• หางหนอน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lifecaremeditechlab@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-05
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 3368
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
หางหนอน
จอมยุทธ...ไม่หยุดปิ๊ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hangnon
วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม 2551
แพทย์ขาดแคลน..สมองไหลสู่ทุนนิยม..ต้องเพิ่มค่าปรับแพทย์ที่ลาออกก่อนกำหนด
Posted by หางหนอน , ผู้อ่าน : 52 , 09:30:36 น.  
พิมพ์หน้านี้


“อัมมาร” เห็นดีเพิ่มค่าปรับแพทย์แทนใช้ทุน เซ็งแพทยสภาพูดเอาแต่ได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์23 กรกฎาคม 2551 06:28 น.
       “อัมมาร” เห็นดีเพิ่มค่าปรับแพทย์แทนใช้ทุน ชี้ปรับแค่ 4 แสนจ่ายหรือไม่จ่ายก็ไม่แตกต่าง ย้ำสธ. พิจารณาค่าปรับใหม่ แต่ต้องรอบคอบเพราะยังไม่มีผลการศึกษารองรับ หวั่นเกิดความไม่เป็นธรรมกับนร.แพทย์ โวยเซ็งแพทยสภา พูดเอาแต่ได้ค้านขึ้นค่าปรับ ด้านประธานชมรมแพทย์ชนบท เสนอแก้ปัญหารอบด้าน ขึ้นทั้งค่าปรับและค่าตอบแทน พร้อมให้สวัสดิการ เกียรติยศ ขณะที่ "หมอปิยะสกล" อธิบดีม.มหิดล ชี้ขึ้นค่าปรับต้องมีเหตุผลชัดเจนเหมาะสม
       


       วานนี้ (22 ก.ค.) ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมปรับเพิม่ค่าชดเชยแทนการใช้ทุนของนักศึกษาแพทย์ในกรณีที่ลาออกจากราชการก่อนการใช้ทุนครบ 3 ปี นั้น ว่า เห็นด้วยในหลักการของการเพิ่มเงินค่าปรับ เพราะอัตราค่าปรับที่สธ. เรียกเก็บในปัจจุบันถือว่าน้อยมาก ต่ำกว่าต้นทุนที่รัฐได้สนับสนุนค่าเล่าเรียนและเงินอุดหนุนต่างๆ ให้ให้นักศึกษาแพทย์ นอกจากค่าเล่าเรียนแล้วยังมีโครงการลงทุนต่างๆ เช่น การก่อสร้างอาคาร เป็นต้น ซึ่งนำมาคิดรวมกันแล้วเป็นมูลค่าที่รัฐบาลลงทุนผลิตแพทย์มากกว่าคนละ 1.8 ล้านบาท ดังนั้นค่าปรับเพียงคนละ 4 แสนบาทจึงแทบไม่มีผลอะไรเลย ในทางตรงข้าม นักศึกษาแพทย์กลับคิดว่า การจ่ายเงินค่าปรับเพียง 4 แสนบาท ถือเป็นการออกจากระบบที่ถูกต้อง เป็นการใช้เงินซื้อจิตสำนึกที่ควรจะมีและเมื่อไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็ได้ค่าตอบแทนที่สูงใกล้เคียงค่าปรับที่จ่ายไปมาก
       
       ศ.ดร.อัมมาร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องรายละเอียดของการดำเนินการ สธ. จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งจำนวนเงินค่าปรับที่เหมาะสม และระยะเวลาในการบังคับใช้การจ่ายค่าปรับอัตราใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่เป็นธรรมกับนักศึกษาแพทย์ได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ตนเห็นว่า สธ. ควรบังคับใช้อัตราค่าปรับใหม่เฉพาะนักศึกษาแพทย์ใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนในปีการศึกษาหน้า และสธ. ควรประกาศเรื่องเพิ่มค่าปรับใหม่ให้นักเรียนแพทย์ทั่วไปได้ทราบก่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้ที่จะสมัครเป็นโครงการขอใช้ทุนการศึกษา
       
       “ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนักศึกษาแพทย์ที่ใช้ทุนบางคนได้วางแผนการดำเนินการไว้แล้วว่าจะขอทุนรัฐเรียนและเมื่อเรียนจบจะจ่ายเงินชดเชยค่าปรับ 4 แสนบาททันที เพื่อไม่ต้องใช้ทุน แต่หากสธ. ประกาศขึ้นค่าปรับวงเงินเป็นหลักล้านขึ้นกะทันหันในระหว่างที่ยังเรียนอยู่ อาจทำให้นักศึกษาแพทย์เหล่านั้นต้องทำงานใช้ทุนในชนบท เพราะไม่มีเงินมากพอที่จ่ายค่าปรับ ซึ่งทำให้เขาเหล่านั้นเกิดความรู้สึกเหมือนติดกับมากกว่าการเต็มใจทำงาน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อระบบ” นายอัมมารกล่าว
       
       นายอัมมาร กล่าวถึงข้อเสนอของนพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ที่ให้เพิ่มเงินเดือนแพทย์แทนการเพิ่มค่าปรับเพื่อป้องกันแพทย์ออกจากระบบไปอยู่ภาคเอกชนว่า ว่า ไม่เห็นด้วย หากจะเพิ่มเงินเดือนให้แพทย์ควรจะเป็นเหตุผลอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า เพราะหากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของนักเรียนแพทย์ที่ขอทุนกับค่าปรับแล้วถือว่ารัฐใจกว้างมาก เพราะนอกจากจะให้เงินกู้เรียนฟรีแล้ว ยังจะต้องให้เงินเดือนที่สูงขึ้น ยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับภาครัฐที่ต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของนักศึกษาแพทย์ขอทุนเพิ่มขึ้นอีก
       
       “การที่นพ.สมศักดิ์ ออกมาพูดเช่นนี้ถือเป็นการพูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ไม่ถูกต้อง เพราะแพทยสภา มีกรรมการ รวมถึงตัวนายกแพทยสภา ก็มาจากโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากปัญหาโรงพยาบาลรัฐขาดแคลนแพทย์ และเมื่อโรงพยาบาลเอกชนมีแพทย์เยอะสามารถเพิ่มศักยภาพให้บริการทั้งผู้ป่วยในประเทศและผู้ป่วยต่างชาติ ที่สามารถเรียกเก็บค่าบริการในราคาสูง ถือเป็นโอกาสในการแสวงหากำไรมหาศาล โดยที่โรงพยาบาลเอกชนไม่ต้องลงทุนผลิตบุคลาการแพทย์เอง แต่ใช้วิธีซื้อตัวแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐแทน”
       
       ขณะที่ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ควรจะทำทั้งระบบ และทำทั้งในด้านบวก คือมาตรการเพิ่มค่าตอบแทน เพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้ภาครัฐ โดยอัตราที่เหมาะสมคือ ไม่ควรน้อยกว่าแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน มากกว่า ร้อยละ 40 คือประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน โดยปัจจุบันแทพย์จบใหม่ทำงานใช้ทุนจะมีรายได้ คนละประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน ขณะที่แพทย์จบใหม่ในโรงพยาบาลเอกชนจะมีรายได้ คนละประมาณ 80,000-100,000 บาทต่อเดือน สำหรับส่วนต่างอีก ร้อยละ 40 สามารถชดเชยด้วยสวัสดิการต่างๆ ที่ภาครัฐจัดให้ เช่น บ้านพักฟรี ค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาลตนเองและครอบครัว และที่สำคับคือเกียรติยศ ความภาคภูมิใจ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถชดเชยความรู้สึกได้
       
       นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการในด้านลบคือ เพิ่มค่าปรับสำหรับแพทย์ที่ไม่ต้องการใช้ทุนครบ 3 ปี ซึ่งวิธีนี้จะช่วยถ่วงจิตใจให้แพทย์จบใหม่ใช้ทุนครบ 3 ปีได้มากขึ้น ส่วนอัตราค่าปรับที่เพิ่มขึ้นควรจะมากกว่างบประมาณที่รัฐลงทุนในการผลิตแพทย์ต่อคน เพราะยังมีโครงการลงทุนต่างๆ ที่ไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเลขที่รัฐลงทุนได้อีกจำนวนมาก ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ควรจะนำมาคำนวณด้วย และจะต้องคิดอัตราค่าปรับแยกเป็น 2 ระดับ คือแพทย์จบใหม่ เสนอให้เพิ่มค่าปรับเป็น 2 เท่าของงบประมาณผลิตแพทย์ลงทุน คือประมาณ 3.6-4 ล้านบาทต่อคน และแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศัลยแพทย์ กุมารแพทย์ พยาธิแพทย์ ซึ่งแพทย์กลุ่มนื้ สธ. มีปัญหาขาดแคลนอย่างมาก หากจะเพิ่มค่าปรับควรเพิ่มให้สูงกว่าแพทย์ทั่วไป คือประมาณ 6 ล้านบาทต่อคน
       
       “ส่วนที่แพทยสภาคัดค้านเรื่องนี้ ก็ไม่น่าแปลกเพราะแพทยสภามีผลประโยชน์ทับซ้อนจากเรื่องนี้ กรรมการแพทย์สภาเกือบทั้งหมดก็มาจากตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะเป็นผู้เสียประโยชน์หากรัฐจะเพิ่มค่าปรับอาจทำให้แพทย์ไม่อยากออกระบบมากขึ้นก็ได้ เพราะไม่ต้องการจ่ายค่าปรับราคาแพง แต่หากสธ. ไม่ทำอะไรเลย ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลนได้ เพราะมีโรงพยาบาลเอกชนได้ที่เป็นผู้ได้ประโยชน์ค่อยเอาช้อนตักแพทย์ออกจากระบบไปจำนวนมาก โดยที่ไม่ได้เป็นคนลงทุนผลิตแพทย์เองเลย”ประธานชมรมแพทย์ชนบทกล่าว
       
       นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเพิ่มค่าตอบแทนของแพทย์ รวมถึงบุคลากร สธ. ทำได้ยากเพราะมีฐานะเทียบเท่าข้าราชการทั่วไป หากขึ้นเงินเดือนแพทย์ก็ต้องขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการทุกระดับทั่วประเทศให้เท่าเทียมกันด้วย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าการจัดลำดับความสำคัญของอาชีพแพทย์ให้อยู่เท่าเทียมกับข้าราชการทั่วไปถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะแพทย์เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน และแพทย์มีหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งประเทศจึงควรคิดค่าตอบแทนที่แตกต่าง เหมือนกับระบบของค่าตอบแทนของนิติกรทั่วไป ที่แตกต่างจากค่าตอบแทนของวงอัยการ ผู้พิพากษา ดังนั้นการเพิ่มค่าปรับจึงดูเหมือนเป็นวิธีที่สธ. สามารถทำได้มากกว่า
       
       ด้าน ศ.คลินิก นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การขึ้นค่าปรับแพทย์แทนการใช้ทุนถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเห็นด้วยหากมีการปรับเพิ่มแต่จะขึ้นเท่าไหร่นั้นจะต้องมีเหตุผลที่มีความชัดเจน ซึ่งจะต้องมีการศึกษารายละเอียดก่อน เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างไรก็ตามการขึ้นค่าปรับย่อมส่งผลกระทบต่อแพทย์และระบบการบริการทางการแพทย์อย่างแน่นอนเพียงแต่จะมากหรือน้อยเพียงใดเท่านั้น
       
       “ปัจจุบันอาชีพแพทย์เกิดปัญหาการฟ้องร้องเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้เรียนแพทย์ลดลงขณะเดียวกันแพทย์ก็ยังขาดแคลนอยู่ ประเด็นการพิจารณาขึ้นค่าปรับจึงมีมาก แต่ต้องยอมรับว่า การที่แพทย์ใช้ทุนในต่างจังหวัดเป็นผลดีต่อส่วนรวม แพทย์ได้ทำงานบริการรับใช้ประชาชนเป็นเวลา 3 ปี แต่ถ้าไม่ทำก็เสียค่าปรับ ซึ่งค่าปรับนั้นก็กลับเข้าสู่ระบบนำไปใช้พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเช่นกัน ประกอบกับไม่มีการขึ้นอัตราค่าปรับมานานมากแล้ว จึงมีเหตุเหมาะสมที่อาจทำได้ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด" ศ.คลินิก นพ. ปิยะสกล กล่าว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
คนใส่แว่น วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ผมว่า
ต้อง บังคับ ครับ
ห้าม ลาออก ห้ามชดใช้
ใคร ไม่อยากเรียน ก็ ไม่บังคับ ครับ
อาจจะ ทำสัญยาว่า
ต้อง ทำงาน 5 ปี
ใคร ลาออก ยึด ใบรับรองแพทย์ ครับ
ส่วน เรื่องรายได้ อาจจะต้องเพิ่มครับ
ความคิดเห็นที่ 1
หางหนอน วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 09.43 น.
http://www.oknation.net/blog/hangnon

คุณรู้ไหม..ทำไมแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐขาดแคลน
ทั้งที่มีแพทย์ขอทุนรัฐเข้าเรียนและจบ...ปีหนึ่งเป็น ร้อยๆคน
คุณรู้ไหมรัฐบาลต้องจ่ายเงินสำหรับ นร.แพทย์ต่อหัวปีละกี่ล้าน
ต้องบังคับเกี่ยวกับเรื่องการขอรับทุน..ครับ
นร.แพทย์ที่ต้องการรับทุนขอลรัฐบาล
ตามความเห็นของผมต้องใช้ทุนให้ครบไม่มีข้อแม้
ถ้าคิดว่าไม่ขอรับทุน..ต้องใช้ทุนตนเอง ต้องแสดงความต้องการชัดเจน
หมอที่ขาดอุดมการณ์มีมากเกินไปแล้วในปัจจุบัน
มันเป็นการแย่งเก้าอี้ของคนที่อยากเป็นแพทย์
ด้วยใจ..ด้วยความฝัน..และอุดมการณ์อันแท้จริง
พิราบขาว..เพลงที่นร.แพทย์ร่วมร้อง พอจบการศึกษา
พิราบขาว..ก้อหายไป
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31