พิมพ์หน้านี้
|
บอซิสกับฟิเลมอน
เทพเจ้าทั้งสองจึงแปลงร่างเป็นคนเดินทางยากจนและพเนจรไปทั่วดินแดน เคาะประตูกระท่อมต่ำต้อยหรือคฤหาสน์แต่ละหลังที่ผ่านไป ขออาหารและที่พักแรม ไม่มีใครยอมต้อนรับทั้งสองเลย พวกเขาถูกไล่ตะเพิดกระแทกประตูปิดใส่หน้าไปทุกครั้ง พวกเขาลองพยายามกับบ้านนับร้อยๆหลัง ซึ่งล้วนทำต่อหน้าพวกเขาในลักษณะเดียวกัน จนกระทั่งมาถึงเพิงเล็กๆของคนขัดสนยากจนข้นแค้นยิ่งกว่าที่เคยพบมาหลังคามุงต้นกก แต่ที่นี่เมื่อพวกเขาเคาะเรียก ประตูก็เปิดกว้างมีเสียงร่าเริงเชื้อเชิญให้เข้าไป พวกเขาต้องค้อมหัวลงเดินผ่านประตูเตี้ยๆแต่เมื่อเข้าไปอยู่ข้างใน พวกเขาก็พบห้องสะอาดสะอ้านหน้าสบาย มีชายหญิงชราหน้าตาใจดีต้อนรับพวกเขาด้วยอัธยาศัยไมตรีและกุลีกุจอต้อนรับอย่างดียิ่ง "เราเป็นคนจน" นางบอก ตลอดเวลาที่นางพูดคุยนี้ นางเป็นธุระคอยปรนนิบัติพวกเขา นางพัดให้ถ่านหินที่มีขี้เถ้ากลบอยู่ในเตาไฟมืดๆลุกโชนขึ้นจนเปลวแลบเลีย นางแขวนหม้อใบเล็กมีน้ำเต็มไว้เหนือกองไฟ ครั้นน้ำเริ่มเดือดสามีนางก็กลับเข้ามาพร้อมกับหมูชิ้นหนึ่งที่แขวนอยู่บนขื่อ พอสุกดีแล้วบอซิสก็จัดโต๊ะด้วยมือสั่นเทาเพราะความชรา ขาดต๊ะข้างหนึ่งสั้นไปหน่อย แต่นางก็เอาเศษจานแตกหนุนไว้ นางจัดวางมะกอก หัวผักกาดและไข่หลายฟองี่นางย่างไว้ในกองขี้เถ้าลงบนโต๊ะ ถึงตอนนี้กะหล่ำปลีกับเบคอนก็สุกพอดี ชายชราเลื่อนเก้าอี้โยกเยกสองตัวมาชิดโต๊ะและเชื้อเชิญให้แขกนั่งเอกเขนกและรับประทานอาหาร
จากนั้นไม่นานเขาก็นำถ้วยไม้บีชและอ่างดินเผาใส่เหล้าองุ่นที่รสชาติไม่ผิดกับน้ำส้มสายชูละลายน้ำให้เจือจาง อย่างไรก็ตามฟิเลมอนดูภูมิใจและมีความสุขที่สามารถเพิ่มความหรรษาให้กับอาหารมื้อนี้ เขาคอยดูแลรินเติมให้เต้มทันทีที่หมดถ้วย หญิงชายชราทั้งคู่ต่างดีใจและตื่นเต้นที่หาอะไรมารองรับแขกเหรื่อเสียจนไม่ทันสังเกต สิ่งหนึ่งที่กว่าจะนึกเอะใจก็อีกพักใหญ่ต่อมา อ่างเครื่องดื่มไม่เคยพร่องไปเลยมิใยพวกเขาจะรินเหล้าเติมลงในถ้วยไปไม่รู้กี่ถ้วยแล้ว แต่ระดับเหล้าองุ่นยังคงปริ่มเต้มเท่าเดิมอยู่เสมอ เมื่อนึกสะดุดใจขึ้นมาพวกเขาต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างตื่นตระหนก และหรุบตาต่ำลงสวดมนต์อยู่ในใจ และแล้วด้วยเสียงสั่นเครือเนื้อตัวสั่นเทาพวกเขาขอให้อาคันตุกะยกโทษให้ที่นำเครื่องดื่มไม่เข้าท่ามาเลี้ยง
"เรามีห่านอยู่ตัวหนึ่ง" ชายชรากล่าว อย่างไรก็ตาม การไล่จับห่านนั้นปรากฏว่าเกินกำลังพวกเขา ทั้งสองพยายามจับโดยไม่เป็นผลจนกระทั่งหมดแรงระหว่างที จูปิเตอร์กับเมอร์คิวรีนั่งดูอย่างขบขัน "เจ้าเป็นเจ้าของบ้านที่รับรองเลี้ยงดูเทพเจ้า" เทพเจ้ากล่าว แล้วเทพเจ้าก็พาทั้งสองออกจากกระท่อมและบอกให้เหลียวมองไปรอบตัว พวกเขาต้องประหลาดใจที่เห็นแต่น้ำอยู่รอบกาย ดินแดนทั้งหมดปลาสนาการหายไป มีแต่ทะเลสาบกว้างใหญ่ห้อมล้อมอยู่ พวกเพื่อนบ้านไม่เคยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อชายหญิงคู่นี้เลย แต่เมื่อยืนอยู่ที่นั่นพวกเขาก็ร้องไห้สงสารเพื่อนบ้าน แต่แล้วในทันใดนั้นน้ำตาของพวกเขาก็แห้งเหือดไป เมื่อได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นตรงหน้า ต่หน้าต่อตานั้นเอง กระท่อมต่ำต้อยเล็กจิ๋วซึ่งเป็นบ้านของพวกเขามานาน กลับกลายเป็นวิหารหินอ่อนขาวผ่องมีเสาอัครฐานและหลังคาทอง "เจ้าคนดี" จูปิเตอร์ตรัส ผู้เฒ่าทั้งสองกระซิบกระซาบปรึกษากัน แล้วฟิเลมอนจึงกล่าวว่า "โปรดอนุญาตให้เราเป็นนักบวชเฝ้าวิหารนี้ให้ท่าน และเนื่องจากเราอยู่ด้วยกันมานานแสนนานแล้ว เทพเจ้าประทานพรให้ด้วยความโปรดปรานทั้งสองอย่างยิ่ง พวกเขารับใช้อยู่ในวิหารโอ่อ่านั้นเป็นเวลานาน เรื่องไม่ได้เล่าว่าพวกเขานึกอาลัยอาวรณ์ห้องเล็กๆแสนสบายที่มีเตาไฟอบอุ่นของตนหรือไม่ แต่วันหนึ่งขณะยืนอยู่หน้าวิหารหินอ่อนและหลังคาสีทองงดงามนั้น พวกเขาก็คุยกันถึงชีวิตเก่าก่อนซึ่งยากจนข้นแค้นทว่าสุขใจ บัดนี้ทั้งคู่ชราภาพมากแล้วทันใดนั้น ขณะที่ทั้งสองต่างพูดคุยถึงความหลังกัน ต่างก็เห็นอีกฝ่ายมีใบไม้งอกออกจากตัว ครั้นแล้วก็มีเปลือกไม้ห่อหุ้มอยู่รอบกาย พวกเขามีเวลาทันเพียงร้องว่า "ลาก่อน เพื่อนคู่ใจสุดที่รัก" เมื่อวาจานั้นผ่านพ้นริมฝีปากออกมา พวกเขาก็กลายเป็นต้นไม้ไปแล้ว แต่ก็ยังอยู่เคียงคู่กันต้นลินเดนและต้นโอ๊กงอกจากลำต้นเดียวกัน
เรื่อง : ปกรณัมปรัมปรา ตำนานเทพและวีรบุรุษ กรีก โรมัน นอร์ส ภาพ : อินเตอร์เน็ต เพลง : อินเตอร์เน็ต |
| Sport Day | ||
ReeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeD |
||
|
View All |
||
| ;> | ||
;>;>;>;>;> |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||