• มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chai007_guide@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 27908
  • จำนวนผู้โหวต : 131
  • ส่ง msg :
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ
เดินทาง ครุ่นคิด ขีดเขียนโลก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/guide007
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
ซ า ก จั ก จั่ น บ น ด า ด ฟ้ า...
Posted by มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ , ผู้อ่าน : 216 , 21:41:53 น.   | หมวดหมู่ : ความเรียง  
พิมพ์หน้านี้


.

ซ า ก จั ก จั่ น บ น ด า ด ฟ้ า

.

. 

มันคงตรอมใจ ด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งนั่นแหละ จึงบินตกมาสิ้นลมหน้าห้องเช่าของฉัน ในเช้าวันนี้ ฉันคิด...
....................................

     “ไม่อยากเชื่อ!” ฉันบอกกับตัวเองในใจในวินาทีแรกที่เห็นซากแมลงปีกสีเทาคล้ำๆ ซึ่งหายไปจากความทรงจำของฉันนานแสนนาน แทบลืมไปแล้วก็ว่าได้ แต่ฉันก็ต้องเชื่อด้วยสัญญาจำได้หมายรู้ว่า เจ้าแมลงปีกลายพร้อยอ่อนที่กำลังนอนแน่นิ่งบนถังน้ำซีเมนต์คล้ำหม่นแทบกลืนเป็นสีเดียวกันอยู่นี้ นี่แหละคือนักร้องเสียงดีแห่งราวไพรที่ชื่อว่า จักจั่น อย่างแน่นอน
     ส่วนเหตุผลที่ฉันประหลาดใจราวกับเจอศพคนตาย นั่นก็เพราะว่ามันหลงบินมาสิ้นใจบนดาดฟ้าชั้นห้าหน้าห้องเช่าของฉันได้อย่างไรกัน? ที่นี่มันอยู่สูงเกินไป เกินกว่าพลังปีกอันบอบบางของมันจะทะยานถึง ซ้ำมีแต่สายลมเกรี้ยวกราดตลอดคืนท่ามกลางดงตึกไร้ที่พักพิง มองไปทางไหนก็เจอแต่ป่าซีเมนต์ไร้อารมณ์ความรู้สึกให้กำซาบซึ้งแห่งฝนฟ้าและระบบนิเวศอย่างสิ้นเชิง

.

.


     แน่นอน ดาดฟ้าแห่งนี้จึงว่างเปล่าจากสิ่งยึดเกาะสีเขียวฉ่ำชุ่ม คาคบไม้สูง กิ่งก้านเรียวใบหรือเปลือกตาจากลำต้นไม้ใหญ่น้อยให้อยู่อาศัย ยกเว้นสีเขียวของต้นมะขามเล็กๆ ในกระถางมังกรสีน้ำตาลที่ฉันไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นดำรงชีพอยู่ได้เลย นอกเสียจากพวกมดและแมลงเล็กๆ เท่านั้น

.


      ฉันจึงพยายามมองหาที่มาที่ไปของมันขึ้นไปยังเวิ้งฟ้ากว้าง แล้วทอดสายตาลงมาเบื้องล่างดูบ้าง เพ่งพิศยังจุดสีเขียวที่แต้มอยู่ตามซอกตัวอาคารบ้านเรือนและหน้าตึกสูงตระหง่าน มันก็พอจะมีอยู่บ้าง บางจุดเขียวเป็นหย่อมย่านตามหลืบเหลี่ยมคับแคบ 
     .

     ฉับพลัน!ฉันก็ประจักษ์ซึ้งด้วยทัศนะอันเป็นจริงของสรรพสิ่งว่า ยังมีจุดสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่มากมายกระจัดกระจายอยู่สองข้างถนนในซอกซอยที่ผู้คนพลุกพล่าน รถราพ่นควันหม่นเทาไม่หยุดหย่อน มันน่าจะดำรงเผ่าพันธุ์ของมันอยู่มาได้ท่ามกลางเสียงกรีดร้องระงมของเครื่องจักรยนต์กลไกอย่างกลมกลืนมานานนมแล้ว โดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยได้สังเกตมาก่อน ฉันอาจเคยเดินผ่านต้นไม้บนฟุตบาธขณะที่เผ่าพันธุ์เพื่อนพ้องของมันขับขานบทเพลงธรรมชาติแข่งเสียงรถราอยู่ก็ได้ ฉันเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ร่วมมาบ้าง แต่จะได้ยินเสียงกระซิบเพลงไพรหรือไม่ ฉันไม่อาจรู้ได้...

.

.

     ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า เจ้านักร้องไพรปีกลายพร้อยตัวนี้มันคงได้ดำรงอยู่ท่ามกลางวิกฤตของเสียงอึกทึกเซ็งแซ่อันไม่รู้หลับนอนของเมืองมานาน จนฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากคิมหันต์สู่วสันตฤดูซึ่งเป็นกาลอวสานแห่งระบบวงจรชีวิตเผ่าพันธุ์ จักจั่น อย่างมัน ใช่! มันอาจกำลังหมดอายุขัยตามฤดูกาลก็ได้

.
     

.

     แต่ที่ยังค้างคาในใจ เหตุใด เจ้าจักจั่นโจนาธานตัวนี้ต้องบินขึ้นมาสิ้นลมบนดาดฟ้าเวิ้งว้างไร้ความสัมพันธ์กับระบบนิเวศใดๆ เสียเพียงตัวเดียวเท่านั้น!
     หรือว่า..เจ้าจักจั่น มันต้องการบอกฉันเพียงว่า เสียงขับขานของมันไร้สิ้นมนต์เสน่ห์เกินกว่าจะสะกดให้ผู้คนในเมืองแห่งนี้นิ่งฟังเสียแล้วก็เป็นได้..ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักหรอก!

.

.


.

.

มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑
:แรงบันดาลใจขณะเห็นซากจักจั่นตกมาตายสดๆ หน้าห้องในเช้าวันหนึ่ง
ปล. แนะนำไปอ่านหนังสือสักเล่มนะครับ รวมเรื่องสั้นชื่อ“สายลมบนถนนโบราณ” ของ มาโนช  พรหมสิงห์ มีเรื่อง “คราบจักจั่น” ด้วย แพรวสำนักพิมพ์
บอกไว้ก่อนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่ประการใดนะครับ ที่แน่ๆ ทำให้ผมได้ออกกำลังค้นหาหนังสือเล่มนี้จากชั้นหนังสือเพื่อถ่ายภาพประกอบกับจักจั่น ก็มันส์ดีครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 57
ดอกไม้กับสายรุ้ง วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 13.32 น.
http://www.oknation.net/blog/Only-you
ดอกไม้กับสายฟ้า

จักจั่นตัวนี้ หน้าเหมือนแมลงวันบ้านนู๋เลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 56
คุณอ๊อด วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 18.07 น.
http://www.oknation.net/blog/prsakaeo

สมัยเด็กๆ เคยกินจักจั่นคั่วเกลืออร่อยมาก เดี๋ยวนี้หาไม่เจอสงสัยสูญพันธุ์
ความคิดเห็นที่ 55
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


หวัดดีวันหยุดนะครับ..คุณมัคคุเทศก์ฯ

แปลกครับแปลก...จั๊กจั่นมาตายในเมืองกรุง...หรือมันอาจโดยสารติดรถมาโดยไม่ตั้งใจ..กับใครบางคน..ซึ่งเพิ่งหวลคืนจากบ้านสู่เมือง...

ผมขอมีส่วนร่วมทั้งสองเรื่องเลยละกัน แหะ แหะ

เพราะเคยไปยืนดูคนล่าจั๊กจั่นริมน้ำยม...แถว ๆ แก่งเสือเต้นนะครับ...ครึ่งวันได้มาค่อนกระสอบปุ๋ย...

วิธีการก็เพียงง่าย ๆ โดยเอากาวแป้งเปียกทาบนไม้..แล้วเอาไปปักริมน้ำ..แค่นั้นเองครับ...เพราะปกติจั๊กจั่นจะลงมากินน้ำและหาที่เกาะ...จึงโชคร้ายไปเลย

เท่าที่ถาม..รู้สึกวงจรชีวิตจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งปี..และสามารถล่าจั๊กจั่นได้เพียงปีเว้นปีเท่านั้น...

เจ้าตัวที่เห็นนี้..อาจเดินทางไกลมาจากป่าเหนือก็เป็นได้ แหะ แหะ
..............
ส่วนหนังสือเล่มนี้..เคยอ่านราวสองปีมาแล้วครับ

ผมอึ้งกับ “สายลมบนถนนโบราณ”..มาก...เพราะฉากและวิถีที่บรรยายตรงนั้น มันอยู่ใกล้บ้านผม (บุรีรัมย์)...จากเมืองประโคนชัยถึงเมืองพุทไธสง...ร่องรอยของอารยธรรมโบราณยังปรากฏ และยังรู้สึกถึงมนต์ขลังของมันอยู่เสมอ...

อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดทับอยู่ตลอดเวลา...จบเรื่องเดียวก็ต้องวางไว้ก่อน..อ่านรวดเดียวไม่ได้

“คราบจักจั่น” ...ผมยังจำได้ไม่เท่าเรื่องนี้

แต่ผมก็อ่านงานของคุณมาโนช พรหมสิงห์ น้อยครับ...และไม่แน่ใจนักว่ามีหนังสือออกมากี่เล่ม...(ปัจจุบันได้อ่านเพียงงานเขียนสั้น ๆ ที่ลงในหนังสือ "สานแสงอรุณ" นะครับ)

ขอบคุณทั้งสองเรื่องราวที่ทำให้นึกอะไรได้หลายอย่าง

มีความสุขเสมอนะครับ
ความคิดเห็นที่ 54
Cat@ วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 04.38 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


ความคิดเห็นที่ 53
skinhead วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
               p     u     r     e              

ท่านเขียน
ถูกใจสกินเฮด
มากครับ...
ความคิดเห็นที่ 52
passama วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/passama

มาพบซากจักจั่นในวันเศร้า
แอบเห็นเงาจาง-จาง มีบ้างไหม
ใกล้กับซากจักจั่น..นั่นซากใคร
นอนคู้คดหมดไฟ..บนตึกร้าง

ขอร่วมแจมด้วยนะก๊ะ
ความคิดเห็นที่ 51
ธมกร วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 21.10 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

หนังสือเล่มนั้นของมาโนช ได้อ่านแล้ว...ชอบลึกๆ

จั๊กจั่นบนดาดฟ้าตึก...
คืออีเรียมทิ้งสุพรรณเมื่อ ๔๐ ปีก่อนโน้น
อีสาวสวนแตง น้องฉันทนา สาวลั่นทมแห่งลานเท
ต่างอะไรกับสมศรี...
โอ...ที่นาผืนน้อยบนดาดฟ้าชะตากรรม
...
ความคิดเห็นที่ 50
rakmananya วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

มาทักทายก่อนเนาะ
ความคิดเห็นที่ 49
ปราณชลี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 09.31 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

".. ร่างกายของเธอทั้งหมดจากปลายปีกหนึ่งสู่อีกปีกหนึ่งไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความคิดของเธอเอง …."

"...ไกลออกไปจากชายฝั่งและเรือ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล กำลังฝึกบินอยู่เดียวดาย มันบินสูงขึ้นไปในท้องฟ้าหนึ่งร้อยฟุต ลดเท้าที่ติดกันลง เชิดปากขึ้น และกระชับปีกเข้าหากันเพื่อหักมุมเลี้ยวที่แสนยากเย็น เมื่อมันเลี้ยวโจนาธานก็บินได้ช้าลง และเมื่อมันบินช้าๆ สายลมก็พัดผ่านหน้าราวกับเสียงกระซิบ เบื้องล่างท้องทะเลดูสงบนิ่ง โจนาธานหรี่ตาตั้งสติแน่วแน่กลั้นหายใจ แล้วก็บังคับให้ตัวหักมุมเลี้ยว….อีกหนึ่งนิ้วฟุต…แต่แล้วขนของมันก็กระจุย มันชงักเสียหลักตกลงมา..."

"...สำหรับนางนวลทั่วๆ ไป การกินนั้นสำคัญกว่าการบิน แต่สำหรับโจนาธานนั้นการกินไม่ใช่เรื่องที่สำคัญไปกว่าการบิน โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล รักที่จะบินเหนือสิ่งอื่นใด..."
โจนาธาน ลิวิงสตัน นางนวล (JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL) ผู้แต่ง : Richard Bach 1972 ผู้แปล : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ๒๕๑๖
...................................................
เบื้องหลังเรื่องเล่า 'ซากจั๊กจั่น' ของ 'มัคคุเทศก์ฯ' ทำให้ข้าเจ้าอดคิดถึง 'โจนาธานฯ' ไม่ได้ ทุกวันนี้ผู้คนหลงลืมสิ่งละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาของตะวัน เสียงกระซิบซาบของสายลม หรือน้ำคำของราตรีกาล จั๊กจั่นตัวหนึ่งซึ่งอาจเกิด 'ผิดที่' และมีความคิด 'พลัดกลุ่ม' อาจกระทำตนเป็น 'โจนาธานแห่งวงการจั๊กจั่น' เพียงเพื่อโบยบินไปแสวงหาสิ่งที่มุ่งหวัง และท้ายสุดก่อนชีวิตจะปลาสนาการ...เขาหรือเธอได้ไปพบเจอคนผู้มีความคิดคล้ายคลึงกัน ณ ดาดฟ้าชั้น ๕ หน้าห้องเช่าของใครคนหนึ่ง...
ข้าพเจ้าครุ่นคิดหรือจินตนาการมากไปหรือเปล่าไม่ทราบ? แต่รู้ว่า 'เรา' น่าจะเป็นคน 'เผ่าพันธุ์เดียวกัน' ที่ยังดำรงชีวิตและความฝันในสายลมแล้งร้อน
'มัคคุเทศก์ฯ' มีบทเพลงชุด 'แด่เผ่าพันธุ์ที่หลงเหลือ' ของพี่นกน้อย- ชูเกียรติ ฉาไธสง ไหมครับ เปิดคลอแล้วลองอ่านเรื่องเล่าจั๊กจั่นของตัวเอง น่าจะได้อารมณ์ประมาณหนึ่ง- ระลึกถึงเสมอครับ.
ความคิดเห็นที่ 48
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 06.31 น.
http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy

ฮ่วย คือบ่มายามอ้ายแหน่ อยู่บ้านลาดชุมพล ถามใครเขาก็รู้ ครูเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 47
ฅนไทบ้าน วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaiban

คิดถึง ..

เสียงจั๊กจั่น ... เสียงร่ำร้องของประชาชน
ลมหายใจของจั๊กจั่น ... การสูญสิ้นอิสระภาพของประชา
ดับหนึ่ง .. จักเกิดแสน สาธุ

มันเยวกันบ่น๊อ..
555
ความคิดเห็นที่ 46
Sainam วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 14.39 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

ไม่ได้แวะมานาน...สบายดีนะคะ

ไม่ได้เห็นตัวเป็น ๆ ของจั่กจั่นนานแล้วค่ะ....ต้องท่องไพร ไปป่า คงจะพอได้ยินเสียงบ้าง
ความคิดเห็นที่ 45
Cat@ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 14.30 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


ความคิดเห็นที่ 44
ฝนเดือน วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

บ้านผมสามารถได้ยินบทเพลง
ซึ่งเป็นเสมือนบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์
ด้วยความเคลิบเคลิ้มเสมอ
ความคิดเห็นที่ 43
Cat@ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 03.29 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


ความคิดเห็นที่ 42
krutik วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 20.33 น.
http://www.oknation.net/blog/krutik

จักจั่นปรับตัวอยู่ในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี

รถยนต์ก้วื่งไป จักจั่นก็ร้องไป

แข่งกันส่งเสียงให้ชาวเมืองเลือกฟังกันตามใจชอบ
ความคิดเห็นที่ 41
คนทำงาน วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

สงสัยเจ้าจักจั่นมันคงเบื่อชีวิตแล้ว ขอตายดีก่า

หรือไม่ก็อกหัก เลยโดดลงมาตายอ่ะ....

โธ่ จักจั่นไม่น่าคิดสั้นเลย...
ความคิดเห็นที่ 40
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

เคยได้ยินเสียงประจำค่ะ จั๊กจั่น บ้านนอกยังมีเยอะอยู่คะ

แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง เพิ่งเคยเห็นก็วันนี้ค่ะ

ที่บ้านของท่านพี่

สบายดีนะคะ หนังสือที่แนะนำ บ้านนอกคงหาซื้อไม่ได้

ที่ไหนมีขายคะพี่
ความคิดเห็นที่ 39
adisonarch วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

เจ้าจักจั่นโจนาธานตัวนี้....

เป็นจักจั่น โจนาธาน ลิฟวิงสตัน ป่าวครับ
ความคิดเห็นที่ 38
suebsakun วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 07.11 น.
http://www.oknation.net/blog/dialogism

อืมนะ น่าคิด
ความคิดเห็นที่ 37
รัฐศิริ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 01.35 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

ได้ยินเสียงร้องจักจั่น ทีไรก็ถึงเวลาพลบค่ำแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 36
Ch.Minivet วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.39 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet

อ่านไปอ่านมา เกิดคำถามขึ้นในใจ

จั๊กจั่น มีอายุ เท่าไหร่ ..

วงจรชีวิต น่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
chaiyassu วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ตอนนี้ข้าง ๆ กุฏิก็ได้ยินเสียงจักจั่นร้อง
ฟังเสียงแล้วก็ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น
.................แวะมาเยียมเยียน
ความคิดเห็นที่ 34
เคี่ยว โคมคำ วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/kaveethas
ศิลปศาสตร์ทางถ้อยคำทำให้รู้จักกวีนิพนธ์ - กวีนิพนธ์ทำให้รู้จักโลกใหม่ที่บอดใบ้ในสามัญสำนึก

จักจั่นแห่งเมืองไฟไสวสว่าง
ฉวัดร่างเริงร่ายระบายฝัน
หลากแสงเงารุ้งสี วจีจันทร์
คือสวรรค์สูงสดับคอยขับเกลา

เสียงไพเราะเสนาะวันก็พลันหาย
เมื่อตกตายอยู่กลางแดดที่แผดเผา
บนหลังคาคอนกรีต ขีดเส้นเงา
ของซากศพโศกเศร้าร้าวรันทด !?
ความคิดเห็นที่ 33
ภูตะวัน วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Ano

การอ่านหนังสือมาก ทำให้เรามีความรู้ มีแนวคิดจากผู้แต่งหนังสือ และการเข้ามาในโอเคในเวลาว่าง ก็ทำให้ความรู้มากขึ้นเช่นกัน
ขอบคุณ และยินดีที่ได้รู้จักครับ
ความคิดเห็นที่ 32
ดาเรน วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/darain


คนละเรื่องเดียวกันกับ 'ความระกำที่เจือจาง' เลยนะครับ...

ดีน ครับ.....
ความคิดเห็นที่ 31
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


เปรียบเปรยสะท้อน ความวุ่นวายของบ้านเมืองได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ภาษานุ่มมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
mindsoul วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mindsoul

จักจั่นหลงทาง อ่อนแรงโบยบิน
ถูกกลิ่นควันพิษ ฉุดคร่าวิญญาณ


ช่วยนำทางวิญญาณผมหน่อยสิครับ
ความคิดเห็นที่ 29
..ขิงชมพู.. วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

จักจั่น คงบินสูงเกินไป จนหมดแรงค่ะ...

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งอันตราย...

ถ้าพูดได้ มันคงจะพูดเช่นนั้นนะคะ...อิอิ
ความคิดเห็นที่ 28
แล วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 00.19 น.
http://www.oknation.net/blog/sammapi-salad

มาร่วมไว้อาลัยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
นก_ประภา วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ppp

สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ


ภาพด้านหลัง จั้กจั่น คงเยอะ
ความคิดเห็นที่ 26
จันทร์รำไร วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 09.12 น.
http://www.oknation.net/blog/amnatpanpong

แว่วเสียงจั่กจั่นลอยมา...
ช่วงหน้าแล้ง ตรงสวนยางหลังบ้าน ยังระงมเลยครับ อาจมีตัวใดตัวหนึ่งบินไปหาคุณ และตายลงที่นั่น
จั่กจั่นเตือนว่าคุณควรกลับบ้าน???
ความคิดเห็นที่ 25
พราวนภา วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 01.54 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
มันคงจะหาทางกลับไปหาพวกพ้องไม่ถูกอ่ะคะ..


มีความสุขนะคะ..

..
ความคิดเห็นที่ 24
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 23.24 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
เรื่องเล่าจากบ้านไร่  ในท่วงทำนองของความรู้สึก


เพราะโหยแห้งแรงใจจะใฝ่ฝัน
ท่ามหมอกกรุ่นฝุ่นควันวันแล้งร้าย
เมืองกว้างกลับร้างเปลี่ยวหนอเดียวดาย
เถิดขอเลือกที่จะตาย--ใกล้กวี
ความคิดเห็นที่ 23
จันทร์วารี วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 21.58 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

น่าสงสารจั๊กจั่น ต้องตายในที่ไม่สมควร
ความคิดเห็นที่ 22
ต้นบัวดิน วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 19.52 น.
http://www.oknation.net/blog/tonboudin

อาจเพราะจักจัน ตัวนั้น ที่ทำให้เราต้องสำนึกอะไรได้บางอย่าง กลิ่นหอมจากก้นบึ้งของ จิต ยังคงมั่นดีนะครับเพ่
ความคิดเห็นที่ 21
แม่มด วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

ยังดีที่มีจั๊กจั่นให้เห็นนะคะ...
รู้สึกเหมือนกันว่าไม่เคยเห็นจั๊กจั่นมานานแล้ว...
...
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมบ้าน
ความคิดเห็นที่ 20
เจเจค่ะ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

อวสานจักจั่น




ความคิดเห็นที่ 19
ฟ้าฤดูร้อน วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 14.01 น.
http://www.oknation.net/blog/awake
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ...

บางครั้งเราอาจตระหนักถึงการมีอยู่ของชีวิตชีวิตหนึ่ง
เมื่อชีวิตนั้นได้ตายไปแล้ว!

ที่บ้านมีต้นไม้เยอะ จึงได้ฟังวงดนตรีนาม คณะจั๊กจั่นร้องอยู่เสมอเลยค่ะ

เสียดายที่หยิบเพลงบทนี้ใส่ pc ไม่ได้ ไม่งั้นจะร่อนไปหานะ
ความคิดเห็นที่ 18
เสดพีร์ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

ช่วงต้นหน้าร้อนที่ผ่านมา ผมเห็นมันนอนนิ่ง 2 ตัว 2 ครั้ง นึกว่ามันตายแล้ว แต่พอจับโยนมันก็บินต่ออีก ผมเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่ามันร้องในหน้าร้อน ทั้งที่ได้ตอนเด็กๆ ได้ยินเสียงร้องประจำ แต่ไม่ได้สังเกตฤดู คิดว่ามันร้องทุกวัน
ความคิดเห็นที่ 17
วรรณ วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/wunwarinya07
"ชีวิตคือนวนิยาย ที่พระเจ้ากับซาตานสลับกันขีดเขียน"

บางทีมันอาจจะกรีดร้อง
กรีดร้องเสีนจนสิ้นใจ

สิ้นเสียงจักจั่น
แต่ซากร่างของมันยังทิ้งให้เห็น

จักจั่นสิ้นเสียงเสียแล้ว


ความคิดเห็นที่ 16
มุสิกะตะวัน วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 12.09 น.
http://www.oknation.net/blog/mataharee

ซ า ก จั ก จั่ น บ น ด า ด ฟ้ า

แล้วชาคริต หายไปไหนเล่า ฮ่าฮ่าฮ่า