พิมพ์หน้านี้
|
ขอโทษกันอีกทีที่ห่างหายกันไปนานพอสมควรเลยทีเดียวเชียว ไม่อยากจะเสียเวลาแล้ว มาเล่าเกร็ดข้อที่ 4 กันเลยดีกว่า เท้าความกันเล็กน้อยจากตอนที่แล้ว อย่างที่พี่ได้เล่าไปก็คือ พี่เนี่ยทำข้อสอบข้อเขียนในการสมัครงานตกอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกที่ตกคือ การวิเคราะห์ ส่วนที่สองที่ตกก็คือ จิตวิทยา ฟังดูหมูมากๆแต่ความน่ากลัวมันมีมากกว่านั้นถ้าน้องๆบางคนเป็นแบบพี่คือเป็นคนที่คิดมากเกินไปนั่นเอง ประกอบกับการไม่เล่นตามกติกาขององค์กรณ์อีกด้วย!!! เกร็ดข้อที่ 4 ก็คือ การตอบข้อสอบจิตวิทยาหรือที่อาจจะเรียกให้เก๋ว่า ข้อสอบวัดบุคลิกภาพ ข้อให้น้องๆอย่าตอบอะไรที่มันตรงจนเกินไป เรียกง่ายๆว่าตอบแบบเสแสร้ง ประจบยกยอ สอพลอนั่นเอง พึงระลึกไว้เสมอว่าเราอยู่บนสังคมไทย!!! ข้อสอบที่พี่ไปเจอมานั้น ทันทีที่เปิดหน้าแรก ตั้งใจฟังนะคับน้องๆ ข้อสอบเขียนว่า ขอให้ผู้สอบทุกท่าน ตอบคำถามทุกข้อตามความเป็นจริง และให้เซ็นชื่อกำกับถึง 2 ครั้งว่า ข้าพเจ้าขอรับรองทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าตอบเป็นความจริงทุกประการ พร้อมกับมีเสียงตะโกนของพนักงานที่คุมสอบมาว่า ข้อสอบนี้ขอให้ตอบทุกอย่างที่เป็นตัวท่าน ไม่ต้องกังวลเพราะว่าเราไม่นำไปคิดคะแนน!!! สุดท้ายมันคิด ตรงนี้แหละที่พี่บอกว่า มันไม่ยอมเล่นเกมตามกติกา จากการที่พี่จบ Human Resource มาตอนที่พี่เรียนมหาวิทยาลัย ตำแหน่งหน้าที่การงานในสายงานนี้ ถึงแม้ว่าบางบริษัทไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่พี่ว่ามันเปรียบเสมือนพระเจ้าเลยนะ ลองคิดดูถ้าน้องได้เป็น HR หรือว่าฝ่าย Recruitment ของบริษัทใหญ่ จะมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่เดินเรียงคิวมาฝากลูกๆเข้าทำงานกันแน่นอน และอีกอย่าง ไม่ว่าจะตำแหน่งสูงเสียดฟ้าขนาดไหน แต่เวลามาสมัครงานยังไงก็ต้องผ่านมือน้องๆ พูดง่ายๆก็คือ น้องเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจว่าจะเอามันเข้าทำงานมั๊ยนั่นเอง เป็นยังไงพระเจ้ามั๊ยหละ นี่ยังไม่รวมค่าแป๊ะเจี๊ยะ หรือว่าของขวัญต่างๆนาๆที่เค้ามาคอยเตรียมจัดหาให้อีกโดยที่เราไม่ได้ไปเรียกร้อง และยังโชคดีสำหรับน้องๆที่ play boy อีกต่างหาก เพราะว่าน้องๆจะมีข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ของทุกคนอยู่ในฐานข้อมูล ขึ้นอยู่กับฝีมือน้องเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปพยายามอะไรเลย นี่กูชี้ช่องทางให้อสูรลูกใหม่ป่าววะเนี่ย 555 เท้าความ HR ซะนานเลย การที่พี่เรียน HR นั้น ทำให้พี่รู้ว่าหลักในการตอบสัมภาษณ์ การทำข้อสอบต่างๆที่เกี่ยวกับการสมัครงานนั้น มันมีหลากหลายรูปแบบซะเหลือเกินที่จะทำยังไงถึงจะตอบคำถามให้ถูกใจของฝ่าย Recruitment ของบริษัทนั้นๆ ข้อสอบที่เจอมาก็คือ (ออกโดยอาจารย์ของสถาบันที่คนชอบคิดว่าเป็นที่ 1 ของเมืองไทย คนที่เรียนมหาลัยนี้รีบไปอ้อนถามมาซะว่าหนูควรจะตอบคำถามแบบไหนดีคะถึงจะผ่าน) ให้เลือกตามความสำคัญจาก 1 (สำคัญที่สุด, ตรงกับคุณมากที่สุด) ไป 4 (สำคัญน้อยที่สุด, ไกลกับตัวคุณมากที่สุด) ..( 3 ) ฉันเป็นคนที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนทำให้ลืมเวลาทานข้าวกลางวัน ( 2 ) ฉันเป็นคนที่เดินสายกลาง งานที่ฉันทำเสร็จบ้าง ไม่เสร็จบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ( 1 ) ฉันเป็นคนที่ชอบทำงานแนวคิดใหม่ เพราะเชื่อว่าการทำอะไรตามแบบแผนจนเกินไป ทำให้งานออกมาล่าช้า ( 4 ) ฉันเป็นคนที่ยินดีที่จะทำงานกับคนขี้บ่น จู้จี้จุกจิกได้ทั้งวัน ..ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างข้อสอบ และตัวเลขในวงเล็บก็คือ สิ่งที่พี่เลือกตามตัวพี่จริงๆ ทำทั้งหมดโดยประมาณ 100 ข้อ ผลสอบออกมาพี่ตก งงไปเลย สงสัยจะตอบที่มันเป็นตัวเองมากเกินไป สมัยนี้เค้าชอบคนประจบ เสแสร้ง อยากฟังแต่คำตอบที่ดีๆ จะให้พี่ตอบ พี่ก็ทำได้ เรื่องเสแสร้งเนี่ยทำได้ทุกคน แต่พี่เลือกที่จะไม่ทำในข้อสอบชุดนี้เพราะอะไรรู้มั๊ย แล้วมึงจาห้ายกูเซ็นชื่อตั้ง 2 ครั้งว่าทุกอย่างข้าพเจ้าขอรับรองว่าเปนฟามจิงทุกประการทามมายวะ!!! Damian happynewdear@hotmail.com |