พิมพ์หน้านี้
|
ถั่วลิสงต้มราคาไม่กี่สตางค์ที่เรารู้จักกันดี ความจริงแล้วมีประโยชน์มากทีเดียว นายแพทย์ลอยด์ วอล์คเกอร์ หนึ่งในผู้ร่วมทำการศึกษาวิจัยเรื่องถั่วลิสงและคณะ จากมหาวิทยาลัยแอละแบมาเอแอนด์เอ็ม สหรัฐอเมริกา ศึกษาว่า จะปรุงถั่วลิสงอย่างไรจึงจะได้รับสารแอนติออกซิแดนท์สูงสุด ผลการศึกษาพบว่า การนำถั่วลิสงไปต้มมีส่วนช่วยให้ปริมาณสารแอนติออกซิแดนท์ในถั่วเพิ่มขึ้นได้ถึง 4 เท่า แต่การปรุงถั่วลิสงร้อนเกินไปอาจมีส่วนทำให้สารชนิดนี้ในถั่วลดลงได้ ถั่วลิสงเป็นแหล่งสารเรสเวอราทรอล (resveratrol) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่พบในองุ่นและไวน์ ที่ช่วยทำให้คนฝรั่งเศสอายุยืนและปลอดจากเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เว็บไซต์ทางด้านโภชนาการออสเตรเลีย (www.nutritionaustralia..org) กล่าวว่าถั่วลิสงมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับนัท(ถั่วเปลือกแข็ง) อัลมอทด์ บราซิลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ (แต่ราคาถั่วลิสงถูกกว่ากันเยอะ) ข้อดีเป็นพิเศษของถั่วลิสงคือ มีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (MUFA) ค่อนข้างสูง น้ำมันชนิดนี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และอาจช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ได้ นอกจากนั้นยังมีเส้นใย โปรตีน และสารแอนติออกซิแดนท์สูง มีวิตามินบี 2 วิตามินบี3 แคลเซียม และวิตามินอีสูง มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำมาก จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้าๆ ข้อควรระวังในการรับประทานถั่วลิสงคือ ต้องเลือกเม็ดถั่วที่ดี และไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1 เดือน เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา ซึ่งอาจมีสารก่อมะเร็ง (แอฟลาท็อกซิน) ปนเปื้อนได้ อาหารว่างมื้อต่อไป ลองเปลี่ยนเป็นถั่วลิสงต้มน่าจะดีนะคะ ทันโลกสุขภาพ : ชีวจิต 16 มกราคม 51 |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||