พิมพ์หน้านี้
|
ชวนไปเที่ยวคุก เขาพริก เรือนจำในอนาคต คุกไฮเทคทลายกำแพงตามแบบเดิม ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดกว่า 380 ตัวทั่วเรือนจำ ใช้เป็นตาวิเศษจับตาดูพฤติกรรมนักโทษประมวลผลความเคลื่อนไหวด้วยระบบคอมฯ 3 มิติ ผอ.คุกเน้นพัฒนานักโทษเป็นคนดีแทนการลงโทษ เมื่อพูดถึงคุกหรือเรือนจำ ทุกคนคงนึกถึงสถานที่คุมขังนักโทษเดนตาย ซึ่งมีกลิ่นของความน่าสะพรึงกลัว ความเร้นลับที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกำแพงสูง มีลวดหนามล้อมรอบ อีกทั้งยังมีตำนานที่เล่ากันปากต่อปากนานนับหลายสิบปี จนยากนักที่ผู้ที่อยู่ด้านนอกจะรับรู้สภาพภายในได้ แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ากำแพงที่ปิดกั้นอยู่นั้นกำลังจะถูกทุบลง ทั้งนี้เพราะกรมราชทัณฑ์ กำลังจะปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ดังกล่าวให้เข้าสู่สากลระบบหวังให้ทั่วโลกยอมรับ
ทัณฑสถานเปิดเขาพริก ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 6 พันไร่ เลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สำหรับเรือนจำที่ถูกก่อตั้งขึ้นใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเรือนจำแบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ เรือนจำดังกล่าวไม่มีกำแพงทึบล้อมรอบแต่กลับมีเพียงรั้วลวดหนาม แต่กลับมีความปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึงเพราะใช้เทคโนโลยีในการควบคุมผู้ต้องขัง อีกทั้งยังเพาะบ่มสำนึกดีก่อนคืนตัวสู่สังคม นายเรืองศักดิ์ สุวารี ผอ.ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรม (เรือนจำเขาพริก) เล่าว่าเรือนจำแห่งนี้เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546 ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณการสร้างกว่า 800 ล้านบาท โดยเรือนแห่งนี้เป็นเรือนจำที่เปิดขึ้นใหม่ที่มีการพัฒนาให้เป็นเรือนจำในอนาคต หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเรือนจำต้นแบบถูกต้องตามหลักทัณฑวิทยาทุกอย่าง สำหรับความแตกต่างของเรือนจำแห่งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเรือนจำแห่งอื่นมีด้วยกัน 3 ประการ คือเรื่องของกำแพงเรือนจำที่แตกต่างคือเป็นแนวลวดตาข่ายดูโล่งโปร่ง คล้ายกับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากรมราชทัณฑ์โปร่งใสพร้อมที่จะให้ประชาชนตรวจสอบ ส่วนความแตกต่างประการที่สองก็คือเรื่องของระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนำมาจัดการเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมผู้ต้องขังกว่า 900 คนที่มีอยู่ขณะนี้ โดยระบบดังกล่าวแบ่งย่อยเป็น 3 ส่วนอีกคือระบบป้องกันการแหกห้องขังหลบหนี ระบบควบคุมและตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกทัณฑสถาน และระบบเสริมระบบจ่ายไฟสำรองของสองระบบแรก ระบบดังกล่าวเราจะคลอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตร 1,055 ไร่ที่ฟื้นฟูแล้ว และ 200 ไร่ที่เป็นพื้นที่บริเวณควบคุมนักโทษ โดยเราจะมีรั้วตาข่าย ลวดหนามไฟฟ้า และสัญญาณอินฟาเรด ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นเทคโนโลยีสามมิติเสมือนจริงมองเห็นความเคลื่อนไหวทุกอย่างในเรือนจำ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีกล้องวงจรปิดทั้งภายนอกภายในกว่า 380 ตัว ซูมได้กว่า 22 เท่าหมุนได้รอบตัวเอง ทั้งนี้ยังมีระบบเปิดปิดประตูด้วยระบบไฟฟ้า และระบบเครื่องกั้นถนนซึ่งสั่งการทันทีได้จากห้องควบคุม สำหรับความแตกต่างประการสุดท้ายซึ่งมีความสำคัญมากคือ การที่เรือนจำแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติจากเดิมที่มุ่งเน้นแต่การควบคุมผู้กระทำความผิดเพื่อการลงโทษอย่างเดียว เป็นการเพิ่มคุณค่ามุ่งเน้นเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดให้กลับตัวเป็นคนดี โดยหวังว่าหากพวกเขาเหล่านั้น หากพ้นโทษออกไปก็จะไม่เป็นส่วนเกินของสังคม ซึ่งทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายๆอย่าง ทั้งการให้คำปรึกษา การอบรม รวมถึงการร่วมมือทางธุระกิจที่ได้ผลผลิตมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำ เราพยายามสร้างและสอนอาชีพให้กลับเขาทุกๆ อย่างซึ่งที่เรือนจำแห่งนี้เน้นเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งผลผลิตที่ได้นอกจะปลอดสารพิษแล้วต้นทุนการผลิตก็ต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีด้วย แต่สำหรับผู้ต้องขังที่ไม่ชอบทำการเกษตรเราก็ไม่บังคับให้เขาตั้งกลุ่มและนำเสนองานวิชาชีพที่เขาสนใจ ซึ่งทางเรือนจำก็จะจัดหาวิทยากรมาสอนและอบรมในโอกาสต่อไป ผอ.เรือนจำบอกด้วยว่า หลังจากที่เรือนจำได้ฝึกวิชาชีพต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังตามความถนัดของพวกเขาแล้ว เราได้อนุญาตให้ผู้ต้องขังบางรายออกไปทำงานรับจ้างข้างนอก โดยรับค่าแรงเท่ากับรายได้ขั้นต่ำของแรงงานปกติ แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำงานได้ครบ 8 ชั่วโมงก็จะตัดส่วนที่ไม่พึงจะได้ออก ขณะที่รายได้จากผู้ต้องขังทำการเกษตรนั้นก็มีรายได้เข้าถึง 10,000-40,000 เลยทีเดียว ขณะนี้ทางเรือนจำได้ขอหนังสือรับรองคุณภาพของพืชผักปลอดสารพิษ 9 ชนิดผ่านไปยังกระทรวงสาธารณะสุข ซึ่งคาดว่าจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพได้อย่างดี นักโทษที่จะสามารถเข้ามาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้จะต้องเป็นนักโทษชั้นดีเท่านั้น คือกระทำความผิดครั้งแรกจำคุกมานานแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ ของโทษจำคุก ทั้งนี้เรือนจำดังกล่าวจำแนกผู้ถูกคุมขังเป็น 3 แดน แดนหนึ่งเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด โดยจัดตั้งเป็นสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดหรือโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ส่วนแดนสองเป็นส่วนที่คุมขังนักโทษที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ขณะที่แดนสามเป็นส่วนที่คุมขังนักโทษที่เหลือโทษจำคุก 5 แต่ไม่เกิน 15 ปี และหลังจากที่เรือนจำแห่งนี้ดำเนินงานมากว่า 1 ปี โยมีการสุ่มเก็บข้อมูลจากผู้ต้องขังบางราย พบว่าหลังจากที่พวกเขามีการโยกย้ายมาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้พวกเขามีสุขภาพดีขึ้นทั้งทางจิตใจและทางกาย แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นายเรืองศักดิ์ บอกทิ้งท้ายว่า เรือนจำยุคหลังจากนี้ไปจะพัฒนาไปสู่ความเป็นสากลอย่างมาก ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยเทคโนโลยีในการควบคุมชั้นสูง การฟื้นฟูผู้ต้องขังก่อนส่งคืนสู่สังคม และที่สำคัญจะต้องร่วมมือกับเอกชนและสามารถมีรายได้อยู่ได้ด้วยตัวเรือนจำเอง ปล.ได้ยินแบบนี้แล้ว ก้ไม่ต้องอยากเข้าไปอยู่กันนะครับ ด้วยความหวัง ข้าน้อยบักหุ่งซ่ำจ๊อย
|
| พาไปเที่ยวศาลาแก้วกู่ หนองคาย | ||
รูปปั้นที่เกิดมาจากแรงบันดาลใจทางศาสนา |
||
|
View All |
||
| น้ำพุเต้นระบำ | ||
น้ำพุเต้นระบำ ประกอบ แสง สี เสียง หน้าคาสิโน ที่มาเก๊า |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||