พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้เห็นโพลของแต่ละสำนักที่บ่งชี้ว่า พรรคพลังประชาชน มาวิน!!!! โดยโกยคะแนนจากการเลือกตั้งได้แบบเต็งหนึ่ง!!! เรียกได้ว่า คะแนนอยู่ในระดับคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้สูงถึง 190-230 เก้าอี้เลยทีเดียว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เจ้าของ สำนักแม่ธรณีบีบมวยผม นั้น คะแนนยังทิ้งห่างอีกช่วงตัว และยิ่งได้เห็นโพลของสันติบาลที่บอกว่า พลังประชาชนจะได้คะแนนสูงถึง 219 เสียงแล้ว ก็ยิ่งทำให้ต้องร้องเสียงหลงกันมากขึ้น ผลโพลที่ออกมานี้ แม้จะดีในแง่ได้รู้ลาดเลาก่อนวันเลือกตั้งจริง แต่ก็ทำเอาคนดูการเมือง ก็รู้สึกหนาว!!!! เรียกได้ว่า หนาวตั้งแต่ขนหัวจนถึงกระดูกเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นลีลาของหัวหน้าพรรคปลาไหล บรรหาร ศิลปอาชา แล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเฮียแกเล่นบท ปลิ้นปล้อนกะล่อน ไปวัน ๆ ว่า จะขอจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนบ้างล่ะ คิดถึงน้องทักษิณบ้างล่ะ โอย!!!! นี่มันเป็นฝันร้ายของประชาชนแท้ ๆ ไอ้ที่กลัวนี่ ไม่ใช่ว่ากลัวว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาลหรอก แต่เป็นเพราะกลัวว่า สมัคร สุนทรเวช นอมินี ทักษิณ ชินวัตร จะได้เป็นนายกฯ มากกว่า ก็อย่างที่ทราบกันว่า น้าหมัก น่ะ แม้แกจะรักแมวยิ่งกว่าลูกในไส้ แต่แกก็เกลียด นักข่าว ยิ่งกว่าขี้เสียอีก สังเกตได้จากที่แกโชว์วิศัยทัศน์ในการเป็นนายกฯ ตอนที่ถูกนักข่าวประจำพรรคพลังประชาชนซักไซ้ไล่เลียงเอาความจริงตอนที่มีกระแสข่าวว่า เจ๊หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ ยี้ห้อย-เนวิน ชิดชอบ เข้ามาแทรกแซงในการจัดโผผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน ก่อนวันรับสมัคร คราวนั้นเฮียแกก็ส่อสกุลรุนชาติของชนชั้นต่ำ (ทั้ง ๆ ที่มีพ่อและปู่เป็นพระยา) โดยย้อนถามนักข่าวชายหนังสือพิมพ์สยามรัฐที่ถามจี้ใจจำว่า เมื่อคืนคุณเสพเมถุนมาหรือเปล่า??? ถ้อยคำ ๆ นั้นทำให้ความ ถ่-อ-ย ที่มีอยู่ในตัวเขาเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้นักข่าวหลายสำนักและหลายสนามข่าวก็ถูกคำพูดที่ไร้กระดูก-ไร้ความรับผิดชอบ โหมกระหน่ำทิ่มแทงการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง และ ฉัน ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยวันที่เกิดเหตุ น้าหมัก ได้มาเยือนสนามข่าวที่ฉันรับผิดชอบ แล้ววันนั้นฉันก็ทำหน้าที่ในฐานะผู้สื่อข่าวตามปกติ และก่อนที่ฉันจะโยนคำถามไปนั้น เพื่อนนักข่าวแต่ละสำนักก็ถามเรื่องการเมืองหลายเรื่อง อาทิ สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมหว่านเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทปูทางให้กลับมาหลังเลือกตั้ง เรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องการเมืองทั้งนั้น โดยวันนั้นก็มีข่าวว่า ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หนี เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ไปตั้งพรรคมัชฌิมา ฉันจึงโยนคำถามไปว่า ผู้สื่อข่าว:ขณะนี้พรรคประชาราชดูเค้าว่าจะแตก เพราะคุณประชัย ได้แยกออกไปตั้งพรรคใหม่ แล้วคุณสมัครมีแนวทางที่จะรับคุณเสนาะมาร่วมพรรคหรือไม่ สมัคร: อู้ย.........คำถามอย่างนี้อย่าถามดีกว่า ไม่น่าจะถามคำถามอย่างนี้เลย ไม่รู้จะถามไปทำไม แล้วคุณรู้จักคุณเสนาะไหม ผู้สื่อข่าวตอบว่า รู้จักค่ะ สมัคร: แล้วคุณรู้จักนายสมัครไหม ผู้สื่อข่าวตอบว่า รู้จักค่ะ สมัคร: ถ้ารู้จักก็คงจะไม่ถามคำถามแบบนี้ ผู้สื่อข่าวถาม:หมายความว่าจะไม่ต้อนรับคุณเสนาะใช่หรือไม่ สมัคร:คุณพูดเองนะ ถามทำไมเรื่องแบบนี้ ถามให้มันเสียเวลา ปัดโธ่!!! เขาเป็นพรรคการเมืองเขาคิดอะไรเขาคิดกันดังๆ แล้วคุณมานั่งย้อนถาม ตั้งคำถามเอง ใครสอนมาแบบนี้??? ใครสอนมาแบบนี้ฮะ??? พูดเองทั้งนั้น อ้าวผมไม่ตอบคำถามเมื่อกี้แล้วกัน คำถามเมื่อกี้เชย อ้าว!!! ถามใหม่ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ตอนนั้นฉันเริ่มรู้สึกว่า ตัวเอง หน้าชา เพราะถูกด่าต่อหน้าสาธารณะ จึงเก็บปากไว้เผื่อตั้งคำถามต่อไป แต่ในใจก็ฮึ่ม ๆ ว่า เฮ้ย!!!! ทำไมไม่มีใครช่วยกรูเลยฟะ จากนั้นเพื่อนนักข่าวรายอื่นก็ถามเรื่องการเมืองถึงกรณีพรรคพลังประชาชนถูกรังแกไม่ให้เผยแพร่โฆษณาความสุข เป็นต้น ทว่า น้าหมัก ก็ยังกราดเกรี้ยวอยู่ ขนาด พี่นักข่าวจากทีไอทีวี ก็ยังโดนหางมรสุมจากสมัครด้วย ทั้งที่เพียงตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งคราวนี้คาดว่าจะได้รับเสียงมากน้อยแค่ไหน แต่สมัครก็ตอบกลับมาว่า ตอนนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้งเลย ถามทำไม ๆๆๆ ยังไม่ได้สมัครรับเลือกตั้งเลย ก็ถามข้ามชอร์ตแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผมก็บ่นแค่ว่าทำไมแต่ละพรรคประกาศว่าไม่เอาพลังประชาชน แต่พรรคพลังประชาชนไม่พูดอะไรเลย ทำไมผมถึงมีจิตใจดีกับคนพวกนั้น ทำไมไปดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่นคำก็ด่านายกฯ ทักษิณ สองคำก็ด่านายกทักษิณ พอผมพูดถึงนายกฯ ทักษิณก็กลายเป็นนอมินีไป กล่าวหาเขาด้วยการทำปฏิวัติว่าเขาไม่จงรักภักดีกับพระเจ้าแผ่นดินว่าเขาทุจริตฉ้อราชบังหลวงว่าเขาว่าไปแทรกแซงองค์กร แล้ว 1 ปีไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้เลย ผมถึงบอกไงว่ามันเสียเปล่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไปกล่าวหาเขา จะเอาเขาให้ตาย นี่ก็ยังดีนะที่รักษาคำพูดกันว่าสิ้นปีจะมีการเลือกตั้ง เลือกตั้งก็ต้องแสดงความคิดเห็น แล้วจะเป็นยังไง พรรคการเมืองหลายพรรคพูดจาว่าร้ายคุณทักษิณ ไปว่าเขาได้ยังไง ในเมื่อศาลยังไม่ได้ตัดสินสักคดีเดียว คดีไปจ่ออยู่หน้าประตูศาล อยู่แค่หน้าประตูศาลแค่นั้นเอง แล้วทุกอย่างพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเรื่องไม่จงรักภักดี พิสูจน์อะไรไม่ได้เลย ไปว่าเขาเสียๆหายๆ ระหว่างนั้นนักข่าวที่ยืนสัมภาษณ์ก็ต่างหัวเราะร่วน แต่ฉัน ไม่ เพราะจากการถูกตอกหน้าจนหงายมันทำให้ฉันซุ่มเงียบรอจังหวะดีๆ อยู่ และระหว่างที่เขาพูดถึงเรื่องความไม่เป็นธรรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรประสบจนถูกปฏิวัติอยู่นั้น ฉันก็นิ่งฟังจนตัดสินใจโยนคำถาม"แบบฮาราคีรี"และเป็นคำถาม"วงแตก"ไปว่า ผู้สื่อข่าว:ที่คุณสมัครบอกว่ากระบวนการการตรวจสอบการทุจริตยังไม่คืบหน้า แต่ตอนนี้คตส.ก็ตรวจสอบพบว่าคุณทักษิณมีส่วนร่วม สมัคร: เออ..อย่างนั้นเหรอ อ๋อ อย่างนั้นเหรอ แล้วคุณรู้ได้ยังไง มันเป็นการกล่าวหาข้างเดียวคุณรู้จักเปล่า รู้จักไหมว่ากล่าวหาข้างเดียว (น้ำเสียงเครียดจัด) พูดจาใส่ร้ายใส่ความเขาข้างเดียว เขาได้พิสูจน์แล้วยัง ขึ้นไปถึงศาลแล้วยัง คดีขึ้นศาลแล้วยัง ศาลวินิจฉัยสักคดีแล้วยัง ทุกคดีที่ว่าน่ะศาลตัดสินแล้วยัง ผู้สื่อข่าว: แต่เอกสารระบุชัดเจนว่าคุณทักษิณเป็นคนโอนเงินทำธุรการข้ามชาติจนมีการซื้อขายหุ้นในนามบ.วินมาร์คไม่ใช่เหรอคะ สมัคร:แล้วมันขึ้นศาลแล้วยัง ไปถึงอัยการแล้วยัง ฟ้องแล้วยัง ตัดสินแล้วยัง คุณเป็นตัวแทนใครถึงต้องพูดจาให้ร้ายเขาแบบนั้น ผมจะบอกให้ฟังว่าคดีความที่ คตส.ทำทุกอัน เขาพูดข้างเดียวทั้งนั้น ย้ำเลยว่า ใส่ความเขาข้างเดียวทั้งนั้น คดียังไม่ถึงศาล ถึงหน้าประตูศาลเท่านั้นเอง เขาบอกว่ามาไม่ได้ บรรยากาศยังมาไม่ได้ เลือกตั้งก่อนถึงจะมา แค่นั้นเอง คุณไป.....โอ้โห...ส่งผู้ร้ายข้ามดงข้ามแดน เอากันใหญ่ ถามซิศาลตัดสินคดีนายยกทักษิณไปสักคดีหรือยัง ห๊า...ศาลยังไม่ได้พิจารณาเลย อยู่หน้าประตูศาลเท่านั้นเอง เขาไม่ได้มาพบศาลตามนัดก็ทำข่าวกันเอิกเหริก ห๊า....คุณน่ะเป็นตัวแทนดีนะที่ถามอย่างเมื่อกี้ ถามสิว่าเขาทำผิดแล้ว เหรอ กล่าวหาข้างเดียวทั้งนั้น ผมก็ยังโดนกล่าวหาข้างเดียว ไอ้รถดับเพลิงน่ะเป็นยังไง สอบไปสอบมาเป็นยังไง อ้าว....ไอ้ขยะมันอยู่ดีดี พอผมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเท่านั้นแหละกลับมาสอบเรื่องขยะ ไอ้คนที่มาสอบมันต้องอายคอยดูก็แล้วกัน นี่ถ้าอยากจะเป็นนักข่าวนะอย่าเอาความรู้สึกไปใส่ แล้วอย่าถามอะไรที่จะแสดงความโง่ให้คนอื่นเขาเห็น คดีความมันกล่าวหากันข้างเดียว ยังไม่ได้ตัดสิน เฮ้อ..จักไหมอย่างนี้ อ้าว..... ฉบับไหนเอาไปลงให้ดีนะ ผู้สื่อข่าว: จาก....ค่ะ(ชื่อหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง) สมัคร:เออ...จะไปบอกไอ้......(ชื่อเจ้าของสำนักพิมพ์)ให้อบรมลูกน้องหน่อย ปะโธ่!!!! @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ จากสถานการณ์ในวันนั้นมันก็ทำให้ฉันเก็บความแค้นอยู่ในอก เพราะจากที่อยู่ในสนามข่าวมาแล้วกว่า 4 ปีจะเข้าปีที่ 5 ยังไม่เคยถูกแหล่งข่าวด่าระหว่างการทำหน้าที่ขนาดนี้มาก่อน และนับวันนั้นฉันก็ได้รับกำลังใจจากเพื่อนนักข่าวอยู่เนือง ๆ ว่า ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว มันต้องอย่างนี้แหละน้อง ซึ่งนั่นก็พอจะทำให้ใจฮึกเหิมขึ้นมาบ้าง แต่ก็คิดอยู่ในใจว่า อ้าวแล้วทำไมพวกพี่ไม่ทำง่ะ ซึ่งขณะนี้ก็ไม่มีคำตอบปลายสายลมว่า เหตุใดเขาถึงได้เกรี้ยวกราดกับฉันมากขนาดนั้น ทั้งที่คำถามแรกก็ไม่น่าจะจี้ใจดำ แต่คำถามที่ 2 นั้นฉันตั้งใจจะกวนตี-นไปงั้นแหละ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาฉันก็เฝ้าเพียรถามนักข่าวรุ่นพี่หลายคนถึงพฤติกรรมของเขา ซึ่งนักข่าวรุ่นเก่า-รุ่นเก๋าหลายคนก็สะท้อนว่า เขาเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นรมว.มหาดไทยในยุค 6 ตุลาฯ 19 หรือแม้กระทั่งเป็นรองนายกฯ เขาก็ฉะกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำ เมื่อเห็นโพลเดินมาตามแนวนี้ โดยที่ขั้วการเมืองฝ่ายอดีตพรรคฝ่ายไม่แน่น ซึ่งพรรคปลาไหลแปรพักตร์ ประจวบกับประชาชนเทใจให้ นอมินีแม้ว แล้วไซร้ งานนี้มองได้เลยว่า พลังประชาชน ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่!!!! และนักข่าวก็เตรียมตัวเสพเมถุนก่อนไป ทำเนียบรัฐบาล อันเป็นสถานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีได้แล้ว ถ้าใครไม่มีแฟนก็ต้องรีบหาแฟนมาร่วมเมถุน ก่อนที่จะตั้งคำถามเพื่อเอาคำตอบจากปากคน ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ในคราเป็นนายกรัฐมนตรี
|
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |