|

วัดสร่างโศก : สะสมเสบียง ซ่องสุมผู้คน และต่อเรือศึก? ที่คลองด่านมีวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีเดิมชื่อ วัดมอญ อยู่ ที่ตั้งของวัดอยู่ติดริมน้ำใกล้ปากคลองที่จะลงสู่ทะเลไปทางอ่าวไทย ไปได้หลายจังหวัด จากประวัติศาสตร์ของชุมชน ตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษที่กล่าวขานกันมา รวมทั้งตำนานประวัติของทางวัด ทำให้ทราบว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยทรงประทับแรมที่นี่ ในบริเวณวัดก็มีพระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์สร้างขึ้นโดยเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อนที่สิ้นบุญไปแล้ว ข้าพเจ้ามีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดนี้ในวันทอดกฐินปีนี้พอดี ก็เลยขอนำเรื่องราวมาฝาก 
กว่าที่จะหาวัดเจอ ต้องถามผู้คนมากมาย จนมาถามตำรวจในโรงพักแห่งหนึ่งในสมุทรปราการ ก็มีตำรวจนายหนึ่งประสงค์ดีบอกว่า วัดนี้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว เป็นวัดอโศการาม คุณขับเลยมาแล้ว เมื่อฟังดังนั้นก็บอกนายตำรวจท่านนั้นให้ช่วยวิทยุถามให้ เพราะข้าพเจ้าเข้าใจเอาเองว่า อโศการาม นั้นคำว่า อโศก น่าจะมาจาก ต้นอโศก แม้ความหมายจะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่น่าจะเป็นที่เดียวกัน คำว่า สร่างโศก น่าจะตั้งชื่อหลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติได้แล้ว เพราะเมื่อไปถึง วัดสร่างโศก ซึ่งอยู่คนละอำเภอกับวัดอโศการาม ทางวัดก็บอกว่ากรมศิลปากรอาจต้องให้รื้อพระบรมราชานุสรณ์ เพราะในความเห็นของกรมศิลปากร พระองค์ไม่น่าจะเสด็จมาที่วัดนี้ นี่เป็นคำบอกเล่าของพระและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับวัดหลายคน จากประวัติศาสตร์ของชุมชน เล่าต่อกันมาว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงล่องเรือมาจากอยุธยาทางแม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูน้ำหลาก ผ่านหน้าวัดมะกอกตอนใกล้รุ่ง และตั้งใจไว้ว่าจะตั้งกรุงใหม่แถววัดนี้ถ้าชนะศึกพม่า ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งหรือวัดอรุณราชวราราม 
เรือแล่นต่อไปจนถึงคลองด่าน ซึ่งเป็นชุมชนจีนชาวประมงมืออาชีพ เพราะเป็นชาวจีนที่มาจากเกาะหน่ำโปยจิว ทางใต้ของจีนที่มีอาชีพประมงและปลูกผัก โดยเฉพาะผักกาดขาว พันธุ์เมล็ดผักกาดขาวจากเมืองนี้มีชื่อ เจี๋ยไต๋ก็ใช้เมล็ดพันธ์จากที่นี่ ผู้คนคลองด่านในยุคนั้นเป็นนักเดินเรือ และชาวประมงมืออาชีพ สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นผู้รู้ทิศทางลม ทิศทางเดินเรือ และมีประสบการณ์การออกหาปลา พวกเขาออกไปหาปลาทั่วสารพัดทิศ คลองด่านยังเป็นชัยภูมิเหมาะที่จะมาต่อเรือ
เนื่องจากเรือที่ "พระเจ้าตาก" นำมาเป็นเรือเล็ก ไม่เหมาะจะออกทะเล เดินทางไกล จนไปถึงจันทบุรี ไม้ต่อเรือที่คลองด่านก็มีสมบูรณ์พร้อม เรือใหม่ของ "พระเจ้าตาก" ที่ใหญ่พอกับการออกทะเล เดินทางไกล จึงถือกำเนิดขึ้นที่คลองด่าน ตามประวัติศาสตร์ปากต่อปากของชุมชน นอกจากมีชาวประมงผู้รักชาติแล้ว การสะสมเสบียงอาหารจากคลองด่านก็ง่ายกว่า เพราะเป็นแหล่งอาหารอยู่แล้ว จึงมีคำกล่าวในประวัติชุมชนว่า... สะสมเสบียง ซ่องสุมผู้คน และต่อเรือศึกจากบางเหี้ย บางเหี้ยก็คือคลองด่าน โดยมีชื่อ นายมา ณ บางเหี้ย เป็นหนึ่งในผู้ร่วมกู้ชาติที่มีประมาณ 500 คน เรื่องนี้จำเป็นต้องวาน นักประวัติศาสตร์ และกรมศิลปากร ช่วยชำระด้วย ข้าพเจ้าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ของชุมชนกลายเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ จะเชื่อถือกันแต่เฉพาะจากผู้จารึกประวัติศาสตร์ตามใบสั่งเท่านั้น ส่วนหนึ่งของ วัดสร่างโศก ยังอยู่ ขอให้ช่วยตรวจดูคาร์บอนของไม้เก่า หรือชิ้นส่วนของวัด จะได้คาดคะเนอายุความเก่าแก่ของวัดได้ และอยากให้ทาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยฟื้นฟูบูรณะวัด เพราะลำพังชาวบ้านแม้จะรักชาติ ก็ไม่ได้เก่งเรื่องศิลปกรรมที่จะดูแลให้วัดมีความสวยงามและร่มรื่นแบบธรรมชาติ ส่วนที่เหลืออยู่ของวัด ถ้าทางกรมศิลปากรช่วยจะสามารถต่อเติมให้เหมือนหรือคล้ายของเดิมได้มากกว่าช่างธรรมดา และสามารถทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ได้ ก็ควรดำเนินการ ตามปกติ เรื่องราวที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เล่าอาจมีต่อเติมเพิ่มส่วนบ้าง แต่โดยเนื้อหาก็ต้องมีส่วนจริงโดยเฉพาะการเกี่ยวข้องระหว่าง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับคลองด่าน ในปัจจุบันนี้ คลองด่านก็ยังเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ยังมีสัตว์ทะเลที่เป็นอาหารและไม่เป็นอาหารจำนวนมาก เช่น ปลาดุกทะเล ปลากระบอก หอยแมลงภู่ ปลาตีน ปัญหาเรื่องทิศทางลมและกระแสน้ำเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ไม่ควรเป็นที่ทิ้งน้ำเสีย คือทิศทางลมและกระแสน้ำจะพัดวนอยู่ภายในบริเวณนี้ ไม่ออกทะเลโดยตรงเหมือนบางปูหรือที่อื่นๆ จึงเหมาะที่สัตว์ทะเลจะวางไข่ และป่าชายเลนของเราก็เหลือน้อยเต็มที หากจะทำบ่อบำบัดน้ำเสียยังสามารถหาทางออกวิธีอื่นได้อีก อุตส่าห์อยู่ในชุมชนปิดที่คนหาไม่ค่อยพบ ติดต่อกับโลกภายนอกก็ทางเรือประมง และอยู่อย่างสันติสงบเงี่ยมเจียมตัว ก็ยังอุส่าห์มีผู้ก้าวร้าวบุกรุกจนได้ อย่าทำร้ายคลองด่านอีกเลย ! โดย คนแซ่ลิ้ม (6 มิถุนายน 2550) เผยแพร่ครั้งแรกใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน (16 ธันวาคม 2547) ---------------------------- ข้อมูลเกี่ยวเนื่อง งานกู้ชาติในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช http://www1.mod.go.th/heritage/king/taksin/taksin1.htm คลองด่าน...หมู่บ้านผู้รักชาติ (1) http://www.oknation.net/blog/greenblog/2007/06/01/entry-1
|