วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน 2550
ว้าย เวียดนาม(Why Vietnam?)(36)
Posted by
hangkim
,
ผู้อ่าน : 101
, 14:54:33 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เราเริ่มเดินทางจากดาลาท กลับโฮจิมินห์ เวลาประมาณ 08.00 น ก็เป็นการเดินทางอีกครั้งที่เราต้องทำใจ เพราะระยะทางประมาณ 308 กม มากกว่าช่วงมาจากญาจาง ซึ่งประมาณ 200 กม แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า จากนี้เป็นการเดินทางลงเขา คงไม่หนักหนาอะไร น่าจะเร็วขึ้น
พอนั่งรถ ก็พบว่าคนขับและเด็กรถคนเดิมครับ อะไรจะดวงสมพงศ์กันขนาดนั้น ตั้งแต่ฮอยอันยันโฮจิมินห์  ไม่เคยเห็นครับปั๊มน้ำมัน LG  ภาพถ่ายระหว่างเดินทาง
เพราะฉะนั้นผมคงไม่ต้องเล่าเรื่องการเดินทางแล้ว ก็ช้าเหมือนเดิมครับ แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า จากญาจางเข้าดาลาท เราต้องไต่เขาสูงชันหลายช่วง แต่จากดาลาทเข้าโฮจิมินห์ ผมแทบจะไม่รู้สึกว่ากำลังลงเขา ดีน่ะครับ ถ้านั่งเครื่องเราคงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่คราวหน้าผมขอนั่งเครื่องดีกว่า เพราะประสบการณ์การนั่งรถที่เวียดนามน่าจะเพียงนอแล้ว
ช่วงนี้ผมก็ไม่สนใจอะไรแล้ว คิดถึงแต่เรื่องนัดหมายกับน้องแอนน์หกโมงเย็นวันนี้ ต่อไปนี้ผมจะเรียกแอนน์น่ะครับ เพราะค้องกล่าวถึงเธอบ่อยขึ้น
บ่ายสามก็แล้วยังไม่มีวี่แววจะเข้าตัวเมืองโฮจิมินห์ ชักไม่เข้าท่าแล้ว บ่ายสี่ เสีบงโทรศัพท์ผมดังขึ้น แอนน์โทรมาครับ ว่ามีธุระ ขอเลื่อยนัดเป็นประมาณหนึ่งทุ่ม ผมก็บอกเธอว่าไม่มีปัญหา เพราะตอนนี้ผมก็ยังไม่ถึงโฮจิมินห์เลยครับ
กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ตกประมาณห้าโมงเย็นแล้วครับ แต่ดีที่รถจอดหน้า Sinh cafe ก็ใกล้ๆโรงแรม Spring ที่เราพัก
โบขอแวะซื้อของ ผมบอกเดี๋ยวผมไปเช็คอินก่อน ไม่มีเวลาแล้ว
แต่มีปัญหาว่า ห้องเกือบเต็ม ที่เราจองไว้ เพียงแค่บอกกล่าวว่าจะกลับมาแต่ไม่มีเรื่องจองเป็นเรื่องเป็นราว พนักงานก็ไม่ใข่คนที่เราเคยเจอตอนมาถึงครั้งแรก เหลือเพียงห้องราคา 16 USD แต่ขนาดใหญ่กว่าเดิม ผมขึ้นไปดู ก็รู้สึกว่าไม่ได้ใหญ่กว่าเดิม หนำซ้ำอาจเล็กกว่าเดิม แต่ดูยากน่ะครับ เพราะการจัดวางตู้เตียงต่างกัน
ผมน่ะไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะแค่ดอลล์เดียว แต่โบมีปัญหาแน่ๆ
ผมคิดไม่ผิดหรอกครับ เมื่อโบมาก็ถกเถียงเรื่องขนาดของห้อง นี่ยังไม่ได้คุยเรื่องราคาน่ะครับ โบบอกว่าโรงแรมมีตั้งเยอะแยะหาที่ไหนก็ได้ ผมก็เริ่มหงุดหงิด นี่จะถึงเวลานัดหมายแล้ว เรายังไม่ได้เข้าพักเลย จึงตัดบท "ไม่ต้องต่อรองแล้วโบ หาที่ใหม่ดีกว่า"
  แหนมเนืองเวียดนาม เราเดินมาถามที่โรงแรมข้างๆ มีปัญหาแล้วครับ ห้องเต็ม ไม่ง่ายอย่างที่โบคิด เดินอีกหน่อยก็พบโรงแรมชื่อ Mai Phai เป็นชื่อไทยครับ "ไม้ไผ่" เห็นว่าเจ้าของเขาประทับใจเมืองไทย ว่างพอดีหนึ่งห้อง ห้องก็ดูใหญ่ดี แต่สภาพห้องการตกแต่ง จริงๆแล้วผมไม่ชอบหรอกครับ 'ตกลง โรงแรมนี้ล่ะ พอใช้ได้" ผมบอกโบจะได้จบๆเรื่อง ห้องพัก เพราะหกโมงกว่าแล้ว พอเข้าห้องพักผมรีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวพบแอนน์ตามนัดหมาย "ไม่ต้องชวนผมไปเที่ยวด้วยน่ะ ผมไปช้อปปิ้งดีกว่า ยกเว้นเค๊ามีเพื่อนปิ้งๆ" โบตั้งเงื่อนไข 'ผมคิดว่าเค๊าคงมาคนเดียว แต่อย่างไรโบน่าจะมารู้จักน้องเค๊าหน่อย" ผมพูดแบบไม่ไห้ความหวังโบ แต่ก้ชักชวนให้โบอยู่ด้วยตอนพบแอนน์ ผมรู้ว่าโบก็อยากรู้จัก แต่ปากแข็งไปยังงั้นล่ะ ว่าไม่สนใจ  ไข่กระทะไม่น่าทานเหมือนเมืองไทย
ผมมารอแอนน์ที่จุดนัดหมาย หน้าโรงแรม Spring ก่อนเวลาเล็กน้อย จริงๆแล้วผมจำแอนน์ไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะวันนั้นในคลับ ค่อนข้างมืด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแอนน์จะจำผมได้หรือเปล่า
ผมยืนรอ จนเวลาทุ่มกว่าๆ ก็ยังไงๆอยู่ คือใครขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาใกล้ก็สงสัยว่าใช่ มีสาวๆกลุ่มหนึ่ง คนหนึ่งผมว่าก็คูคล้ายแอนน์ เดินเข้าไปในโรงแรมสงสัยเดินเข้าไปถามหาเพื่อน แล้วสักครู่ก็เดินออกมา ผมก็เดินเข้าไปเฉียดๆ แต่สาวๆกลุ่มนั้นไม่มีใครสนใจผม ก็คงไม่ใช่แอนน์
อีกสักครู่โบก็เดินมาว่าไปทานข้าวเย็นมาแล้ว "แล้วคิมล่ะ ที่นัดไว้ยังไม่มาเหรอ" "ก็รออยู่ สงสัยรถจะติด" ผมแก้ตัวแทนแอนน์ ไม่รู้ว่าเหตุผลรถติดจะใช้ได้หรือไม่ที่เวียดนาม ใจหนึ่งก็หวั่นๆว่าแอนน์เค๊านั่งรถผ่านมาแล้ว เห็นผมดูไม่เข้าท่าเหมือนคีนวันนั้นซึ่งมันมืด แล้วขับผ่านไปเลยก็ได้ "โบยืนรอด้วยกันก็ได้ ถ้าเค๊ามาจะได้แนะนำให้รู้จัก" ผมชวนโบ "ขออย่างเดียว จะวิจารณ์อย่างไรค่อยวิจารณ์ทีหลังน่ะ ให้ผมเที่ยวเรียบร้อยก่อน" อย่างไรผมก็ไม่ลืมสำทับโบ กลัวคำวิจารณ์ครับ
ในที่สุด การรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อผมเห็นสาวนางหนึ่งขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาหา และยิ้มทักทาย ดูน่ารักดี ก็แอนน์นั่นเอง เธอขอโทษที่มาช้า เพราะธุระไม่เสร็จ ผมบอกไม่เป็นไร พร้อมแนะนำให้โบรู้จัก โบกระซิบผม "คนนี้ดูดีหน่อย" แค่นี้ล่ะครับ แต่ผมถือว่านี่เป็นคำชมของโบแล้วครับ
แล้วก็ถึงเวลา ท่องราตรีโฮจิมินห์กับแอนน์
|