พิมพ์หน้านี้
|
พ่อแม่ทุกคน หวังจะให้ลูกของตนเติบโตขึ้นมาตามแบบอย่างที่หวังไว้ในใจ ซึ่งมาตรฐานทั่วไป คือ เก่งและดี แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ว่าสังคมเมืองหรือชนบท ชอบอ้างเรื่องไม่มีเวลาและคิดว่าไม่มีความรู้พอ ที่จะการอบรมสั่งสอนลูก แล้วก็โยนภาระทั้งมวลไปให้คนอื่น เช่น ผู้ดูแลเด็กฯ ครู ซึ่งส่วนใหญ่มีภาระงานล้น จนยากที่จะหาคุณภาพตามที่คาดหวัง จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่เองที่จะต้องวิธีการ... แล้วจะเลี้ยงแบบไหน...ให้ได้ดี เป็นคำถามที่ตอบยากมากในสังคมปัจจุบัน ส่วนใหญ่ที่เป็นอยู่ก็คือ เลี้ยงตามใจเรา ตามที่เราอยากให้เป็น สมการคือ (ตัวเรา + ประสบการณ์ + ความสามารถในการคาดเดาอนาคตของเรา)x ปัจจัยภายนอก = ตัวตนของลูก ปัญหาก็คือ หากตัวแปรใด ตัวแปรหนึ่ง เพี้ยน ค่าที่ออกมา ก็จะเพี้ยนตามไปด้วย ไม่เฉพาะเท่านั้น ที่สำคัญ ตัวคูณ(ตัวเร่งปฏิกริยา) คือ ปัจจัยภายนอก(น้ำในบึง) คุณควบคุมคนเดียวไม่ได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง...ผมเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง ..วิธีลัด...เลี้ยงลูกแบบง่ายๆ และมั่นใจว่า จะดีได้ทุกสถานการณ์และทุกสภาพสังคม มีภูมิต้านทานต่อปัจจัยภายนอก มี 8 วิธีลัด คือ ให้ลูกคุณ... 1.เล่นกีฬา 1 ประเภท ... ต้องเลือกให้เหมาะสม เด็กชอบและทำได้ดีพอควรเมื่อลองเล่นไปสักระยะ ( 1 เดือน) เหมาะกับสภาพฐานะครอบครัว ไม่ยุ่งยากในการจัดการมากเกินไป อาจจะคาดหวังถึงรายได้ในอนาคตได้บ้าง แต่ประเด็น ก็คือ อย่าให้มันกลายมาเป็นแรงกดดันทั้งลูกและคุณ มันจะผิดวัตถุประสงค์ ความหนัก...เอาให้ได้ขนาดเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับต่างๆได้ เช่น ตัวแทนโรงเรียน ตัวแทนอำเภอ เป็นต้น กีฬาจะช่วยสร้างพัฒนาการด้านร่างกายให้สัมพันธ์กับสมอง จะทำกิจกรรมอื่นๆที่ใช้ความสามารถทางกายได้ดี นอกจากนั้น ช่วยเรื่องของ อีคิว เช่น การรู้จักเคารพ กฏ กติกา และเรื่องของมารยาท (เช่นทุ่มบอลคืน เมื่อฝ่ายตรงข้ามเตะบอลออกให้) การรู้จักยอมรับเมื่อแพ้ (แต่ต้องสู้ต่อ...ในเกมส์) ไม่หยามเมื่อชนะ แต่ภาคภูมิใจตัวเอง รู้จักการทำงานเป็นทีม เป็นต้น 2.เล่นเครื่องดนตรี 1 ชนิด...วิธีคิดในการเลือกชนิดเครื่องดนตรี เบื้องต้นก็เหมือนการเลือกประเภทกีฬา เกณฑ์เพิ่มเติม ก็คือ ให้ได้ประมาณ ตาดู(ตัวโน๊ต,คอร์ด) หูฟัง (เสียงดนตรี,เสียงร้อง) ปากร้อง,ร่างกายขยับ(ดีด..สี..ตี..ห้ามเป่า...เพราะจะไม่ได้ร้องเพลง) ดนตรีจะช่วยในเรื่องประสาทสัมผัส เรื่องของจังหวะ ความสัมพันธ์กันอย่างลงตัวของ ร่างกาย สมอง อารมณ์ เรื่องของความสุนทรีย ไม่ชอบความรุนแรง มองโลกในแง่ดี 3.มีเพื่อนแท้สัก 1 คน(ก็พอ) ...แค่ 1 คนจริงๆ มากไปก็ไม่ดี ข้อนี้ไม่ต้องเลือก เอาที่มีอยู่แล้ว(อย่าบอกนะว่าลูกไม่เคยมีเพื่อน...ไม่เอาญาตินะ...ห่างๆละพอได้) เพียงแค่เพิ่มกิจกรรมระหว่างครอบครัวหน่อย ไปมาหาสู่กัน เที่ยวด้วยกัน กินด้วยกัน ทั้งครอบครัวนะ ไม่ต้องบ่อยมากหรอก เอาเป็นเทศกาลก็ได้ ส่วนตัวเด็กก็ปล่อยให้คบกันไปตามธรรมชาติ พ่อแม่ 2 ครอบครัว ก็ให้รักเพื่อนลูกเสมอลูกตัวเอง ดูแลห่างๆในเรื่องความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของลูก การมีเพื่อนแท้ ช่วยในเรื่องของความสามารถในการเข้าสังคม การยอมรับกันและกัน การเสียสละให้เพื่อนในบางโอกาส การให้อภัยกันและกัน การยอมเมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกัน เป็นต้น 4.เลี้ยงสัตว์ 1 ตัว...จะเป็นหมา แมว แพะ วัว ลิง ม้า (สัตว์เลี้ยงแบบคนเมือง...นึกไม่ออก) เอาชนิดที่พอมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้บ้าง และไม่อันตรายจากสัตว์และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน อายุไม่สั้น ไม่ยาวเกินไป (เต่า...ไม่ได้...ตายช้า) ดีที่สุดน่าจะเป็นหมา (มุสลิมและผม...ต้องเป็นแมว...) แต่ต้องให้ดูแลรับผิดชอบการเลี้ยงเอง...ให้คนใช้เลี้ยงนี่ก็ไม่ได้อะไร...สัตว์เลี้ยงช่วยในเรื่อง การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แม้ไม่ใช่มนุษย์( ประเภทเอื้อเฟื้อเฉพาะสัตว์..นี่ก็เกินไป) เป็นห่วงเป็นใย ไปไหนได้ไม่นาน(ห่วงสัตว์อดตาย...) และการยอมรับ ทำใจเมื่อสูญเสียของรัก (เมื่อสัตว์เลี้ยงตาย...เหตุผลที่ เต่าใช้ไม่ได้ สำหรับงานนี้) 5.อ่าน(ตัว)หนังสือวันละ 1 เรื่อง(เรื่องยาวก็สัก 1 บท)...ข้อนี้คงไม่ต้องให้เหตุผลมาก เอาแค่ว่าวิทยาการต่างๆตั้งแต่มนุษย์เริ่มเรียนรู้และเริ่มบันทึกมา ล้วนแล้วแต่เป็นตัวอักษร (ใช้คำว่าอ่านหนังสืออาจไม่ถูกต้องนัก..) ถ้าไม่อ่านจะรู้มากได้อย่างไร การอ่านช่วยให้การเสริมสร้างจินตนาการ การสร้างภาพ(ยนต์)ขึ้นในสมองจากการอ่านหนังสือ ซึ่งการดู(ทีวี)ไม่เกิดจินตนาการมากเท่า 6.ปลูกต้นไม้ แนะนำว่า น่าจะเป็นไม้ที่มีผล สามารถเก็บเกี่ยวได้ และใช้เวลาไม่นานนัก โดยเฉพาะในวัยเด็ก เช่น แตงโม ถั่วฝักยาว เป็นต้น หากโตขึ้นหน่อยอาจเป็นไม้ยืนต้นได้ การปลูกต้นไม้เป็นการฝึกสมาธิ รู้จักการรอคอย ฝึกการทำงานเล็กๆเพื่อหวังผลในอนาคต การเข้าใจธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น 7.พูดภาษาที่สอง(สาม) การพูดและฟังเข้าใจเพิ่มเติมอีกหนึ่งภาษา เป็นการเปิดประตูสู่โลกภายนอกได้ง่ายขึ้น จะเป็นภาษาใด ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของพ่อแม่ ส่วนตัวผมคิดว่า ภาษาอังกฤษต่อไปใครๆก็ต้องพูดได้ ฟังเข้าใจอยู่แล้ว น่าจะเล็งไปที่ภาษาอื่นๆ(อาจนับเป็นภาษาที่ 3 ) เช่น จีน อาหรับ เป็นต้น 8.มีงานอดิเรก 1 อย่าง...เป็นอะไรก็ได้ เช่น สะสมแสตมป์ รถบังคับวิทยุ สะสมแมลง นักอนุกรมวิธาน ฯลฯ (เยอะแยะ...มากมาย) เอาชนิดจริงๆจังๆ ประเภทแฟนพันธุ์แท้ ให้เป็นผู้ชำนาญการด้านนั้นๆ งานอดิเรกมีไว้ก็เพื่อ การใช้เวลาว่าง(ที่เหลือจากข้อ 1 - 7 ) ให้มีประโยชน์ รักการศึกษาค้นคว้า มีสมาธิ ไม่เบื่อง่าย หน่ายเร็ว (ก็คนมันรัก..นิ) ที่สำคัญอาจทำมาหากินได้ในอนาคต เป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพสำรองยามตกงาน 8 ข้อนี้ ทำให้คุณง่ายขึ้นในการอบรมสั่งสอนลูก...และค่อนข้างจะครอบคลุมทุกด้าน เป็นการสอนลูกทางอ้อม การบอกกันตรงๆ บางทีลูกอาจต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง ...จะให้ดีควรเริ่มตั้งแต่เล็กๆ ช่วงแรกๆแค่คุณจัดกิจกรรมส่งเสริม(อาจจะต้องสร้างเสริม) ...ให้เป็นไปตามนั้น เมื่อมันเป็นไปตามนั้นแล้ว...มันก็จะเดินไปของมันเอง... ...คุณจะประหยัดเวลา...และไม่ต้องใช้ความรู้ในการอบรมมากนัก เพราะแต่ละวิธีจะฝึกเด็กไปในตัวอยู่แล้ว ผมเอาวิธีลัดนี้ มาใช้กับลูกผม...แต่ยังทำไม่ได้ทุกด้านและยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า...ได้ผลหรือไม่... อ่านจบแล้ว ถ้าเห็นว่าดี กรุณาช่วยบอกต่อกันไปนะครับ จะดอกบัวระดับใด...ก็เน่า...ถ้าน้ำในบึง...มันเสีย มาช่วยกันทำน้ำในบึงให้เป็นน้ำดี เพื่อดอกบัวของผมและของคุณ ได้เบ่งบานอย่างงามสง่า หมายเหตุ (เจ้าของเรื่อง เดิมคงไม่ว่ากันนะครับ...และขออภัย หากมีอะไรตกหล่นไปบ้าง เพราะมันนานมากแล้ว ) |
| Macro | ||
มองสิ่งเล็กๆ ให้ดูใหญ่ แล้วสายตาคุณจะเห็นสิ่งสวยงามล้ำค่า |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||