พิมพ์หน้านี้
|
พระราชบัญญัติ ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ พ.ศ.๒๕๓๕" มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.๒๕๓๕/๒๕/๑/๑๙ มีนาคม ๒๕๓๕] มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ของส่วนราชการ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และของรัฐวิสาหกิจอื่น ตามที่จะได้กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ การยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นรองประธานกรรมการ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์หรือผู้แทน อธิบดีกรมศิลปากรหรือผู้แทน เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้แทน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน อธิบดีกรมเศรษฐกิจหรือผู้แทน อธิบดีกรมทะเบียนการค้า หรือผู้แทนอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้แทนเป็นกรรมการ และ กรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่งตั้งจำนวนหกคน ในจำนวนนี้ ให้แต่งตั้งจากผู้แทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวอย่างน้อยสี่คน และให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๗ ให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแต่งตั้ง มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เมื่อครบวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไป จนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่กรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการซึ่งคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ มาตรา ๙ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการ เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุม เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมีอำนาจ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุม ของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ อาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบายคำแนะนำ หรือความเห็น หรือให้บุคคลใดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือสิ่งใดมาเพื่อประกอบ การพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๑๓ ให้ประธานกรรมการและกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หมวด ๒ มาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจนำเที่ยว เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และแบบใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มาตรา ๑๖ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ เป็นคนต่างด้าวภายใต้ความตกลงที่ประเทศไทย มีข้อผูกพันอยู่กับรัฐบาลต่างประเทศ มิให้นำความในมาตรา ๑๕ (๑) (ก) และ (๒) (ค) (ง) และ (จ) มาใช้บังคับแก่ผู้นั้น มาตรา ๑๗ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งการออก หรือไม่ออกใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องวางหลักประกันซึ่งได้แก่เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทย ค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ต่อผู้ว่าการ เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว ที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอยู่กับนักท่องเที่ยว และหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งนี้ ตามจำนวนเงินประกันที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดการเกี่ยวกับดอกผลของหลักประกัน และการเปลี่ยนหลักประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๙ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว วางหลักประกันเป็นเงินสด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดบัญชีเงินฝาก ประเภทออมทรัพย์ในนามของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่ละราย รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด สำหรับดอกผลที่เกิดจากเงินฝากที่เป็นเงินสดนั้น ให้ตกเป็นของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่วางหลักประกัน มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว วางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หนังสือค้ำประกันของธนาคารให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๑ ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียน จากการรายงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือการร้องเรียนของนักท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือความปรากฏต่อนายทะเบียนโดยประการอื่นว่า บุคคลดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการ ที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว ที่ได้ทำไว้กับบุคคลดังกล่าว ให้นายทะเบียนดำเนินการ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๒๒ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของนายทะเบียน หรือของผู้ว่าการตามมาตรา ๒๑ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ และให้นำมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๓ ในกรณีที่หลักประกันตามมาตรา ๑๘ มีจำนวนลดลงเพราะได้ใช้จ่ายไปตามมาตรา ๒๑ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องนำหลักประกันมาวางเพิ่มเติมให้ครบ ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการกำหนด มาตรา ๒๔ ให้ผู้ว่าการคืนหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววางไว้ตามมาตรา ๑๘ ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่เพิกถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หรือนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการบอกเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยว จากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในหนังสือแจ้งการบอกเลิก การประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องรับ มาตรา ๒๕ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ว่าด้วยมาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยว มาตรา ๒๖ ในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยว หรือรายละเอียดในการนำเที่ยว ที่จะจัดในแต่ละปี ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดทำเป็นเอกสาร ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีรายการดังนี้ มาตรา ๒๗ ในระหว่างให้บริการนำเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องพยายามให้นักท่องเที่ยว ได้รับบริการเท่าเทียมหรือใกล้เคียง กับที่ได้ตกลงกันไว้ และถ้ามีการเปลี่ยนแปลง บริการนำเที่ยว โดยไม่ได้รับความยินยอมจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงนั้น มาตรา ๒๘ ใบอนุญาตให้มีอายุสองปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด ไม่ต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้น เลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและให้นำความในมาตรา ๒๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๙ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาย และใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ถ้าคู่สมรสหรือบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้นต่อไป ก็ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ต่อไป จนกว่าใบอนุญาตจะสิ้นอายุ แต่ต้องแจ้งให้นายทะเบียน ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วัน ที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาย ในระหว่างการประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง คู่สมรสหรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีหน้าที่และความรับผิดชอบเสมือนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ถ้าคู่สมรสหรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้นต่อไป ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาย มาตรา ๓๐ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ต้องแจ้งความประสงค์ ดังกล่าวเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ก่อนวันเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียนและให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต่อไปได้จนถึงวันเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว มาตรา ๓๑ ในกรณีที่นายทะเบียน ไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาต หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ต่อคณะกรรมการ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต หรือการไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตจากนายทะเบียน และให้นายทะเบียน เสนอหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด มาตรา ๓๓ เมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มาตรา ๓๔ ให้นายทะเบียนส่งหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทราบ ถ้าไม่สามารถส่งได้ หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว ให้ปิดหนังสือ ดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้น และให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ได้ทราบคำสั่งนั้น แล้วตั้งแต่วันที่ปิดหนังสือดังกล่าว มาตรา ๓๕ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของนายทะเบียน ต่อคณะกรรมการได้ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งดังกล่าว และให้นายทะเบียนเสนอหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด การอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลา การบังคับตามคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๓๖ ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาต ยื่นคำขอรับใบอนุญาตอีก จนกว่าจะพ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๓๗ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ถ้าใบอนุญาตชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายดังกล่าว การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๘ ในการออกใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ หรือใบแทนใบอนุญาตดังกล่าวให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง หมวด ๓ มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นมัคคุเทศก์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากนายทะเบียน การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และแบบใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มาตรา ๔๑ ถ้าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๔๐ แล้วนายทะเบียนต้องออกใบอนุญาตให้โดยเร็ว ให้นายทะเบียน มีหนังสือแจ้งการออกใบอนุญาต หรือไม่ออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ตามมาตรา ๓๙ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่นายทะเบียนไม่ออกใบอนุญาต ให้นายทะเบียน แสดงเหตุผลในหนังสือแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย ในกรณีที่นายทะเบียนออกใบอนุญาต ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมารับใบอนุญาต เป็นมัคคุเทศก์ จากนายทะเบียนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการออกใบอนุญาตจากนายทะเบียน และให้นายทะเบียนมอบเครื่องหมาย แสดงการเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับใบอนุญาต ให้ผู้ขอรับใบอนุญาต พร้อมกับใบอนุญาต เครื่องหมายแสดงการเป็นมัคคุเทศก์ซึ่งได้รับใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่มารับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งเหตุผล หรือข้อขัดข้องให้นายทะเบียนทราบ ให้สันนิษฐานว่าผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาตดังกล่าว และให้นายทะเบียนยกเลิกการออกใบอนุญาตนั้น มาตรา ๔๒ มัคคุเทศก์ ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ การแต่งกาย มารยาท และความประพฤติของมัคคุเทศก์ และต้องติดเครื่องหมายแสดงการเป็นมัคคุเทศก์ ที่ได้รับใบอนุญาต และต้องมีใบอนุญาต เป็นมัคคุเทศก์ติดตัวอยู่ตลอดเวลาในขณะปฏิบัติหน้าที่ และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ถ้าเครื่องหมายแสดงการเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับใบอนุญาต และหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้มัคคุเทศก์ผู้นั้น ยื่นคำขอรับเครื่องหมายดังกล่าว และหรือใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดสูญหาย หรือถูกทำลายดังกล่าว การขอรับเครื่องหมาย และหรือใบแทนใบอนุญาต และการออกเครื่องหมาย และหรือใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๓ ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออก ใบอนุญาตมัคคุเทศก์ซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ต่อนายทะเบียนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้เป็นมัคคุเทศก์ต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน ถ้าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๔๐ นายทะเบียนต้องต่ออายุใบอนุญาต ให้การขอต่ออายุใบอนุญาต และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มัคคุเทศก์ผู้ใดไม่ขอต่ออายุใบอนุญาต ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้เลิกเป็นมัคคุเทศก์ตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ และให้ส่งคืนใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ พร้อมกับเครื่องหมายแสดงการเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตต่อนายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ มาตรา ๔๔ ในกรณีที่นายทะเบียน ไม่ออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ผู้ขอรับใบอนุญาต หรือมัคคุเทศก์มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียน ต่อคณะกรรมการ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต หรือ การไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตจากนายทะเบียน และให้นายทะเบียน เสนอคำอุทธรณ์ดังกล่าว ต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ ดังกล่าวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด มาตรา ๔๕ ในกรณีที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน จากการรายงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือจากการร้องเรียนของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือเมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียน โดยประการอื่นว่ามัคคุเทศก์ผู้ใด มาตรา ๔๖ เมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียน ว่ามัคคุเทศก์ผู้ใดมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มาตรา ๔๗ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้มัคคุเทศก์ทราบ ถ้าไม่สามารถส่งคำสั่งให้มัคคุเทศก์ได้ หรือ มัคคุเทศก์ผู้นั้นไม่ยอมรับหนังสือแจ้งดังกล่าว ให้ปิดคำสั่งไว้ ณ ที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่ออกใบอนุญาต ให้มัคคุเทศก์ผู้นั้น และให้ถือว่ามัคคุเทศก์ผู้นั้นได้ทราบคำสั่งนั้น แล้วตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือวันที่ปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี มาตรา ๔๘ มัคคุเทศก์ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๔๕ หรือเพิกถอนใบอนุญาต ตามมาตรา ถต มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ต่อคณะกรรมการ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วัน ที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจากนายทะเบียน และให้นายทะเบียนเสนอหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๔๙ ในการออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา ๓๙ หรือใบแทนใบอนุญาตดังกล่าว ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง หมวด ๔ มาตรา ๕๐ ให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรุงเทพมหานคร ขึ้นมีฐานะเป็นหน่วยงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาตรา ๕๑ ให้ผู้ว่าการ ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ แต่งตั้งพนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คนหนึ่งระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกอง เป็นนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้า สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร ในระหว่างที่ยังไม่ได้จัดตั้งสำนักงาน ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดตามมาตรา ๕๒ ขึ้นในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ควบคุมธุรกิจ นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และตามนโยบายของคณะกรรมการ มาตรา ๕๒ เมื่อผู้ว่าการเห็นสมควร จัดตั้งสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดขึ้นในจังหวัดใด และจะให้มีเขตอำนาจครอบคลุมเขตจังหวัดใดบ้าง ให้เสนอความเห็นต่อ คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว ให้ตราข้อบังคับจัดตั้งสำนักงาน ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จังหวัด ขึ้นในจังหวัดนั้น พร้อมทั้งกำหนดเขตอำนาจของสำนักงาน ดังกล่าวและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้สำนักงาน ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดเป็นหน่วยงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาตรา ๕๓ให้ผู้ว่าการด้วยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ แต่งตั้งพนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคนหนึ่ง ระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกอง เป็นนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์จังหวัด มีหน้าที่ควบคุม ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ในเขตอำนาจของตน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และตามนโยบายของคณะกรรมการ ให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดเป็นหัวหน้าสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์จังหวัด มีอำนาจบังคับบัญชา พนักงานเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จังหวัดดังกล่าว มาตรา ๕๔ ในการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่นายทะเบียนมอบหมาย มีอำนาจดังต่อไปนี้ มาตรา ๕๕ การมอบหมายให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๕๔ ให้นายทะเบียนมอบหมายเป็นหนังสือทุกครั้ง มาตรา ๕๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวนายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๕๗ เมื่อนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่นายทะเบียน มอบหมายพบว่า มีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียน พิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แล้วแต่กรณี แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ มาตรา ๕๘ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๕ มาตรา ๕๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๔ ต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ มาตรา ๖๐ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๕ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่ห้าพันบาท ถึงสองหมื่นบาท มาตรา ๖๑ คู่สมรสหรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ตาย ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไป แต่ไม่แจ้งความประสงค์ ที่จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้น หรือไม่แจ้งความประสงค์ ที่จะไม่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไป ต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๒ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๒๘ วรรคสี่ หรือมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๓ วรรคสองต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๓ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาท ถึงห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหนึ่งพันบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ มาตรา ๖๔ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๖ มัคคุเทศก์ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๖๗ มัคคุเทศก์ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ เป็นมัคคุเทศก์ ในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘ มัคคุเทศก์ผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตและเครื่องหมาย แสดงการเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับใบอนุญาต ต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากใบอนุญาตสิ้นอายุ เพราะไม่ได้ขอต่ออายุใบอนุญาต หรือ เนื่องจากถูกเพิกถอนใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ วรรคห้า หรือมาตรา ๔๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๙ ผู้ใดขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวก แก่นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๕๔ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทเฉพาะกาล มาตรา ๗๐ ผู้ใดประกอบธุรกิจนำเที่ยวอยู่แล้วก่อน หรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไป ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา ๑๔ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ต้องเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการไม่อนุญาต มาตรา ๗๑ คนต่างด้าวที่ได้รับหนังสือรับรองจากอธิบดีกรมทะเบียนการค้า ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อยู่แล้วตามข้อ ๓๐ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้ แต่ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน และมิให้นำความในมาตรา ๑๕ (๑) (ก) และ (๒) (ก) (ค) (ง) และ (จ) มาใช้บังคับแก่ผู้นั้น คนต่างด้าวซึ่งได้รับแจ้งการไม่อนุญาต จากนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ต้องเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการไม่อนุญาต มาตรา ๗๒ ให้นำความในมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือคนต่างด้าวซึ่งได้รับแจ้ง การไม่อนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๗๑ โดยอนุโลม มาตรา ๗๓ ผู้ใดเป็นมัคคุเทศก์อยู่แล้วก่อน หรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะเป็นมัคคุเทศก์ต่อไป ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา ๓๙ ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้เป็นมัคคุเทศก์ต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ |