พิมพ์หน้านี้
|
เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ให้สอดคล้องพลังในสังคม
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในสังคมไทย ยังปรากฏความเคลื่อนไหวอย่างไม่ขาดสาย และก่อนวันสุกดิบการออกเสียงประชามติ ยามบ่ายของวันที่ 17 สิงหาคม ในงาน 'กระทรวงพลังงาน-มติชน ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม' ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกหนึ่งเวทีที่รวมกูรูวิชารัฐธรรมนูญไทย ร่วมเสวนาในหัวข้อ 'คว่ำ ไม่คว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญ ประเทศชาติ รอด ไม่รอด' โดยมี มีชัย ฤชุพันธุ์ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ และ รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้จะออกตัวว่ามีความรู้เกี่ยวรัฐธรรมนูญน้อยที่สุดบนเวที แต่การวิเคราะห์มุมมองการเมือง เชื่อมโยงกับบริบทแวดล้อมการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา และการก้าวไปสู่กรอบ กติกาของรัฐธรรมนูญ 2550 นั้น น่าสนใจอย่างยิ่ง อาจารย์เกษียร แสดงความเห็นในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นั้น มีความเกี่ยวข้องกับเผด็จการทุนนิยมของระบอบทักษิณ โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเข้ามายุติอำนาจทุน และฐานคะแนนเสียงระบอบทักษิณผ่านระบบการเลือกตั้งอย่างชัดเจน โดยดูได้จาก 1) การลดอำนาจนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง จากการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง โดยเปรียบเทียบ หากเราอยากได้ระบบพรรคการเมือง 2 พรรค จะมีเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว อยากได้พรรคการเมืองหลายพรรค การเลือกตั้งจะเป็นแบบรวมเขตเรียงเบอร์ รวมทั้งเราจะได้รัฐบาลผสมมาบริหารประเทศ นอกจากนั้น การเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ออกเป็น 8 กลุ่มจังหวัด แม้ผู้ร่างต้องการให้บัญชีรายชื่อมาจากกลุ่มคนที่หลากหลาย แต่ในภาพรวมนั้น ส่งผลให้การเมืองระดับชาติอ่อนแอ และทำให้อิทธิพลทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น 2) การเพิ่มอำนาจข้าราชการตุลาการ และบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่จับผิดมหาอัปรียชน (นักเลือกตั้ง) ซึ่งเป็นคนดีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจมากขึ้น 3) มีการประกันอิสระสัมพัทธ์ของข้าราชการประจำให้ปลอดจากอำนาจจากข้าราชการเมืองมากขึ้น อาทิ ส.ว. ส.ส. นายกฯ รมต. นักการเมืองท้องถิ่น ตามบทบัญญัติในมาตรา 266, 268 และ 284 4) ทหารจะได้รับการยอมรับว่ามีสิทธิอำนาจการตัดสินใจทางการเมือง การตอบคำถามหลักทางรัฐศาสตร์ มีอยู่ว่า ใครที่มีอำนาจครั้งสุดท้ายในการตัดสินว่า ใครจะได้ อะไร เมื่อไหร่ อย่างไร จากเดิม 'ประชาชน' ได้รับอำนาจทางการเมืองมาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 แต่ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จะด้วยเจตนาใดก็ตาม ในมาตรา 309 อาจมีการตีความได้ว่าเป็นการรับรองสิทธิอำนาจของทหาร เมื่อประมวลจากทั้ง 4 ข้อนี้ อำนาจการเมืองจะเข้าสู่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจ (Power shift) ครั้งใหม่ จากที่เคยอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่ และกลุ่มคนชายขอบ จะกลับไปอยู่กับกลุ่มคน เช่น ทหาร ตุลาการ และคนดีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการขจัดระบอบทักษิณ และป้องกันไม่ให้คนสองกลุ่มนี้ เข้ามาสู่อำนาจรัฐผ่านการเลือกตั้ง "ผมไม่คิดว่ามันจะนำไปสู่ความสงบ สมานฉันท์ แต่จะนำไปสู่ความตึงเครียด อึดอัด เพราะเป็นคนสองกลุ่มในสังคมที่กำลังแย่งอำนาจรัฐ และรัฐธรรมนูญ 2550 จะไม่สามารถทำให้เกิดความปรองดองของคนกลุ่มนี้ได้" พร้อมกันนั้น อาจารย์ยังตั้งคำถามถึงร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กับสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของไทย โดยยกตัวอย่างถึง NGO's ของสหรัฐอเมริกา 'Free House' ที่มีการจัดเรทติ้งในเรื่องนี้ จากข้อมูลในปี 2547 ประเทศไทยอยู่ในระดับ Free มีอิสระ ปี 2548 อยู่ในระดับ Partly Free ขณะที่ปี 2549 ประเทศไทยกลับตกไปอยู่ระดับ Unfree คือประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อ.เกษียร ให้ข้อเสนอแนะว่า เราจะสามารถกลับไปสู่สถานะประเทศที่มีอิสระทางการเมือง ด้วยการผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งอย่างนั้นหรือ ที่จริงแล้ว ก่อนอื่นเราอาจจะต้องไปดูตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเคลื่อนผ่านจากประเทศเผด็จการไปสู่เสรีประชาธิปไตย ประการแรกที่เขาทำ คือ จัดการกับระบบราชการที่มีอำนาจล้นฟ้า ทุจริตคอร์รัปชัน และไม่พร้อมรับผิดชอบ โดยมีวิธีการแก้ไขปัญหานี้คือ 1) ต้องทำให้การเมืองจากการเลือกตั้งอยู่เหนือข้าราชการประจำ 2) ทำให้ระบอบราชการปลอดการเมือง 3) ทหารต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในทัศนะของอาจารย์เกษียร เห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2550 กลับตาลปัตร 3 หลักเหล่านี้ เพราะมีลักษณะ 1) ลดทอนอำนาจนักการเมือง มาเป็นการเพิ่มราชการตุลาการ และคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และมีการค้ำประกันอิสระของข้าราชการโดยสัมพัทธ์ 2) ทำให้อำนาจตุลาการไปยุ่งกับนักการเมืองอย่างมาก จากที่ก่อนนี้เรามีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเปลี่ยนเป็นตุลาการธิปไตย ภายใต้ทหารสร้างขึ้น ซึ่งอาจส่งผลบั่นทอนต่อสถาบันตุลาการได้ และประการที่ 3 ร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 309 อาจตีความได้ว่า รับรองสิทธิของทหารในการตัดสินใจว่าจะสามารถเข้ามากุมอำนาจอธิปไตยและสร้างระเบียบการเมืองใหม่ได้อย่างชอบธรรม ช่วงท้ายของการเสวนาประเด็นนี้ เวียนมาถึงอนาคตการเมืองหลังการลงประชามติ นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ กล่าวว่า "พรรคการเมือง และหลายๆ กลุ่ม ออกมาพูดตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา แต่เพื่อให้บ้านเมืองสงบ การเมืองเดินต่อไป รับไปก่อน แล้วค่อยไปแก้หลังการเลือกตั้ง ดูเหมือนเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ค่อยมีคนรักมันจริงสักเท่าไหร่" โดยเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีความพยายามในการแก้รัฐธรรมนูญในหลายรูปแบบ แม้รัฐธรรมนูญ 2550 ในบางเรื่องจะดีกว่าฉบับ 2540 และมีคนดีร่วมร่างอยู่เยอะ แต่มันต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่สะท้อนความเป็นจริงทางสังคมการเมืองไทย ว่าตัวละครที่ร่วมร่างต้องการแบบนี้ "ปัญหาของรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับพลังในสังคมการเมืองไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก แต่เราจะช่วยขับเคลื่อนแก้ไขอย่างไรให้การเมืองมีการพลวัต" การเมืองไทยจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ยังมีคำตอบอยู่ที่คนไทยเป็นสำคัญ |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |