วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน 2550
ว้าย เวียดนาม(Why Vietnam?)(37)
Posted by
hangkim
,
ผู้อ่าน : 92
, 22:44:30 น.
พิมพ์หน้านี้
|
มอเตอร์ไซด์ของแอนน์เป็นแบบสกูตเตอร์ แอนน์ขับ ผมนั่งซ้อนท้ายที่นั่งค่อนข้างลาดมาด้านหน้า ผมก็พยายามฝืนตัว ไม่ให้ถลำไปด้านหน้า ไม่งั้นจะแนบชิดแอนน์เกินไป ต้องทำตัวเรียบร้อยครับ เดี๋ยวดูไม่งาม เป็นบรรยากาศที่หาได้ยากครับในชีวิต ที่มีโอกาสโฉบเฉี่ยวอยู่บนท้องถนนในนครโฮจิมินห์ โดยมีสาวน่ารักเป็นไกด์กิติมศักดิ์ขับรถให้ ผมนั่งมอเตอร์ไซด์ในนครที่ได้ชื่อว่าจอแจไปด้วยมอเตอร์ไซด์น่าจะมากที่สุดในโลก มากจนกระทั่งเพื่อนชาวเกาหลีที่เคยมาเยี่ยมนครแห่งนี้ บอกว่าวันแรกที่เขาถึงโฮจิมินห์ เขาได้พบเห็นรถมอเตอร์ไซด์มากกว่าที่เขาเคยเห็นมาทั้งชีวิต  ภาพนักศึกษาสาวสวมชุดอ๋าวหญ่าย จาก www.manager.co.th ท่ามกลางการจราจรที่ขวักไขว่รถราที่จอแจ แต่ในความรู้สึกผมเหมือนมีเพียงแต่เเราสอง ผมกับแอนน์ ผมไม่ได้สนใจรถที่ขับเบียด ขับแซง หรือขับสวนมาเลย สมาธิผมมุ่งอยู่ที่การพยายามขืนตัว ไม่ให้ไถลไปหาตัวแอนน์ แต่ต้องคงแนบชิดน้องเธอในบ้างช่วง อยู่เมืองไทย ผมไม่ค่อยมีโอกาสนั่งซ้อนมอเตอรไซด์มากนัก
มือทั้งสองข้างก็เกาะกุมที่เอวน้องแอนน์ไว้ บ้างช่วงก็จับที่เบาะนั่ง ซึ่งถ้าสะดวกผมโอบกอดแอนน์จะถนัดกว่า แต่ต้องรักษามารยาท ไม่ให้เสียชื่อหนุ่มไทย ว่าฉวยโอกาส 
แอนน์ถามว่าจะไปทานข้าวที่ใหนดี ผมบอกแล้วแต่คุณ โดยหวังว่าเธอจะพาไปร้านที่คนเวียดนามนิยม "ฉันชอบอาหารไทย อยากให้คุณแนะนำอาหารไทยให้หน่อย ไปร้านอาหารไทยน่ะ" อ้าว แอนน์ทำไมเสนออย่างนี้ แล้วผมจะทำอะไรได้ "ก็ดีเหมือนกัน ถ้าคุณชอบ" ผมรับข้อเสนอ แม้ในใจอยากให้น้องเค๊าพาไปร้านอาหารเวียดนามมากกว่า ร้านที่แอนน์พาไป ชื่อว่า Spice อยู่ที่ 100A Nguyen Thi Minh Khai Q3 TP การตกแต่งร้านก็ดูดี พนักงานแต่งชุดไทย ผมแยกไม่ออกครับว่ามีคนไทยบ้างไหม เพราะดูเหมือนคนไทยมาก
 รายการอาหารก็เป็นชื่ออาหารไทยแต่สะกดเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนภาษาคาราโอเกะ ก็เลยสั่งง่ายดี แต่มีปัญหาครับ เพราะปรกติผมกินง่ายอยู่ง่าย ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะจัดการให้ จึงแทบไม่เคยสั่งอาหาร ครั้งนี้เลยสั่งแต่อาหารยอดนิยมที่คุ้นๆ เช่น ทอดมันปลา ต้มยำกุ้ง ไก่กระทงทอง ประมาณนั้น ถามแอนน์ เธอก็บอกอร่อยดี ท่าทางอาหารไทยเป็นของโปรดเธอจริงๆ แต่ผมก็ว่าใช้ได้ครับ รสชาติไม่เพี้ยน น่าจะเป็นกุ๊กคนไทย ผมไม่ชำนาญเรื่องอาหารหรอกครับ แต่ทราบว่าถ้าไม่ใช่คนไทยแล้ว แม้จะรู้สูตร แต่ไม่รู้ลิ้น เขาว่ากันอย่างนั้น
ระหว่างนั้น ผมมีเวลาซักถามทำความรู้จักแอนน์มากขึ้น เพราะวันนั้นที่ Apocalyse Now เรามีโอกาสคุยกันน้อยมาก หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็ปรึกษาว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี จริงๆแล้วผมชอบ Apocalyse Now แต่อยากลองไปที่อื่นบ้าง น้องแอนน์บอกไม่มีปัญหา มีอยู่คลับหนึ่งชื่อ Lush ลองไปดู คลับนี้เล็กกว่า Apocalyse Now แต่ก็ดูคึกคักดี ฝรั่งเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มๆ ส่วนสาวๆเป็นสาวเวียดนามซ่ะเป็นส่วนใหญ่ ด้านล่างเต็มครับ หาที่นั่งไม่ได้ เราเลยขึ้นชั้นบน โอ้โห้ ที่นั่งสุดยอดเลย แต่แล้วจะนั่งอย่างไร ก็มันเป็นโซฟาขนาดใหญ่ ใหญ่พอที่จะนอนได้เลย พอสั่งเครื่องดื่มแล้ว เราก็ต้องปีนขึ้นโซฟา ผมใช้คำว่าปีนน่ะครับ คิดดูว่ามันจะใหญ่ขนาดใหน ก็เหมือนเตียงนอนล่ะครับ มีหมอนขนาดใหญ่อยู่ติดฝาผนัง บรรยากาศอะไรจะโรมานซ์ประมาณนั้น ผมอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนมีแอนน์เคียงข้างแนบกาย เราสั่งเบีนร์คนละขวดผมดื่มอย้งละเมียดละไม ค่อยๆดื่มให้เข้ากับบรรยากาศ แต่ปรกติแล้วผมไม่ค่อยได้เที่ยวได้ดื่มครับ จะคุยกันกับแอนน์แต่ล่ะทีก็ต้องเบียดแนบชิดกันเพราะต้องแข่งเสียงอึกทึกของเสียงดนตรี ก่อนที่อารมณ์ผมจะพรึงเพริศเตลิดไปมากกว่านี้ แอนน์ก็เบียดกายมากระซิบข้างหู
 "เดี๋ยวจะมีเพื่อนมาเที่ยวด้วย คุณจะขัดข้องใหม" อ้าว แล้วจะให้ผมตอบอย่างไรครับแอนน์ นอกจาก "ไม่มีปํญหา" ในใจก็ภาวนาให้เพื่อนแอนน์ว่ามาช้าๆหน่อยก็ดี วันนี้วันเสาร์รถน่าจะติด ก็เหมือนสวรรค์เป็นใจ แต่เป็นใจใครก็ไม่ทราบ อีก 5 นาทีเพื่อนแอนน์ก็มา เข้ามาก็คุยกันกระหนุงกระหนิงตามประสาสาวๆ ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ วันนี้ผมนั่งรถมาทั้งวัน เพลียพอควรครับ บางช่วงผมก็เพลองีบไป นแอนน์หันมาเห็น ก็เข้ามากระซิบที่ข้างหู "ดูคุณเหนื่อยน่ะ กลับไปพักผ่อนดีกว่าน่ะ" แอนน์กระซิบเมื่อไรได้เรื่องทุกที แอนน์ได้เพื่อนแล้วลืมผมหรือนี่ แต่ก้ดีเหมือนกัน ผมก็เพลียมากจากการเดินทางมาทั้งวัน ก็เลยพยักหน้า
"พรุ่งนี้คุณสะดวกเมื่อไร ก็โทรเรียกฉันได้น่ะ พรุ่งนี้ฉันว่างทั้งวัน ดูแลคุณได้จนคุณกลับเมืองไทย"แอนน์ไม่วายมีข้อเสนอที่น่าประทับใจ ระหว่างขับมอเตอร์ไซด์มาส่งผมที่โรงแรม
|