• บักหุ่งซ่ำจ๊อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hi-gypsy@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-30
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 56963
  • จำนวนผู้โหวต : 1815
  • ส่ง msg :
บักหุ่งซ่ำจ๊อย
มะละกอใบน้อย แต่เสียวWa (เอาเรื่องจริงมาเล่าแบบขำขำ)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/gypsysee
วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2551
ชวนไปเที่ยวคุก “เขาพริก” เรือนจำในอนาคต
Posted by บักหุ่งซ่ำจ๊อย , ผู้อ่าน : 348 , 17:50:46 น.   | หมวดหมู่ : บักหุ่ง - เล่าข่าวหรือไม่ข่าว ปล.ถ้าผมเจอผมก็เอามาเล่า  
พิมพ์หน้านี้


ชวนไปเที่ยวคุก “เขาพริก” เรือนจำในอนาคต

               

                คุกไฮเทคทลายกำแพงตามแบบเดิม ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดกว่า 380 ตัวทั่วเรือนจำ ใช้เป็นตาวิเศษจับตาดูพฤติกรรมนักโทษประมวลผลความเคลื่อนไหวด้วยระบบคอมฯ 3 มิติ ผอ.คุกเน้นพัฒนานักโทษเป็นคนดีแทนการลงโทษ

                เมื่อพูดถึงคุกหรือเรือนจำ ทุกคนคงนึกถึงสถานที่คุมขังนักโทษเดนตาย ซึ่งมีกลิ่นของความน่าสะพรึงกลัว ความเร้นลับที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกำแพงสูง มีลวดหนามล้อมรอบ อีกทั้งยังมีตำนานที่เล่ากันปากต่อปากนานนับหลายสิบปี จนยากนักที่ผู้ที่อยู่ด้านนอกจะรับรู้สภาพภายในได้ แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ากำแพงที่ปิดกั้นอยู่นั้นกำลังจะถูกทุบลง ทั้งนี้เพราะกรมราชทัณฑ์ กำลังจะปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ดังกล่าวให้เข้าสู่สากลระบบหวังให้ทั่วโลกยอมรับ

                ทัณฑสถานเปิดเขาพริก ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 6 พันไร่ เลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สำหรับเรือนจำที่ถูกก่อตั้งขึ้นใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเรือนจำแบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ เรือนจำดังกล่าวไม่มีกำแพงทึบล้อมรอบแต่กลับมีเพียงรั้วลวดหนาม แต่กลับมีความปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึงเพราะใช้เทคโนโลยีในการควบคุมผู้ต้องขัง อีกทั้งยังเพาะบ่มสำนึกดีก่อนคืนตัวสู่สังคม

                นายเรืองศักดิ์ สุวารี ผอ.ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรม (เรือนจำเขาพริก) เล่าว่าเรือนจำแห่งนี้เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546 ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณการสร้างกว่า 800 ล้านบาท โดยเรือนแห่งนี้เป็นเรือนจำที่เปิดขึ้นใหม่ที่มีการพัฒนาให้เป็นเรือนจำในอนาคต หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเรือนจำต้นแบบถูกต้องตามหลักทัณฑวิทยาทุกอย่าง

                สำหรับความแตกต่างของเรือนจำแห่งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเรือนจำแห่งอื่นมีด้วยกัน 3 ประการ คือเรื่องของกำแพงเรือนจำที่แตกต่างคือเป็นแนวลวดตาข่ายดูโล่งโปร่ง คล้ายกับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากรมราชทัณฑ์โปร่งใสพร้อมที่จะให้ประชาชนตรวจสอบ

                ส่วนความแตกต่างประการที่สองก็คือเรื่องของระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนำมาจัดการเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมผู้ต้องขังกว่า 900 คนที่มีอยู่ขณะนี้ โดยระบบดังกล่าวแบ่งย่อยเป็น 3 ส่วนอีกคือระบบป้องกันการแหกห้องขังหลบหนี ระบบควบคุมและตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกทัณฑสถาน และระบบเสริมระบบจ่ายไฟสำรองของสองระบบแรก

                “ระบบดังกล่าวเราจะคลอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตร 1,055 ไร่ที่ฟื้นฟูแล้ว และ 200 ไร่ที่เป็นพื้นที่บริเวณควบคุมนักโทษ โดยเราจะมีรั้วตาข่าย ลวดหนามไฟฟ้า และสัญญาณอินฟาเรด ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นเทคโนโลยีสามมิติเสมือนจริงมองเห็นความเคลื่อนไหวทุกอย่างในเรือนจำ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีกล้องวงจรปิดทั้งภายนอกภายในกว่า 380 ตัว ซูมได้กว่า 22 เท่าหมุนได้รอบตัวเอง ทั้งนี้ยังมีระบบเปิดปิดประตูด้วยระบบไฟฟ้า และระบบเครื่องกั้นถนนซึ่งสั่งการทันทีได้จากห้องควบคุม”

                สำหรับความแตกต่างประการสุดท้ายซึ่งมีความสำคัญมากคือ การที่เรือนจำแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติจากเดิมที่มุ่งเน้นแต่การควบคุมผู้กระทำความผิดเพื่อการลงโทษอย่างเดียว เป็นการเพิ่มคุณค่ามุ่งเน้นเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดให้กลับตัวเป็นคนดี โดยหวังว่าหากพวกเขาเหล่านั้น หากพ้นโทษออกไปก็จะไม่เป็นส่วนเกินของสังคม ซึ่งทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายๆอย่าง ทั้งการให้คำปรึกษา การอบรม รวมถึงการร่วมมือทางธุระกิจที่ได้ผลผลิตมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำ

                “เราพยายามสร้างและสอนอาชีพให้กลับเขาทุกๆ อย่างซึ่งที่เรือนจำแห่งนี้เน้นเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งผลผลิตที่ได้นอกจะปลอดสารพิษแล้วต้นทุนการผลิตก็ต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีด้วย แต่สำหรับผู้ต้องขังที่ไม่ชอบทำการเกษตรเราก็ไม่บังคับให้เขาตั้งกลุ่มและนำเสนองานวิชาชีพที่เขาสนใจ ซึ่งทางเรือนจำก็จะจัดหาวิทยากรมาสอนและอบรมในโอกาสต่อไป”

                ผอ.เรือนจำบอกด้วยว่า หลังจากที่เรือนจำได้ฝึกวิชาชีพต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังตามความถนัดของพวกเขาแล้ว เราได้อนุญาตให้ผู้ต้องขังบางรายออกไปทำงานรับจ้างข้างนอก โดยรับค่าแรงเท่ากับรายได้ขั้นต่ำของแรงงานปกติ แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำงานได้ครบ 8 ชั่วโมงก็จะตัดส่วนที่ไม่พึงจะได้ออก ขณะที่รายได้จากผู้ต้องขังทำการเกษตรนั้นก็มีรายได้เข้าถึง 10,000-40,000 เลยทีเดียว

                “ขณะนี้ทางเรือนจำได้ขอหนังสือรับรองคุณภาพของพืชผักปลอดสารพิษ 9 ชนิดผ่านไปยังกระทรวงสาธารณะสุข ซึ่งคาดว่าจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพได้อย่างดี นักโทษที่จะสามารถเข้ามาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้จะต้องเป็นนักโทษชั้นดีเท่านั้น คือกระทำความผิดครั้งแรกจำคุกมานานแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ ของโทษจำคุก ทั้งนี้เรือนจำดังกล่าวจำแนกผู้ถูกคุมขังเป็น 3 แดน แดนหนึ่งเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด โดยจัดตั้งเป็นสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดหรือโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ส่วนแดนสองเป็นส่วนที่คุมขังนักโทษที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ขณะที่แดนสามเป็นส่วนที่คุมขังนักโทษที่เหลือโทษจำคุก 5 แต่ไม่เกิน 15 ปี”

                และหลังจากที่เรือนจำแห่งนี้ดำเนินงานมากว่า 1 ปี โยมีการสุ่มเก็บข้อมูลจากผู้ต้องขังบางราย พบว่าหลังจากที่พวกเขามีการโยกย้ายมาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้พวกเขามีสุขภาพดีขึ้นทั้งทางจิตใจและทางกาย แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

                นายเรืองศักดิ์ บอกทิ้งท้ายว่า เรือนจำยุคหลังจากนี้ไปจะพัฒนาไปสู่ความเป็นสากลอย่างมาก ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยเทคโนโลยีในการควบคุมชั้นสูง การฟื้นฟูผู้ต้องขังก่อนส่งคืนสู่สังคม และที่สำคัญจะต้องร่วมมือกับเอกชนและสามารถมีรายได้อยู่ได้ด้วยตัวเรือนจำเอง

                ปล.ได้ยินแบบนี้แล้ว ก้ไม่ต้องอยากเข้าไปอยู่กันนะครับ

ด้วยความหวัง

ข้าน้อยบักหุ่งซ่ำจ๊อย

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
ท่าชนะ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Karida

แค่มาเยี่ยมนะคร้า ไม่ขอเข้าไปหรอกค่ะ แต่จะเอาบางคนเข้าไป 5555
ความคิดเห็นที่ 15
ผักบุ้ง วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/bung

มาเยี่ยมคุกจ้า
ไม่น่าเข้าไปอยู่เลยนะ

ความคิดเห็นที่ 14
kunjumpa วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/kunjumpa

ไม่ทำผิด..ก็คงจะไม่เข้าไปอยู่แน่ๆ...อิอิ

เจ้านกเหล็กวันทูโก..หยุดเหินเวหา
http://www.oknation.net/blog/kunjumpa
ความคิดเห็นที่ 13
psty วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/prasityoo

ประตูคุกทุกทิศปิดไว้แน่น
ไปมาแสนอุดอู้ดูอึดอัด
ทั้งมากมีปัญหาสารพัด
ทุกข์ชัดชัดคนยังคิดไปติดคุก...เฮ้อ..
ความคิดเห็นที่ 12
ย่าดา วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ดีจังผู้ต้องโทษคงได้มีโอกาสมีวิชาชีพติดตัวไปทำมาหากิน
เมื่อออกจากคุกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 11
tyty วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 23.17 น.
http://www.oknation.net/blog/tyty1789

อ่า ...

เห็นตรงก่ะคุณพี่ลูกเสือหมายเลข๙

ไปเที่ยวคงพอไหว

ไปอยู่คงขอบายคร๊าบบบบบบบบ


ความคิดเห็นที่ 10
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 20.38 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เที่ยวที่นี่ จะดีหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 9
pjeabja วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 19.31 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

น่าอยู่แฮะ
ความคิดเห็นที่ 8
บักหุ่งซ่ำจ๊อย วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/gypsysee
มะละกอใบน้อย แต่เสียวWa ...เอาเรื่องจริงมาเล่าแบบขำขำ

ตอบท่านเรือรบเมืองมั่น ที่เคารพ

เท่าที่ผมทราบ คือทัณฑ์สถานเปิด มีครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อ วันที่ 13 มิ.ย.2504 ที่ห้วยโป่ง จังหวัดระยอง โดยทางกรมราชทัณฑ์ ได้จัดตั้งทัณฑ์สถานเปิดขึ้นตามข้อกำหนดสากล ที่พึงปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง ทั้งนี้เพื่อลดความแออัดเหมือนคุกดั้งเดิม มีการฝึกวิชาชีพ ก่อนออกสู่โลกภายนอก โดยผู้ถูกคุมขังจะถูกคัดเลือกโดยผู้คุมที่พิจารณาแล้ววเห็นว่า คนเหล่านั้นรู้สึก ชั่วดี และสำนึกในการกระทำที่ผ่านมาแล้ว

ซึ่งตามความเข้าใจของผมนะครับเข้าใจว่า ทัณฑ์สถานเปิด น่าจะเป็นที่ที่จะทำการปรับตัวผู้คุมขังก่อนปล่อยตัวสู่สังคมน่ะครับ โดยรูปแบบที่เห็นส่วนใหญ่กำแพงจะโปร่งโล่ง ไม่เหมือนทัณฑ์สถ่านทั่วไป
จะผิดถูกยังไงใครรู้บอกด้วยนะครับ

ข้าน้อย
บักหุ่งซ่ำจ๊อย
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.19 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่ไป....
ความคิดเห็นที่ 6
auguzzy วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

หลักการดีมาก

ปล่อยออกมาในสภาพขี้คุก วันนึงย่อมไม่พ้นคุก
ความคิดเห็นที่ 5
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 

ทำไมทันสมัยจัง
ความคิดเห็นที่ 4
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.10 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ทำไมเรียกว่าฑัณฑสถานเปิดล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
roselobster วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 


ขออนุญาติแปะป้ายกิจกรรมนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS

ทางเรือนจำมีงานให้ฝึกมีอาชีพด้วย หากพ้นผิดมาคงเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
ความคิดเห็นที่ 1
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 17.58 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

ทันสมัยดีนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

น้ำพุเต้นระบำ

น้ำพุเต้นระบำ ประกอบ แสง สี เสียง หน้าคาสิโน ที่มาเก๊า

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณเชื่อคำแถลงการณ์ของสนักข่าวINN หรือไม่
เชื่อ
0 คน
ไม่เชื่อ
0 คน
เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
0 คน

  โหวต 0 คน