พิมพ์หน้านี้
|
ผลัดวันประกันพรุ่งกับตัวเองมาหลายครั้ง ...เพราะตั้งใจว่าจะเขียนความประทับใจที่พบเจอบนเกาะลันตามาลงบล๊อค วันนี้พอจะมีโอกาสเลยเอาซะหน่อย ...
เสี่ยเหน่ง" เมื่อช่วงปลายเดือนก่อน ผมได้ลงไปที่เกาะลันตากับกลุ่ม เอ็นจีโอ ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือกับน ชุมชนดั้งเดิม ชาวเล หรือ ยิปซีทะเล ที่อาศัยอยู่มานานกว่า 100 ปี และกำลังถูกนายทุนเข้าไปรุกราน อย่างหนักหน่วงในช่วงหลังสึนามิ 3 ปี ผมจะไม่เล่าถึงสถานการณ์ต่างๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จะบอกเพียงว่า เกาะลันตากำลังจะเปลี่ยนไปเหมือนเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ภูเก็ต ป่าตอง สมุย เราจะไม่มีธรรมชาติคงอยู่เหมือนครั้งที่มีคนเคยบอกว่า ลันตา เป็น ไข่มุกเม็ดสุดท้ายแห่งอันดามัน ก็เป็นได้ ... สำหรับสภาพทางกายภาพของเกาะลันตานั้น มีเนื้อที่ประมาณ 472 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะต่างๆ 53 เกาะ มีคนอาศัยอยู่ 5 เกาะ มีชุมชนดั้งเดิมอาศัยอยู่ 3 เผ่าพันธุ์ ชาวเล เป็นผู้พบเจอเกาะลันตาใหญ่เป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นชาวมาลายู (มุสลิม) เป็นกลุ่มต่อมาที่มาสร้างรกราก ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นชาวจีนที่ร่องเรือขายสินค้าที่สิงค์โปร์มาแวะพักเรือหลบพายุและสร้างที่อยู่อาศัยแบบถาวร ณ ดินแดนแห่งนี้ ปัจจุบัน เกาะลันตาแห่งนี้มีคนให้ความสนใจมาก ฝั่งตะวันตก โซนหน้าเกาะ เป็นชายหาดทอดยาว ชาวเลไม่นิยมปลูกที่พักอาศัยเพราะเป็นด้านที่รับลมพายุ ปัจจุบันจึงส่งผลให้เกิดธุระกิจท่องเที่ยวมากมายเป็นดอกเห็ด ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ส่วนโซนหลังเกาะซึ่งเป็นชุมชนชาวเลเดิม เป็นทั้งอู่ข้าวอู่น้ำ ในวันนี้กำลังจะถูกกลืนจากนายทุน แต่ชาวบ้านดั้งเดิมก็ยังมีความหวังว่าหากพวกเขาเข็มแข็ง นายทุนเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเข้ามารุกล้ำพื้นที่เกิด อาศัย และทำมาหากินของเขาได้... ผมรู้สึกชื่นชม ชาวบ้านที่เกาะลันตามากครับ โดยเฉพาะชุมชนศรีรายา บนเกาะลันตาน้อย เพราะเขาพยายามป้องกันสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมา แม้ด้วยกำลังน้อยนิดก็ตามที พงศ์ธร มีสิทธิ์ หรือ เหน่ง วัย 28 ปี บริบรูณ์ ลูกหลานชาวศรีรายาผู้โหยหาความสงบเรียบง่ายที่หาไม่ได้จากเมืองหลวง เขาตัดสินใจกลับคืนถิ่นมาซ่อมแซมบ้านเพื่อเปิดเป็นเกสเฮาท์เล็กๆ 6 ห้องนอน รองรับนักท่องเที่ยวได้ 10 คนต่อคืน หลังจากอาก๋งได้จากเขาไปแล้ว เขาปรับปรุงเกสเฮ้าส์แบบเรียบง่าย ทำทุกอย่างให้เหมือนกับร้านขายอะไหล่เรือสมัยก๋ง นำชุดรับแขก โต๊ะเก้าอี้ ข้าวของเครื่องใช้ดั้งเดิมขึ้นปัดฝุ่นนำมาประดับ และเมื่อกิจการเล็กๆ เปิดให้บริการบ้านหลังนี้ยังคงสะท้อนความผูกพันและความภูมิใจที่เขาเป็นคนรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดต่อมาจากชนรุ่นก่อน
ชุมชนศรีรายาที่อดีตเคยเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองมั่งคั่ง บ้านไม้ยกใต้ถุนที่ปลูกชิดๆ กันประมาณ 50 คูหา หน้าแคบติดถนน หลังยื่นลงทะเลยาวกว่า 30-50 เมตรนี้ แท้จริงมิได้เป็นความสวยงามนิยมแต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้งานและวิถีทำมาหากินของผู้อยู่ได้อย่างเหมาะสม
. . . บนชุดรับแขกที่รับลมทะเลจากระเบียงหลังบ้านที่ครั้งหนึ่งเป็นที่เทียบเรือ มีคนแปลกหน้าเข้ามาใช้บริการ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเหล่านั้นก็โหยหาความเงียบสงบแบบนี้เช่นกัน เหน่งในฐานะเจ้าของบ้านและเจ้าของกิจการยิ้มแก้มปริและบอกว่านี่แหล่ะคือจุดเริ่มต้นของชุมชนเข็มแข็ง ริเริ่มให้คนในชุมชนยึดกิจการที่พัก ท่องเที่ยวแบบพอเพียง แล้วชุมชนของลันตา หรือ ลานตา จะไม่เสื่อมสลายไป...
โซนนี้ครั้งหนึ่งเป็นห้องเก็บอะไหล่ แต่วันนี้ เสี่ยงเหน่งจัดไว้ให้ลูกค้านั่งพักผ่อนและชมทีวี
ห้องน้ำดัดแปลงให้สบายขึ้น
มุมนี้รองรับเรื่องอินเตอร์เน็ต
ห้องนี้เป็นห้องครัวครับ ตี 4 คืนนั้นเสี่ยงเหน่ง ยำปลากระป๋อง + ไข่เจียว +อุ่นต้มยำให้ทีมงานกินก่อนเข้านอน ขอบคุณครับ
ทางเดินบริเวณชั้น 2 ซึ่งถูกปรับแต่งเป็นห้องพัก ไม่ต้องติดแอร์ ดโล่ง โปร่งเย็นสบายทั้งวัน ทั้งคืน
เป็นไงมาดเขา ... อ้อลืมบอกไปห้องพักสะอาด ราคาพอเพียง เข้าไปดูที่เว็บไซค์ได้ครับ http://www.srirayaguesthouse.com/ ข้าน้อย บักหุ่งซ่ำจ๊อย ขอบคุณภาพจาก น้อง และเพื่อนร่วมงานอย่งคุณจำปา ครับ
|
| พาไปเที่ยวศาลาแก้วกู่ หนองคาย | ||
รูปปั้นที่เกิดมาจากแรงบันดาลใจทางศาสนา |
||
|
View All |
||
| น้ำพุเต้นระบำ | ||
น้ำพุเต้นระบำ ประกอบ แสง สี เสียง หน้าคาสิโน ที่มาเก๊า |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||