขาต้องเปิดดูก่อนว่าหน้า ๗๕ เป็นอะไร เดี๋ยวจะเหมือนกับโจ๊กที่เขาเล่ากันว่า ครูบอกให้นักเรียนเปิดไปที่หน้า ๗๕ แล้วให้คัดไทย แต่ปรากฏว่าหน้า ๗๕ เป็นรูปภาพ ไม่มีข้อความอะไรเลย เด็กนักเรียนสงสัยจึงเอามาให้ครูดู ครูคนนั้นก็เลยพูดว่า เธอนี่โง่จริงๆ ไม่มีตัวหนังสือเธอก็วาดรูปสิ เขาเปิดดูหน้า ๘๑ คำใหม่ในบทเรียน ดีเหมือนกันก่อนจะที่เรียนเนื้อเรื่องต้องรู้จักคำศัพท์ก่อน ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะกระพริบตา ถ้าขืนสอนอ่านก่อนมีหวังได้อ้วกแตกหน้าห้องเรียนแน่นอน เอาให้นักเรียนคัดไทยไปก่อนก็แล้วกัน นักเรียนที่ไหนก็เหมือนกันหมด พอครูเผลอแป๊บเดียวก็เล่นกันคุยกันอีกแล้ว จะใช้ไม้เรียวกำราบแบบเดิมๆก็ไม่ได้อีก เขาอ้างว่ายุคนี้ยุคปฏิรูปแล้ว จะมาสอนแบบเดิมๆให้ครูเป็นศูนย์กลางมันใช้ไม่ได้ ยุคนี้มันยุค แต่ตอนนี้เขาง่วงเหลือเกิน เดี๋ยวถ้าใครยังคัดไม่ถึงคำว่า วิหาร ล่ะก็ครูจะทำโทษคนนั้น ครูให้เวลา อืมม์.....เอาเป็นว่า ถ้าครูลืมตาขึ้นมาใครไม่เสร็จล่ะก็.....น่าดู คุณคูจะหลับใช่ไหมคะ? เด็กหญิงนางะว่า แหม!เด็กดอยพวกนี้รู้ทันครูไปหมดล่ะ เออ! ทำงานไปๆอย่าพูดมาก ลมเย็นพัดเข้ามาเป็นระยะๆ เสียงน้ำตกไหลเอื่อยๆ นกร้องข้างหน้าต่างจิ๊บๆ หนังตาเริ่มหนักมันคอยจะปิดอยู่เรื่อย ลำคอเริ่มจะรับน้ำหนักหัวไม่อยู่ ขณะกำลังเคลิ้มๆ คูคับๆ อาฉ่ามันไม่เขียนหนังสือคับ เสียงของนักเรียนจอมฟ้องประจำห้อง ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ อือ! เสียงเขางัวเงีย อะไรนะ! อาฉ่ามันไม่เขียนหนังสือคับ เด็กนักเรียนคนเดิมว่า อาจจะเป็นเพราะความง่วง เมาค้างเมือคืนทำให้เขาบันดาลโทสะ เขาโกรธ ตรงเข้าไปหาเด็กชายอาฉ่า เปิดสมุดของเด็กชายเคราะห์ร้าย กำลังเขียนวันที่ คำใหม่ในบทเรียนที่ให้คัดยังไม่มีแม้แต่คำเดียว อาฉ่าครูบอกให้ทำอะไร หา! ครูดอยว่าจ้องเด็กเขม็ง เด็กชายอาฉ่าก้มหน้านิ่ง ตัวเองก็มัวแต่เล่นไม่ได้สนใจเรียนแม้แต่น้อย พอครูว่าให้อีกสองสามครั้ง หน้าก็เริ่มแดง ขอบตารื้นเหมือนทำนบกั้นน้ำที่เกือบพังทลาย ทันใดครูดอยก็แจกมะเหงกให้กับเด็กชายอาฉ่าไปหนึ่งที ทำนบที่ว่าใกล้พังก็แตกทลายสุดที่จะกลั้นได้ ฮือๆๆโฮๆๆ เธอร้องทำไมหา! ครูดอยว่าใจเริ่มเสีย เขาทำเด็กร้องไห้อีกแล้ว ถ้าร้องเพราะว่าโดนด่าก็ว่าไปอย่าง นี่เขาดันแจกมะเหงกเข้าให้ซะนี่ คูคับๆมันร้องไห้แล้วคับ เด็กช่างฟ้องคนเดิมว่า เหมือนกับโทษครูที่ทำให้เด็กร้องไห้ เออ! ครูรู้แล้วจะพูดทำไม? ครูดอยว่าแล้วก็หันไปแจกมะเหงกให้เด็กที่ช่างฟ้องอีกหนึ่งที นี่ช่างฟ้องดีนัก อะไรๆก็ฟ้องครู เด็กชายช่างฟ้องเงียบกริบ ก้มหน้านิ่ง ยกมือลูบหัวแล้วก็เอามือมาเสกคาถาแก้เคล็ดที่ว่า ถ้าโดนเขกหัวบ่อยๆจะโง่ ต้องแก้เคล็ด เด็กทั้งห้องเงียบกริบ ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออย่างเดียว เด็กชายอาฉ่าฟุบลงกับโต๊ะก้มหน้าร้องไห้โฮๆๆ เด็กชายช่างฟ้องก้มหน้านิ่งไม่สบตากับเขาอีก เขาเดินไปที่โต๊ะ ความง่วงหายไปบ้างแล้ว เหลือแต่ความโกรธที่ถูกรบกวนการนอนหลับ เขาหงุดหงิด ต้องออกไปหาน้ำดื่ม หรือไม่ก็ออกไปสงบสติอารมณ์สักพัก ก่อนออกห้องก็หันไปสั่งหัวหน้าห้องว่า ถ้าใครออกห้องให้หัวหน้าห้องจดชื่อมาให้ครู เดี๋ยวครูจะกลับมาจัดการ หัวหน้าห้องเหมือนได้รับดาบอาญาสิทธิ์ ทำท่าเบ่งอวดเพื่อนหากระดาษดินสอมาเตรียมจดชื่อ ครูดอยเดินไปทางห้องพักครูไปหาน้ำดื่ม อยากจะกินกาแฟสักแก้วก็ลำบากเหลือเกิน ต้องจุดไฟตั้งกาน้ำ กว่ามันจะจุดติด กว่าน้ำจะเดือดอีก เฮ้อ! นี่ถ้ามีไฟฟ้ามันก็คงจะดีไม่น้อย อยากกินกาแฟก็ยากเพียงกดนิ้วที่กาน้ำร้อน รอเดี๋ยวเดียวแค่กลืนน้ำลายผ่านคอ กาแฟหอมกรุ่นก็พร้อมดื่ม ทำไมเขาต้องมาอยู่ในที่ลำบากๆแบบนี้ด้วยนะ คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็คิดถึงเรื่องที่แจกมะเหงกเด็กสองคนเมื่อกี๊อีก เขาทำเกินไปหรือเปล่า นั่นมันแค่เด็กปอสามเท่านั้นเองนะ ทำไมเขาถึงไม่พูดดีๆกับเด็ก ทำไมเขาไม่เตรียมการสอนให้พร้อม เรื่องทั้งหลายทั้งมวลมันก็ความผิดของเขาทั้งนั้น เขาง่วงนอนทำไมต้องไปลงที่เด็กด้วย แล้วเด็กนั่นจะรู้สึกยังไงที่เขาเห็นครูของเขาเป็นคนไร้เหตุผลแบบนี้ แต่นั่นมันก็แค่เด็กดอยเท่านั้นเองนะ เสียงจากไหนไม่รู้เข้ามาในความคิด อะไรกัน เด็กก็คือเด็ก จะเด็กดอยเด็กบ้าน มันก็ลูกศิษย์ทั้งนั้น ถ้าครูไม่รักศิษย์แล้ว ครูจะเป็นครูไปได้อย่างไร เขาคิด พอได้ด่าตัวเองแบบนี้ทำให้เขาใจเย็นขึ้นมาบ้าง เอาน้ำล้างหน้า เข้าห้องน้ำซะหน่อย เดี๋ยวก็คงสดชื่นขึ้นบ้าง ครูดอยจึงเดินไปทางห้องน้ำซึ่งอยู่ข้างหลังห้องพักครู เดินไปยังไม่ถึงดีก็เหลือบไปเห็นเด็กชายหน่อแอนักเรียนชั้นปอสี่กำลังเล่นลูกแก้วกับเด็กชายเล่าต๋าอย่างเพลินเพลิน โดยไม่รู้เลยสักนิดว่าครูกำลังมา สองคนนั่นทำอะไรน่ะ เวลาเรียนไม่เรียนแอบหนีมาเล่นลูกแก้ว เขาว่า เด็กพวกนี้ก็ช่างไม่รู้จักเวล่ำเวลาเอาเสียเลย คงจะแอบหนีออกห้องหรือไม่ก็ขออนุญาตครูมาเข้าห้องน้ำแล้วก็แอบมาเล่นลูกแก้ว วันก่อนเขาประกาศห้ามเรื่องเล่นลูกแก้วไปครั้งหนึ่งแล้ว เธอได้ยินที่ครูพูดหน้าเสาธงหรือเปล่า เขาถาม เด็กชายหน่อแอกับเด็กชายเล่าต๋าก้มหน้านิ่ง แล้วหน่อแอก็เป็นฝ่ายตอบ ได้ยินคับ ได้ยินว่ายังไง เขาถามเพื่อทวนความจำของเด็กทั้งสอง ได้ยินว่า เวลาเรียนห้ามเล่นคับ เด็กทั้งสองตอบ เขาฟังก็ดีใจที่เด็กจำได้ แต่แล้วก็หยุดกึก เมื่อเด็กชายหน่อแอพูดต่อไปอีกว่า แล้วเวลาเล่นก็ห้ามเรียนด้วยคับ ตอนเดินกลับห้อง นึกถึงคำพูดของเด็กชายหน่อแอแล้วก็ยิ้มออกมาได้ เด็กหนอเด็กคำพูดของเธอมันทำให้ครูคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอช่างบริสุทธิ์นัก ครูผิดเองที่ไม่มีเหตุผล ต่อไปครูจะแก้ตัวใหม่ให้อภัยครูเถอะ เขาคิดมาตลอดทางว่าจะไปขอโทษเด็กชายอาฉ่าอย่างไรดี แล้วเด็กชายช่างฟ้องนั่นอีกคน พวกเธอคงไม่โกรธครูมากหรอกนะ จะให้ครูทำอะไรก็ได้ ครูยอม พอถึงห้อง หัวหน้าห้องยื่นกระดาษรายชื่อเด็กที่ออกนอกห้องมาให้ เขาพับมันเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ หันไปทางเด็กชายอาฉ่ากับเด็กชายช่างฟ้อง เด็กชายอาฉ่าก้มหน้าอยู่แต่ไม่มีเสียงร้องแล้ว ส่วนเด็กชายช่างฟ้องก็ทำหน้าราวกับไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เอามือแหย่รักแร้เด็กชายอาฉ่าเล่น เด็กชายอาฉ่าเอามือปัดและยังคงก้มหน้าต่อไป ทันใดเด็กชายช่างฟ้องก็ยกมือขึ้นพูดว่า คูคับๆ อาฉ่ามันบอกว่ามันจะไป.....เห็นมือเด็กชายอาฉ่ายื่นมือมาปิดปากเพื่อนตัวดีพัลวัน ท่าทางคงหายโกรธครูแล้ว มีอะไรหรือ? อาฉ่าเธอจะทำอะไร เขาถาม เด็กอาจจะไปฟ้องพ่อก็เป็นได้ อาฉ่ามัน....เด็กชายช่างฟ้องหลบมือของอาฉ่าที่อุดปากออกมาได้แล้วก็บอกว่า มันบอกว่า มันจะไปบอกให้หมาที่บ้านมันมากัดคูคับ เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลอยทำให้เด็กนักเรียนคนอื่นๆหัวเราะตาม รวมทั้งเด็กชายอาฉ่าผู้เคราะห์ร้ายด้วย อืมม์..บอกมาเลยอาฉ่า เดี๋ยวครูจะกัดกับหมาของเธอเอง พิมพ์ครั้งแรก : วิทยาจารย์ ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ |