• องุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : grapeblues@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 39
  • จำนวนผู้ชม : 8152
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
วันพุธ ที่ 4 เมษายน 2550
ภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมรัฐธรรมนูญใหม่
Posted by องุ่น , ผู้อ่าน : 109 , 18:35:05 น.   | หมวดหมู่ : รัฐธรรมนูญ 2550  
พิมพ์หน้านี้


ภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมรัฐธรรมนูญใหม่

ยังไม่ทันลงมือร่างรัฐธรรมนูญ บรรดาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็เปิดศึกวิวาทะเรื่อง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็น พ.ร.ฎ.ที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ไม่ได้ออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และทำท่าว่าการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 25 คน จะล่าช้าออกไป

สุดท้ายทุกคนก็ต้องยินยอมทำตาม พ.ร.ฎ.ฉบับนั้น เนื่องจากกรอบเวลาบีบบังคับ จึงขอให้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าได้มีการทักท้วงแล้ว

จากนี้ไป บทบาทของ ส.ส.ร.และคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะถูกติดตามจากสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด แต่ด้วยบทเรียนครั้งที่ผ่านมา นักวิชาการจำนวนไม่น้อยเกรงว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผูกขาดความคิดความอ่านโดยคนกลุ่มหนึ่ง และคนส่วนใหญ่ในสังคมจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

เพราะครั้งแล้วครั้งเล่าสังคมไทยมักวาดหวังไว้ว่า กรอบ กติกาของรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่เป้าหมายในการปฏิรูปสังคมการเมืองไทยอย่างยั่งยืน

ขณะที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ.2540 นั้น มีเจตนารมณ์เพื่อการพัฒนาการเมืองไทย หากแต่วัฒนธรรมของคนไทยยังขาดต่อการตื่นตัว และมีส่วนร่วมทางการเมืองต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยฝากความรับผิดชอบทางการเมืองไว้เพียงการหย่อนคะแนนเสียงเลือกตั้งไว้กับนักการเมืองขาดจริยธรรม อันเป็นสาเหตุให้ระบอบประชาธิปไตยไทยประสบความล้มเหลวมาอย่างซ้ำซาก

ในช่วงรอยต่อทางการเมืองสู่การเดินหน้าในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญการลงประชามติ เพื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 และมอบอำนาจหน้าที่การบริหารประเทศให้กับรัฐบาลเลือกตั้งชุดใหม่

'ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร'จึงถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ที่รัฐบาลประกาศนโยบายสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร โดยจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสื่อสาร สร้างการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิดเห็น ในสาระสำคัญของการสร้างประชาธิปไตย ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเพื่อวางรากฐานของระบอบประชาธิปไตยไทย

ที่มี ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่ผลักดันโครงการดังกล่าว เพื่อกู้วิกฤติการเมืองจากการยึดอำนาจสู่แนวทางการปฏิรูปทางการเมือง

พร้อมมอบหมายเก้าอี้ให้นักเคลื่อนไหวพลังการเมืองภาคประชาชนในอดีต อย่าง วิทยากร เชียงกูล รับหน้าที่ประธานกรรมการอำนวยการการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน

ผนึกกำลัง 'คนเดือนตุลา' อย่าง พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ และ ทวีเกียรติ ประเสริฐเจริญสุข

ด้วยแนวคิดในฐานะประธานฯ ของเขาที่ว่ารัฐธรรมนูญมิใช่เพียงกรอบคิดทางด้านกฎหมายและการเมืองเท่านั้น หากต้องเข้าใจเศรษฐศาสตร์การเมืองหรือสังคมวิทยาการเมืองไทยไปพร้อมกัน

"...การเขียนกฎหมายมันต้องมีหลายมิติ ฉบับปี 2540 เป็นนักกฎหมาย กับนักรัฐศาสตร์ ไม่เคยมองมิติอื่นเลย อย่างเศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา ส่วนนักกฎหมายให้ทำด้านเทคนิค ที่ผ่านมาเราเอาแต่นักกฎหมาย กับรัฐศาสตร์ แถมยังไปยึดติดกับตำราฝรั่ง คิดแบบตะวันตก เอาโมเดลฝรั่งเศสมา ไม่เข้าใจคนระดับรากหญ้าเท่าไร นั่นคือปัญหา"

เริ่มต้นมองการเมืองไทยโดยพิจารณาโมเดลรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่หลายคนเคยมักพูดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดฉบับหนึ่งนั้น มีจุดอ่อน จุดแข็ง อย่างไร เพื่อจะนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับการเมืองไทย

"ถึงหลายคนจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดีที่สุด แต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นเปิดช่องทางให้รัฐบาลทักษิณ เข้ามาครองอำนาจผูกขาด และสร้างปัญหามากมายได้ การพูดว่า รัฐธรรมนูญดี แต่คนใช้ไม่ดี ไม่มีผลอะไร เราต้องคิดค้นและผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์คนส่วนใหญ่ และใช้บังคับตามเจตนารมณ์ได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุม งานด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ และงานรณรงค์ ที่เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยน เพื่อเรียนรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ

เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักร่วมกันถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องการภาคีความร่วมมือ จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดจนเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการร่วมมือกันค้นคว้าและทำกิจกรรมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กับผู้มีสิทธิออกเสียง 30 กว่าล้านคน อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยการจัดประชุมเวทีย่อย เวทีใหญ่ต่างๆ และโดยการแลกเปลี่ยนผ่านรายการ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต แฟกซ์ ไปรษณีย์ ฯลฯ เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนานใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดภูมิปัญญาแบบรวมหมู่ที่ลึกซึ้งกว้างขวาง

"เราต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนฉลาดขึ้น ตื่นตัวขึ้น สนใจการจัดตั้งองค์กร เรียกร้องผลักดันการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปทางการเมือง ซึ่งถ้ามองให้กว้างแล้ว ต้องรวมทั้งการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย

"ถึงประชาชนระดับล่างส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ และอาจบอกไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนจะดีสำหรับพวกเขา แต่พวกเขาบอกได้ว่า พวกเขามีปัญหาอะไร และต้องการการแก้ไขอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของนักวิชาการ นักวิชาชีพ และผู้มีการศึกษาสูงที่ตื่นตัวทางการเมือง ที่จะต้องไปสำรวจปัญหาพูดคุยกับประชาชนและเชื่อมโยงให้ได้ว่า ปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ จะหาทางแก้ไขได้ด้วยรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองแบบไหน"

เพราะถ้าประชาชนยังยากจน การศึกษา การรับรู้ข่าวสารต่ำ และมีความคิดค่านิยมที่ชอบฝากความหวังไว้กับคนมีอำนาจ ถึงจะร่างรัฐธรรมนูญให้ดีแค่ไหน ก็คงมีผลบังคับใช้ได้น้อย

ส่วนประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรยึดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ อาจารย์วิทยากร แสดงความเห็นว่า

"ผมคิดว่าต้องทำให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น ให้นักการเมืองมีอำนาจลดลง ถูกถอนได้ง่ายขึ้น องค์กรอิสระให้อิสระจริงๆ อย่าให้นักการเมืองเข้ามายุ่ง อาจจะพึ่งระบบศาลมากขึ้น อย่าง อินเดีย ให้ศาลมาดูเลย ไม่ใช่แบบเรา เพราะ กกต.ของเราพอถึงเวลานักการเมืองมันส่งคนมาล็อบบี้เอาพรรคพวกมันเข้าไป ระบบศาลยังพอใช้ได้ แม้ว่าจะอนุรักษนิยมหน่อย ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมือง แต่ก็เข้ามาคานอำนาจนักการเมืองได้นะ"

ก่อนที่คนไทยจะได้สัมผัสถึงเนื้อหาใจความของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่ขับเคลื่อน โดยฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้แนวคิด 'รัฐธรรมนูญไทย ทุกตัวอักษร คือเสียงสะท้อนของประชาชน' จะบ่งชี้ว่า คนไทยจะมีกฎหมาย 'แม่บท' ที่เหมาะสม และนำมาบังคับใช้ได้จริงกับการเมืองไทยได้หรือไม่


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน