พิมพ์หน้านี้
|
ปมใหน ทำไม ? ต้องไล่ชาวกัมพูชาออกจากบันใดทางขึ้นเขาพระวิหาร เมื่อวานมีข่าว ชาวศรีสะเกษรวมตัวกันเคลื่อนไหว ขับไล่ชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำเขตแดนเข้ามาปลูกบ้านเรือนบริเวณบันใดทางขึ้นเขาพระวิหาร จนปัจจุบันบริเวณดังกล่าวถูกจัดตั้งเป็นชุมชน มีทั้งบ้านเรือน ร้านค้า รวมไปถึงวัด โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ ลึกๆ แล้ว ไม่พอใจที่กัมพูชายื่นขอจดทะเบียนตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยที่ไม่ยอมยื่นจดทะเบียนส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โดนตวล บรรณาลัย สถูปคู่ แม้แต่สระตราว ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วควรจะยื่นจดทะเบียนทั้งหมด อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาเรื่องเขตแดนไทย- กัมพูชม มีปัญหามาตลอด เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศยึดถือแผนที่กันคนละฉบับ วันนี้ชุมชนคนกัมพูชาที่ เข้ามาสร้างชุมชน บริเวณทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร ถูกพูดถึงอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้ พ.อ.ธัญญา เกียรติสาร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่23 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่23 หน่วยป้องกันชายแดน รับผิดชอบชายแดน จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ เล่าให้ผมและตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศฟังว่า ปัญหาเขาพระวิหาร นั้นมีมานานเนื่องจากไทยและกัมพูชาถือแผนที่คนละฉบับ จึงเกิดการขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำ และจากปัญหาดังกล่าวทำให้มีปัญหาการล้ำเขตแดนซึ่งมีอยู่ 2 พื้นที่ พื้นที่แรก คือบริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นเขตของประเทศไทย ส่วนพื้นที่ที่ 2 ชาวกัมพูชาได้เข้ามาสร้างวัดบนพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ถ้าใครเคยไปเที่ยวประสาทเขาพระวิหารจะพบเห็นชุมชนของชาวกัมพูชาประมาณ 100 หลังคาเรือนหรือประมาณ 500 คน เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ยึดอาชีพค้าขายโดยเปิดแผงขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ประมาณ 50 ร้านค้า คนเหล่านั้นเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด พ.อ.ธัญญา บอกด้วยว่าผลกระทบจากชุมชนของกัมพูชา 500 คน ที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่บริเวณดังกล่าว สร้างปัญหามลภาวะน้ำเสีย ลงสู่แม่น้ำสระตราว หรือบาราย เป็นธารน้ำอยู่ตรงบริเวณลานหินเชิงเขาพระวิหาร เคยชาวบ้าน5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ประท้วงต่อ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากผลกระทบจากน้ำเสียไหลเข้ามาในพื้นที่ 5 หมู่บ้านของเขตไทย หลังจากมีปัญหาดังกล่าวทางการไทยจึงมีการประชุม ครม.ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ จ.อุบลราชธานี และมีมติให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2550 ฝั่งไทยได้มีการขนหิน เพื่อกั้นทำเป็นบ่อบำบัด แต่ฝ่ายกัมพูชากลับประท้วงว่าไทยละเมิดข้อตกลง MOU ที่จะไม่ทำอะไรกระทบต่อสัตว์ ซึ่งเป็นเรื่องข้อตกลงเขตแดน และหลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาประท้วงเรื่องดังกล่าวได้ 3 วัน กระทรวงต่างประเทศภายใต้รัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้สั่งให้ยุติการดำเนินการดังกล่าว จากผลกระทบจากน้ำเสีย ประเทศไทยจึงต้องปิดเขตแดน แต่ทางฝ่ายกัมพูชา กลับนำชาวบ้านกัมพูชาเข้ามาเพิ่มอีก จากนั้นไทยทนไม่ไหวต้องส่งกำลังทหารเข้าไปกดดัน อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยสั่งให้มีการเปิดด่านอีกครั้งหนึ่งและยอมถอยทหารออกมาจากเขตบันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหารประมาณ 300 เมตร ซึ่งกัมพูชา ใช้ข้อต่อรองที่ไทยจะต้องการเปิดด่านตรงจุดอื่นซึ่งมีความสำคัญทางการค้าบีบให้ไทยเปิดด่านตรงจุดนี้และยอมถอยกำลังทหารออกจากปากทางขึ้นปราสาทพระวิหาร พ.อ.ธัญญา บอกด้วยว่า นอกจากพื้นตที่ดังกล่าวแล้วยังมีการรุกล้ำพื้นที่ในส่วนที่2 อีกโดยมีการสร้างวัดล้ำเขามาในเขตไทยประมาณ 200-300 เมตร ที่มีการสร้างขึ้นเมื่อปี 2542 ฝ่ายไทยตรวจพบมีการประท้วงคุยเจรจากับกระทรวงต่างประเทศกับทางกัมพูชามาตลอด 8 ปี แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขอะไรเลย อืม ...พอฟังอย่างนี้แล้วรู้สึกอย่างไรครับ แต่สำหรับผมคิดว่าเรื่องนี้มีความน่าสนใจตรงที่ ทำไมหน่วยงานในพื้นที่ทำอะไรไม่ได้ต้องฟังคำสั่งจากส่วนกลางที่มีอำนาจสูงกว่า และผู้มีอำนาจทำอะไรอยู่มีผลประโยชน์อะไรอยู่หรือเปล่า ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ผมสงสัยก็คือรัฐบาลกัมพูชาทำอะไร เพราะเท่าที่สอบถามคนกัมพูชาเองบอกว่ารัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เข้ามาอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยส่งครอบครัวของทหารเข้ามา
ด้วยความหวัง ข้าน้อย บักหุ่งซ่ำจ๊อย |
| พาไปเที่ยวศาลาแก้วกู่ หนองคาย | ||
รูปปั้นที่เกิดมาจากแรงบันดาลใจทางศาสนา |
||
|
View All |
||
| น้ำพุเต้นระบำ | ||
น้ำพุเต้นระบำ ประกอบ แสง สี เสียง หน้าคาสิโน ที่มาเก๊า |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||