|

ผลบุญ - ผลกรรม จาก ปากเมื่อใช้ถูกที่ถูกเวลา
สมัยเรียนประถม ผมเคยท่องจำสุภาษิตไทย ที่ว่า ปากเป็นเอก เลขเป็นโท
ครั้งนั้นมองภาพไม่ออก ว่าทำไมคนโบราณถึงเปรียบเทียบแบบนั้น บ้าหรือเปล่า ...
พอเรียนจบ เริ่มเข้ามาทำงานใน กทม. เริ่มรู้แล้วครับว่า คนที่มีวาทะศิลป์ นั้นเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า แบบก้าวกระโดด แต่คนพูดไม่เป็นแบบผม แหมย่ำต๊อกอยู่กับที่ ...
วันนี้ครับ เห็นความสำคัญของปากมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ เพราะดูได้จากเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ ที่เกิดต่างที่ ต่างเวลา และผลที่ได้ออกมามีทั้ง คุณ แลธโทษ ก็มาจากปากอีกแหล่ะครับ ..
เหตุการณ์แรก เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.สุพัตตา หรือพัด เงินสันเที๊ยะ อายุ 34 ปี อาชีพช่างเสริมสวย รอดจากการถูกข่มขืน จากนายนายวัชชิระ รวงผึ้ง อายุ 25 ปี หลังทำใจดีสู้เสือ ทำทีเป็นโอนอ่อนผ่อนตาม จังหวะที่คนร้ายย่ามใจสอดลิ้นเข้ามาในปากเพื่อปลุกอารมณ์ ตัดสินใจตายเป็นตายใช้ฟันกัดลิ้นโจรหื่นเต็มแรงจนเลือดสาดกระจาย หนีไปจนมุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เหตุการณ์ที่ 2 เกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 พ.ค. เป็นเหตุการณ์คล้ายๆกัน โดยขณะที่น.ส.นุ่น นักเรียนสาว ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.นนทบุรี รอดจากการถูกข่มขืน หลังไปเข้าค่ายเรียนธรรมะที่โรงเรียนสอนพุทธศาสนาภายในวัดชลประทานรังสฤษฏ์ กับเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเดียวกันหลายสิบคน ระหว่างนั้นต้องการเข้าห้องน้ำ จึงไปเข้าห้องน้ำ ที่ศาลา 1 โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังถูกเฝ้ามองจาก นายธานินทร์ชาญชัยศิลป์ อายุ 48 ปี ซึ่งกินนอนอยู่ในวัด
และสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนายธานินทร์ เข้าไปผลักประตูห้องน้ำพร้อมกับดันตัว น.ส.นุ่นเข้าไปข้างใน แล้วบีบคอและต่อยเข้าที่หน้า น.ส.นุ่น พร้อมกับขู่ฆ่าหากขัดขืนและส่งเสียงร้อง จากนั้นนายธานินทร์ค้นเอาเงิน 1,120 บาทและโทรศัพท์มือถือของ น.ส.นุ่นไว้
จากนั้นนายธานินทร์เปลื้องผ้าตัวเองแล้วพยายามจะข่มขืน น.ส.นุ่น แต่อวัยวะเพศไม่แข็ง จึงบังคับให้ น.ส.นุ่นใช้ปากอมอวัยวะเพศ น.ส.นุ่นจึงกัดอวัยวะเพศของนายธานินทร์ ทำให้ได้รับความเจ็บปวดส่งเสียงร้องลั่นศาลาแล้ววิ่งหนีออกจากห้องน้ำ และสุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีอีกราย
สำหรับเหตุการณ์สุดท้าย ที่ผมจะหยิบยกขึ้นมาก็หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก สมาคมนักข่าวได้มีการแถลงผลการการวิจัย การศึกษานอกรอบพิเศษ เรื่อง (วิ) วาท กรม สมัคร กับสื่อ โดยสมาคมนักข่าว เพื่อศึกษา พฤติกรรม แบบแผน และกลวิธีการสื่อสาร ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่มีต่อสื่อมวลชน ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จนถึงปัจจุบัน (ช่วงเดือนตุลาคม 2550 ถึง เดือนเมษายน 2551)
ซึ่งผลการวิจัยสรุปสาระสำคัญ ได้ 6 ข้อ ดังนี้ 1. นายสมัครไม่ได้ให้ความร่วมมือในการทำข่าวของผู้สื่อข่าว จะเห็นได้จากไม่ตอบคำถาม การบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็น การให้เหตุผลแก้ตัว การปฏิเสธความผิด การฟ้องร้องและกล่าวโทษผู้อื่น การย้อมคำถามกลับไปยังตัวผู้ถาม การควบคุมบทสนทนาและการสื่อสารให้เป็นไปในทางเดียว
2.ในด้านการแสดงความคิดเห็นนายสมัครไม่เปิดเผยข้อเท็จจริง แต่เน้นให้ความคิดเห็นส่วนตัว แสดงอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว เช่นหงุดหงิด โกรธ และใช้กระบวนการตีรวนชวนทะเลาะมาบังหน้าการสนทนาเพื่อปกปิดข้อมูล 3. การให้ข้อมูลที่จำเป็น ถูกต้อง ครบถ้วน (accuracy) 4. การใช้ภาษาของนายสมัครไม่เป็นมิตร ขาดความสุภาพและขาดน่าเชื่อถือ ทั้งภาษาพูด และอวัจนะภาษาที่แสดงออกถึงความก้าวร้าว รุนแรง ดุเดือด การใช้คำพูด เสียดสี ประชดประชัน สำนวนโวหารเหน็บแนม 5. นายสมัครใช้การสื่อสารเพื่อเล่นเกมทางการเมือง และ 6. นายสมัครความไม่เข้าใจในสถานภาพและบทบาทของตนในกระบวนการสื่อสารทางการเมือง ไม่สอดคล้อง-ส่งเสริมต่อการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย นั่นแหล่ะครับ ผลบุญ - ผลกรรม จาก ปากเมื่อใช้ถูกที่ถูกเวลา
ด้วยความหวัง ข้าน้อย บักหุ่งซ่ำจ๊อย ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ
|