พิมพ์หน้านี้
|
เราผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาแล้ว 9 ฉบับ ฉบับแรกๆ 1 8 เราให้น้ำหนักความสำคัญตามลำดับชื่อแผนฯ คือ เราเน้นการพัฒนาเรื่อง เศรษฐกิจ มากกว่า สังคม (กลุ่มคนที่นั่งร่างแผนฯ...น่าจะถกเรื่องชื่อแผนฯกันนานว่าจะเอา เศรษฐกิจ หรือ สังคม ขึ้นก่อน...ผู้เขียนคิดไปเอง) กล่าวคือในแผนฯเน้นการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ถนน น้ำ ไฟฟ้า เป็นหลัก จนถึงจุดที่คิดว่าปัจจัยพื้นฐานน่าจะเพียงพอในระดับที่น่าพอใจ จึงเริ่มหันหัวรบมา คิด พัฒนา สังคม โดยเริ่มที่ คน เป็นหลักในแผนฯฉบับที่ 9 ใช้ระหว่างปี พ.ศ.2545-2549 ผ่านมา 1 แผนฯ 5 ปีเต็ม(แผนฯ 9) และ 1 ปี(ปีงบฯ 50)กับแผนฯ 10 รวมกัน 6 ปี ที่เราเริ่มคิดพัฒนา คน แต่ดูเหมือนวิธีคิดที่พอหวังผลใน อนาคต ได้ ใช้ปฏิบัติกันเฉพาะในภาค ราชการ เท่านั้น ภาคการเมืองยัง(แกล้ง) งง และ(แกล้ง) หลงทาง อยู่ ทั้งการเมืองระดับประเทศและการเมืองระดับท้องถิ่น...เหมือนถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกัน ดูตัวอย่างสัก 2 กระทรวง... กระทรวงศึกษาธิการ...กับนโยบายพัฒนา คน ภาคการเมืองคุยว่า เรียนฟรี 12 ปี เน้นในเรื่องปริมาณและมองว่า ปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจ เป็นปัญหาหลักในการพัฒนาการศึกษา ภาคราชการบอกว่า ยึดผู้เรียนเป็นหลัก เน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามหลักการสากล เพราะมองว่า คุณภาพการศึกษา คือปัญหาที่ต้องแก้ก่อน กระทรวงสาธารณสุข...กับนโยบายพัฒนา คน ภาคการเมืองบอกว่า 30 บาท รักษาทุกโรค มองว่า ฐานะทางเศรษฐกิจ ทำให้ คน ไม่สามารถเข้ารับการ รักษา ได้ทุกโรค (ปัจจุบัน...ยังรักษา 30 บาท ไม่ได้ทุกโรค) ภาคราชการบอกว่า สร้าง(สุขภาพ) ดีกว่าซ่อม(สุขภาพ) มองว่าการรักษาคือการแก้ปัญหาปลายเหตุ เปลืองกว่า และสร้างพฤติกรรมสุขภาพไม่ดี มีผลเสียที่แก้ยากในระยะยาว หากนำวิธีคิดมารวมกันทั้งภาคการเมืองและภาคราชการ และทำได้จริง ผลที่ได้กับ คน คือประชาชน เป็นเรื่องที่ ดีเยี่ยม ในระดับอุดมคติเลยทีเดียว เพราะ ปริมาณกับ คุณภาพ ถูกพัฒนาไปพร้อมกัน แต่...วิธีมองปัญหาแตกต่างกัน การเมือง...มองว่า คน ยัง โง่ อยู่...เลยต้องแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ไม่ต้องให้คนคิด ไม่ต้องทำเอง รัฐจัดให้ ราชการ...มองว่า คน เริ่ม ฉลาด บ้างแล้ว(หรืออย่างน้อย...ฉลาดไปพร้อมๆกับภาคราชการ) การแก้ปัญหาเลยต้องยุ่งยาก (คิดมากขึ้น) และใช้เวลากันหน่อย เพราะ คน ต้อง คิด ก่อน ถึงค่อยลงมือทำด้วยตนเอง (ไม่คิดให้ถูก ไม่ควรทำ...เพราะอาจหลงทางเสียเวลา...หลงการเมืองมายา เสียอนาคต) โดยสรุป คือ การพัฒนาเชิง ปริมาณ ของภาคการเมือง วิธีการคือ นาย ก. ไปทำให้ นาย ข. การพัฒนาเชิง คุณภาพ ของภาคราชการ วิธีการคือ นาย ก. ไปบอกให้ นาย ข. ทำเอง ความยาก-ง่าย แตกต่างกันมาก ทั้งเรื่องวิธีการ และระยะเวลาของผลผลิต ภาคการเมือง ทำง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า มีการประชาสัมพันธ์ดีกว่า (ผ่านทางนโยบายพรรค และ รมต.) ถูกใจประชาชนกว่า(ประชานิยม) กินใจ ประชาชนทั้งรากหญ้า, ชนชั้นกลางที่เป็นพ่อค้า, ชนชั้นสูงที่ได้ประโยชน์,ข้าราชการที่เน้นปริมาณผลงานทุก 6 เดือน, แค่นี้ก็เกือบหมดประเทศแล้ว โดยเฉพาะในยุคเร่งรีบไล่ตามก้นแนวคิด เงิน เป็นใหญ่, ลัทธิบริโภคนิยม, เวลาเป็นเงินเป็นทอง, งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข, แด่งาน ด้วยชีวิต, ฯลฯ อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ งานและ เงิน ให้คนอื่นทำให้ ถูกต้องและดีแล้ว ความกดดันก็เลยถาโถมกดทับภาคราชการเต็มๆ ทั้งจากภาคการเมือง,การเมืองภาคประชาชน และประชาชนที่ไม่สนการเมือง เพราะราชการยึดรูปแบบ สังคมในอุดมคติ เป็น หลักการ และปรับแผนพัฒนาฯ ทุก 5 ปี ในขณะที่ภาคการเมือง มีนโยบายพรรคการเมือง ที่คิดใหม่ ทำใหม่ทุก 4 ปี (และอาจน้อยกว่านั้น..) และคิดว่าการพัฒนาทรัพยากร คน ควรเริ่มที่ เศรษฐกิจ ของ คน ก่อน ซึ่ง(น่าจะ)เบี่ยงเบนไปจาก หลักการ ที่ถูกและควรจะเป็น พี่น้องครับ หากท่านไม่เชื่อผู้เขียน ลองสังเกตนโยบายพรรคที่หาเสียงกันอยู่ตอนนี้สิครับ เรียนฟรี, รักษาฟรี, ปลดหนี้ให้, มีเงินเดือนให้อาสาสมัคร, เลือกพรรคผมแล้วคุณจะรวยเหมือน(หัวหน้าพรรค)ผม, ฯลฯ ทุกนโยบาย เริ่มคิดที่ เศรษฐกิจ ก่อน จะพัฒนา คน ก็คิดที่ เศรษฐกิจ ของ คน ก่อน ไม่มีพรรคใด กล้า ขัดใจมหาชน โดยประกาศนโยบายว่า พรรคเรา จะพัฒนาประเทศโดยยึด แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นที่ตั้ง เพราะเป็นแผนที่จากความต้องการของ(ตัวแทน)ประชาชนในขณะที่ยัง ตาสว่าง และ มีสติ กันอยู่ ไม่ใช่ มาจาก กลุ่มคน ที่หากจับเป่าลมหายใจวัดระดับแอลกอฮอล์ ได้ค่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์(สามกั๊ก*) อย่างที่ประกาศนโยบายพรรคไป เมา และ เสียสติไป อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ พรรคเราขอเวลาในการปรับหางเสือใหม่,คอยควบคุมและผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่องสัก 20 ปี รายละเอียดนโยบายหาอ่านดูได้จากแผนพัฒนาฯ และเรื่องแรกที่พรรคเราจะทำ เพื่อให้น้ำหนักในการพัฒนา คือ เปลี่ยนชื่อแผนฯใหม่เป็น แผนพัฒนา สังคม และ เศรษฐกิจแห่งชาติ พี่น้องจะเลือกพรรคผมมั๊ยครับ ผมคนหนึ่ง...เลือกชัวร์ ให้จนครบ 20 ปี จะกี่สมัยก็ได้ พี่น้องชาวบล็อกโอเคเนชั่นหล่ะ จะเลือกมั๊ยครับ ปล.สงวนลิขสิทธิ์เฉพาะ พรรคพวก และสำหรับการนำไปใช้หาเสียงเพื่อการพานิชย์ (*) ...ผู้เขียนว่าเอาเอง...ไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุน
|
| Macro | ||
มองสิ่งเล็กๆ ให้ดูใหญ่ แล้วสายตาคุณจะเห็นสิ่งสวยงามล้ำค่า |
||
|
View All | ||