พิมพ์หน้านี้
|
มาต่อกันกับเกร็ดข้อที่ 3 กันนะครับน้องๆ น้องๆที่เคยอ่าน blog ของพี่มาแล้วก็คงจะทราบว่า พี่เนี่ยเป็นคนที่เรียนให้แค่ผ่านเสมอมา ไม่ได้เป็นคนที่มุ่งหวังอยากจะฟาดฟันให้ได้แต่ที่หนึ่งอะไรประมาณนั้น เอาแค่ชนะก็พอ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ ชนะที่ว่าหมายถึงว่าชนะตัวเอง หรือว่าอาจจะเป็นผลรวมออกมาแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค รับได้ ไม่ตกอะไรประมาณนั้น มาพูดถึงข้อสอบของพี่เลยดีกว่า ทันทีที่กำลังจะสิ้นสุดของ part ที่ 6 คือใกล้จะหมดเวลาแล้ว เหลือเวลาประมาณ 4 นาที พี่ก็เลยตรวจเชคอีกทีทั้งหมดว่าทำครบมั๊ยเหมือนที่ปุถุชนทั่วไปเค้าทำกัน พี่ก็ยังเหลืออีกประมาณ 10 กว่าข้อ 10 ข้อที่ว่านี้อยู่ใน part ของข้อสอบวิเคราะห์ทั้งหมด ก็คือมี 10 ข้อ จาก 25 ข้อใน part เดียวกันที่ต้องเดา!!! ข้อสอบวิเคราะห์คืออะไร เช่น รูปที่ 1 เป็นแบบนี้ 2 เป็นแบบนี้ รูปต่อไปจะเป็นอะไร ? น้องๆบางคนอาจจะบอกว่าง่าย แต่ว่าถ้าได้มาทำในเวลาที่บีบมากๆแล้วรับรองได้เลยว่า หัวแทบระเบิด!!! และยิ่งไปกว่านั้น รูปเนี่ยใกล้เคียงกันมากๆ เรียกว่าดูกันเกือบจะตาถั่วได้เลยกว่าจะรู้ได้ว่ารูปต่อไปคืออะไร บริษัทที่พี่ไปสอบเนี่ย สอบตั้งแต่ 8.30-12.00 นั่งมาเกือบจะ 4 ชม. แล้ว จริงมั๊ย ขี้เกียจคิดมันแล้วเดาเลยดีกว่า เดาเพราะอะไร เหตุผลข้อแรกก็คือ เครียดจะตาย 5 อยู่แล้ว จะให้มาบีบและกดดันตัวเอง มานั่งบีบประสาทตัวเองให้ประสาทเสียทำไม กะอีแค่ 10 ข้อภายใน 4 นาทีทำไมวะ??? เหตุผลอีกข้อก็คือ ดูจากผลรวมแล้วยังไงยังงั๊ยก็น่าจะเกิน 75-80% แน่ๆ ผ่านอยู่แล้วจะไปสนใจทำไมวะก็ไอ้จิ๊บๆจ๊อยๆแค่ 10 ข้อเนี่ย??? หลังจากประมวลผลจากความคิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการฝนดินสอบมั่วทันที เล่นเป็นลายเลย ก็เป็นการคลายเครียดไปอีกแบบ อารมณ์จะได้ดีก่อนกลับบ้าน ไหนจะต้องไปทนแออัดยัดเยียดกับคนอื่นๆกันบนรถระหว่างทางกลับบ้านอีก ผลสอบออกมาหน้าม้า หน้าหมาไปเลยครับ สอบตก!!! ใจหายเลย ทำไมตกวะเนี่ย? ก็ดูผลรวมๆก่อนส่งแล้วน่าจะผ่านนี่นา เดชะบุญ!!! ฟังดีๆทางนี้ ไปแอบถามมาว่าตกเพราะอะไร เค้าบอกมาตก 2 parts อ๋อกันยังน้องๆ ทันทีที่คำว่า parts ยังสิ้นสุดลมหายใจพี่ก็อ๋อทันที แล้วผุดคิดในใจทันทีว่า จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว!!! รู้ทันทีเลยว่าตกเพราะอะไร คือว่า พี่เนี่ยคิดคะแนนให้ตัวเองแบบภาพรวม แต่เกณฑ์การคิดคะแนนของเค้าคิดแบบภาพย่อย คำตอบก็คือ 6 parts คะแนนของคุณต้องผ่านทุกๆ part นั่นเอง!!! เท่าที่พี่เดานะ ควรจะทำได้ 18 ข้อขึ้นไปจาก 25 ข้อ ของแต่ละ part จ๋อยไปเลย ไม่จ๋อยธรรมดา หน้าหมูด้วย! วลีที่พี่ได้สบถในใจที่บอกว่า จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว!!! จะอธิบายให้ฟังว่ามันบ้ายังไง ??? บ้าแรกก็คือ คิดกันเล่นๆ 25 ข้อ 6 parts ข้อละ 1 คะแนน ต้องทำได้ 18 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละ part ทำคะแนนเต็มจะได้ 150 คะแนน แต่ถ้าน้องทำผิดไป 8 ข้อ น้องจะได้คะแนน 142/150 คะแนนดูหรูหราไฮโซมั๊ย แต่ถ้าน้องผิด 8 ข้อใน part เดียวกันหละ แทนที่จะได้เป็นอัจฉริยะค้างคืน ข้ามคืน ผลสุดท้ายน้องก็เป็นแค่ไอ้ลูกควายตัวน้อยๆตัวนึง ที่งงๆว่า กูตกเพราะอะไรวะเนี่ย ทั้งๆที่คะแนนกูก็ไม่น้อยเลยนะ??? บ้าที่สองก็คือ จะเป็นไปได้ยังไงที่คนเรามันจะเก่งทั้งหมด 6 parts เลย??? ยกตัวอย่างง่ายๆ เอาหมอมานั่งแบกปูน หิน ดิน ทราย แล้วดูว่าท่าทางมันทะมัดทะแมงมั๊ย คล่องแคล่วมั๊ย หรือว่าวันนั้นหมอป่วย พยาบาลลงไปเรียกกรรมกรที่แบกปูนอยู่ มาช่วยผ่าตัดหน่อยคะ ผู้ป่วยเสียเลือดมากกำลังจะตายแล้ว ถามกันจริงๆเถอะครับน้องๆว่า ต้องการจะให้พี่อธิบายอะไรมากไปกว่านี้มั๊ย? เกือบลืมบอกไปว่า 2 parts ที่พี่ตกก็คือ แน่นอน part แรกเลยก็คือ วิเคราะห์ ก็เล่นระบายสีเดาไปเลย 10 กว่าข้อ มันจะไม่ตกได้ยังไงกัน ส่วนอีก part นึงก็คือ จิตวิทยา ซึ่งโดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่ผ่านกัน แต่พี่ดันทะลึ่งตก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในเกร็ดข้อที่ 4 นะครับน้องๆ :p อย่างน้อยๆก็ภูมิใจละวะว่า part วิชาการผ่านหมด 555 ถึงแม้จะเป็นคนโรคจิตก็ตาม
Damian happynewdear@hotmail.com |