พิมพ์หน้านี้
|
ภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมรัฐธรรมนูญใหม่ ยังไม่ทันลงมือร่างรัฐธรรมนูญ บรรดาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็เปิดศึกวิวาทะเรื่อง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็น พ.ร.ฎ.ที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ไม่ได้ออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และทำท่าว่าการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 25 คน จะล่าช้าออกไป สุดท้ายทุกคนก็ต้องยินยอมทำตาม พ.ร.ฎ.ฉบับนั้น เนื่องจากกรอบเวลาบีบบังคับ จึงขอให้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าได้มีการทักท้วงแล้ว จากนี้ไป บทบาทของ ส.ส.ร.และคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะถูกติดตามจากสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด แต่ด้วยบทเรียนครั้งที่ผ่านมา นักวิชาการจำนวนไม่น้อยเกรงว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผูกขาดความคิดความอ่านโดยคนกลุ่มหนึ่ง และคนส่วนใหญ่ในสังคมจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เพราะครั้งแล้วครั้งเล่าสังคมไทยมักวาดหวังไว้ว่า กรอบ กติกาของรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่เป้าหมายในการปฏิรูปสังคมการเมืองไทยอย่างยั่งยืน ขณะที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ.2540 นั้น มีเจตนารมณ์เพื่อการพัฒนาการเมืองไทย หากแต่วัฒนธรรมของคนไทยยังขาดต่อการตื่นตัว และมีส่วนร่วมทางการเมืองต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยฝากความรับผิดชอบทางการเมืองไว้เพียงการหย่อนคะแนนเสียงเลือกตั้งไว้กับนักการเมืองขาดจริยธรรม อันเป็นสาเหตุให้ระบอบประชาธิปไตยไทยประสบความล้มเหลวมาอย่างซ้ำซาก ในช่วงรอยต่อทางการเมืองสู่การเดินหน้าในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญการลงประชามติ เพื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 และมอบอำนาจหน้าที่การบริหารประเทศให้กับรัฐบาลเลือกตั้งชุดใหม่ 'ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร'จึงถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ที่รัฐบาลประกาศนโยบายสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร โดยจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสื่อสาร สร้างการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิดเห็น ในสาระสำคัญของการสร้างประชาธิปไตย ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเพื่อวางรากฐานของระบอบประชาธิปไตยไทย ที่มี ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่ผลักดันโครงการดังกล่าว เพื่อกู้วิกฤติการเมืองจากการยึดอำนาจสู่แนวทางการปฏิรูปทางการเมือง พร้อมมอบหมายเก้าอี้ให้นักเคลื่อนไหวพลังการเมืองภาคประชาชนในอดีต อย่าง วิทยากร เชียงกูล รับหน้าที่ประธานกรรมการอำนวยการการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ผนึกกำลัง 'คนเดือนตุลา' อย่าง พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ และ ทวีเกียรติ ประเสริฐเจริญสุข ด้วยแนวคิดในฐานะประธานฯ ของเขาที่ว่ารัฐธรรมนูญมิใช่เพียงกรอบคิดทางด้านกฎหมายและการเมืองเท่านั้น หากต้องเข้าใจเศรษฐศาสตร์การเมืองหรือสังคมวิทยาการเมืองไทยไปพร้อมกัน "...การเขียนกฎหมายมันต้องมีหลายมิติ ฉบับปี 2540 เป็นนักกฎหมาย กับนักรัฐศาสตร์ ไม่เคยมองมิติอื่นเลย อย่างเศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา ส่วนนักกฎหมายให้ทำด้านเทคนิค ที่ผ่านมาเราเอาแต่นักกฎหมาย กับรัฐศาสตร์ แถมยังไปยึดติดกับตำราฝรั่ง คิดแบบตะวันตก เอาโมเดลฝรั่งเศสมา ไม่เข้าใจคนระดับรากหญ้าเท่าไร นั่นคือปัญหา" เริ่มต้นมองการเมืองไทยโดยพิจารณาโมเดลรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่หลายคนเคยมักพูดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดฉบับหนึ่งนั้น มีจุดอ่อน จุดแข็ง อย่างไร เพื่อจะนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับการเมืองไทย "ถึงหลายคนจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดีที่สุด แต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นเปิดช่องทางให้รัฐบาลทักษิณ เข้ามาครองอำนาจผูกขาด และสร้างปัญหามากมายได้ การพูดว่า รัฐธรรมนูญดี แต่คนใช้ไม่ดี ไม่มีผลอะไร เราต้องคิดค้นและผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์คนส่วนใหญ่ และใช้บังคับตามเจตนารมณ์ได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุม งานด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ และงานรณรงค์ ที่เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยน เพื่อเรียนรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักร่วมกันถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องการภาคีความร่วมมือ จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดจนเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการร่วมมือกันค้นคว้าและทำกิจกรรมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กับผู้มีสิทธิออกเสียง 30 กว่าล้านคน อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการจัดประชุมเวทีย่อย เวทีใหญ่ต่างๆ และโดยการแลกเปลี่ยนผ่านรายการ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต แฟกซ์ ไปรษณีย์ ฯลฯ เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนานใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดภูมิปัญญาแบบรวมหมู่ที่ลึกซึ้งกว้างขวาง "เราต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนฉลาดขึ้น ตื่นตัวขึ้น สนใจการจัดตั้งองค์กร เรียกร้องผลักดันการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปทางการเมือง ซึ่งถ้ามองให้กว้างแล้ว ต้องรวมทั้งการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย "ถึงประชาชนระดับล่างส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ และอาจบอกไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนจะดีสำหรับพวกเขา แต่พวกเขาบอกได้ว่า พวกเขามีปัญหาอะไร และต้องการการแก้ไขอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของนักวิชาการ นักวิชาชีพ และผู้มีการศึกษาสูงที่ตื่นตัวทางการเมือง ที่จะต้องไปสำรวจปัญหาพูดคุยกับประชาชนและเชื่อมโยงให้ได้ว่า ปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ จะหาทางแก้ไขได้ด้วยรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองแบบไหน" เพราะถ้าประชาชนยังยากจน การศึกษา การรับรู้ข่าวสารต่ำ และมีความคิดค่านิยมที่ชอบฝากความหวังไว้กับคนมีอำนาจ ถึงจะร่างรัฐธรรมนูญให้ดีแค่ไหน ก็คงมีผลบังคับใช้ได้น้อย ส่วนประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรยึดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ อาจารย์วิทยากร แสดงความเห็นว่า "ผมคิดว่าต้องทำให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น ให้นักการเมืองมีอำนาจลดลง ถูกถอนได้ง่ายขึ้น องค์กรอิสระให้อิสระจริงๆ อย่าให้นักการเมืองเข้ามายุ่ง อาจจะพึ่งระบบศาลมากขึ้น อย่าง อินเดีย ให้ศาลมาดูเลย ไม่ใช่แบบเรา เพราะ กกต.ของเราพอถึงเวลานักการเมืองมันส่งคนมาล็อบบี้เอาพรรคพวกมันเข้าไป ระบบศาลยังพอใช้ได้ แม้ว่าจะอนุรักษนิยมหน่อย ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมือง แต่ก็เข้ามาคานอำนาจนักการเมืองได้นะ" ก่อนที่คนไทยจะได้สัมผัสถึงเนื้อหาใจความของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่ขับเคลื่อน โดยฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้แนวคิด 'รัฐธรรมนูญไทย ทุกตัวอักษร คือเสียงสะท้อนของประชาชน' จะบ่งชี้ว่า คนไทยจะมีกฎหมาย 'แม่บท' ที่เหมาะสม และนำมาบังคับใช้ได้จริงกับการเมืองไทยได้หรือไม่ |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||