พิมพ์หน้านี้
|
เราคือใบไม้ใบเดียวกัน เวลามีมาให้เรา ได้ใช้ร่วมกัน... เราคือลูกคลื่นทะเลเดียวกัน... เราคือดวงดาวฟ้าเดียวกัน เวลามีมาให้เรา ได้ใช้ร่วมกัน...
บทสวดแห่งหมู่บ้านพลัม ได้ขับกล่อมการภาวนาวันสุดท้ายในหอประชุมใหญ่ ที่ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ล้านนา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ให้เราได้รับรู้ถึงพลังของลมหายใจจากต้นไม้ที่ให้ชีวิตแก่เรามาหลายชั่วอายุคน เมื่อสัมผัสกับความหมายบทเพลงดังกล่าวอย่างแท้จริงแล้ว ทำให้เราผ่อนคลาย เบิกบาน และส่งผลต่อสติการระลึกรู้ ซึ่งหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ถือเป็นวิถี 'การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข' ให้เราเริ่มต้นกลับมาอยู่กับปัจจุบัน สัมผัสถึงความสุข สงบ ที่อยู่ในตัวเรา กิจวัตรที่สามารถทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และเป็นบทเพลงที่สื่อสารให้มนุษย์เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับทุกชีวิตบนโลก ดังหลักคิดในหนังสือ 'ปลูกรัก' (Cultivting the Mind of love) ซึ่งท่านเขียนไว้ว่า "...ประสบการณ์ของเรา เป็นผลจากการฝึกมองอย่างลึกซึ้ง เมื่อมองสิ่งใดก็ตาม เราจะเห็นธรรมชาติของการอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ตัวตนจะมีไม่ได้ถ้าไม่มีธาตุความไม่มีตัวตน เมื่อมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง เราจะเห็นจักรวาลทั้งหมด สิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากหลายสิ่ง การจะดูแลตัวเองได้นั้น เราต้องดูแลคนรอบข้างไปด้วย ความสุขและความมั่นคงของเขา ก็คือความสุขและความมั่นคงของเราเช่นนี้ หนทางการปฏิบัติของติช นัท ฮันห์ ผู้นำพุทธธรรมแห่งสันติภาพ จึงเดินทางหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสันติ ความปรองดอง สมานฉันท์ ให้ลงรากกลางใจผู้คนทั่วโลกมากว่าค่อนชีวิตของท่าน "ความคิดที่ว่ามนุษย์สำคัญกว่า สิ่งมีชีวิตใดๆ นั้น เป็นความคิดที่ผิด พระพุทธเจ้าสอนให้เรารู้จักดูแลสิ่งแวดล้อม พระองค์ทรงรู้ว่า ถ้าเราดูแลต้นไม้ เท่ากับเราได้ดูแลมนุษย์ไปด้วย" 0 0 0 ช่วงวันวิสาขบูชาโลกที่เพิ่งผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดีที่ท่านเดินทางมายังประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และได้กระตุ้นเตือนให้คนไทยหันมาตระหนักถึงการประพฤติ ปฏิบัติให้เข้าถึงแก่นแท้แห่งธรรม ที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในทุกปัจจุบันขณะ ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดกิจกรรมการภาวนาด้วยหัวใจ (Pratice from the heart) ที่เชียงใหม่ ผู้คนกว่า 700 คน จากหลากหลายเชื้อชาติทั่วโลก ได้เดินทางมารวมตัว เพื่อเจริญสติ ภาวนา โดยการกลับมาตามลมหายใจด้วยวิถีแห่งพุทธะ และฝึกบ่มเพาะกล่อมเกลาจิตใจของตนเอง ไม่ยึดติดคิดฟุ้งซ่านตามจิต ที่หลงไปอยู่กับอดีตหรืออนาคต ก่อนการแสดงปาฐกถาธรรมเทศนาในวันสุดท้าย หลวงปู่ได้ลงรากปลูกต้นมะเฟืองลงสู่ผืนดิน ณ อาณาบริเวณของศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก่อกำเนิดความร่มเย็นด้วย 'สัญลักษณ์แห่งพุทธธรรม' สื่อสารให้เจ้าของผืนดินแห่งนี้ได้ช่วยกันรดน้ำ บ่มเพาะสติ ความตื่นรู้ ให้เข้าไปในจิตใจ เพื่อให้วิถีทางธรรมนี้ งอกเงยแผ่กิ่งก้านไป ประหนึ่งการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสันติ สมานฉันท์ ให้สถิตอยู่ในหัวใจทุกคน ที่ผ่านมา หลักธรรมของท่านยังปรากฏเรื่องราวการกระตุ้นเตือนผู้คนในสังคมโลก ให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงบนพื้นโลก ให้หันมาใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราอย่างทันสมัย เห็นได้จาก สภาวการณ์การผันแปรทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์อย่างใหญ่หลวง สาเหตุสำคัญมาจาก มนุษย์ละเลยต่อสรรพสิ่งที่ล้วนมีความเชื่อมโยงต่อชีวิตมนุษย์ หลวงปู่นัท ฮันห์ กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงปาฐกถาธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ที่พุทธมณฑล ว่า ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น เนื่องจากเราไม่ได้รักพระพุทธเจ้า เราไม่ได้ปฏิบัติต่อโลกด้วยความรัก ความเมตตา เรามีแต่ความกระหาย จึงทำให้พื้นโลกเป็นสิ่งที่ยากลำบากที่จะให้โลกนี้ดำเนินต่อไป "วันวิสาขบูชา เราถวายธูป เทียน บูชาแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แต่สิ่งที่พระองค์อยากให้เราถวายแด่ท่านมากที่สุดคือ การปฏิบัติของตัวเราเอง การเจริญสติ สมาธิ ด้วยความเข้าใจ สติทำให้เรารู้ว่าอะไรเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา "ในตัวเรามีความเครียด ความโกรธ ความรุนแรงมากมาย และรอบข้างเราก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ด้วยความตระหนักต่อสิ่งที่เป็นอยู่บนพื้นโลก และการทำให้พื้นโลกเป็นทุกข์น้อยลง จึงคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่ชาวพุทธจะตระหนักว่าจะทำให้โลกของเราดีขึ้นได้อย่างไร" โดยเมื่อวันวิสาขบูชาในปีที่ผ่านมา หลวงปู่กล่าวในที่ประชุม UNESCO เสนอวันที่ปราศจากการใช้รถ (No car day) ซึ่งการประกาศครั้งนั้น นับเป็นการกระตุ้นเตือนให้หลายคนทั่วโลก ร่วมฝึกที่จะไม่ใช้รถ ซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐที่เราจะหันมาดูแลโลก พร้อมกันนั้น เชิญชวนให้ผู้คนทั่วโลกปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว ส่วนที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีกำหนดวันที่ไม่ใช้ไฟตลอด 24 ชั่วโมงสัปดาห์ละหนึ่งครั้งอีกด้วย "แนวทางการไม่ใช้รถ ยังขยายไปสู่ 'สังฆะ' ในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ให้ปฏิบัติอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน นอกจากนั้น ในวันที่ 22 กันยายนของทุกปี ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นวัน No car day ซึ่งหากเรามีความตั้งใจ รวมกันหนึ่งแสนคนที่จะปฏิบัติเช่นนี้ เราก็จะมีวันที่ปราศจากการใช้รถรวมกันถึง 100,000 วัน" "เพราะแทนที่เราจะจมอยู่กับความสิ้นหวัง การปฏิบัติเพื่อรักษาพื้นโลกในวันนี้ จะเป็นวันที่เรามีความเบิกบานอย่างยิ่ง เพราะเราได้ตระหนักว่าเราได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อโลก" โดยสิ่งเหล่านี้อยู่ในเมล็ดพันธุ์แห่งสติที่จะเก็บสะสม เมื่อเราเรียนรู้ที่จะแสดงความรักที่มีต่อโลก ด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวลให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ และฟื้นคืนพลังแห่งสติด้วยการตระหนักรู้ ซึ่งจะนำไปสู่การแปรเปลี่ยนไปสู่การบริโภคอย่างมีสติในจิตสำนึกของเรา และเมื่อมีการบริโภคที่ดีงาม เราก็จะมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นดั่งส่วนหนึ่งของเรา ด้วยหนทางนี้ จะช่วยก่อเกิดเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาในตัวคนรุ่นใหม่ๆ ให้เติบโตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ความหวาดกลัวต่อปัญหาความปรวนแปรทางธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ จะบรรเทาเบาบางลง เพราะเรารู้วิธีที่จะปฏิบัติกับสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างไร ด้วยจิตสำนึกที่ว่า ไม่ว่าชีวิตใดๆ ในโลก เราก็ต่างเป็นดั่งกันและกัน เราคือใบไม้ต้นเดียวกัน |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |