พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่เคยไร้เรือนนอน(ไร้แผ่นดินอยู่) กลับมาเยือนถิ่นแผ่นดินเกิดด้วยอาการหน้าชื่นตาบาน หลายคนคงคิดว่า เมืองไทยไม่ควรปล่อยให้มีกระบวนการตัดตอนประชาธิปไตยด้วย การปฏิวัติ โดยหากย้อนเวลาไปได้เราควรปล่อยให้กลไกธรรมชาติทำงานไปตามระบบ จำได้ว่า เหตุหนึ่งที่เป็นเหตุผลมากล่าวอ้าง แต่อาจจะไม่ใช่เหตุผล 4 ข้อของคณะปฏิรูปการปกครอง แต่ก็เข้าใจกันได้ว่า เหตุที่ต้องเลือกวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นวันแห่ง การปฏิวัติรัฐประหาร นั้น เป็นเพราะหวาดเกรงกันว่า ความเสียหายในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2549 อาจนำพามาสู่การนองเลือด!!! เรื่องนี้ถือเป็นเพียงการคาดการณ์ มันอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่ฝ่ายความมั่นคงก็นำ สถานการณ์ ในห้วงยามนั้นมาประกอบกับ ข่าวลือ ที่มีข่าวลอดเล็ดออกมาอยู่ต่อเนื่องว่าจะมีการเตรียมสลายการชุมนุมจากสายเหยี่ยว ส่วนฝ่ายแกนนำพันธมิตรเองก็พร้อมจะแตกหัก เพราะหากมีการปะทะกันเกิดขึ้น ความไม่ชอบธรรมในการดำรงอยู่ของรัฐนาวาภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมไม่มี ทว่าทหารก็ออกมา "หักดิบ" กระบวนการด้วยเข็นรถถังออกมาจากกรม กอง ซึ่งจำได้ว่าห้วงยามนั้น ประชาชนไทยกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะชั้นชนกลาง(บางส่วน) สื่อมวลชน(บางส่วน) ออกอาการ "ปลื้มปิติ" อย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องยอบรับว่า รถถังได้ทลายความอึดอัดที่มีอยู่ในสังคมให้มลายหายไปเพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่ได้คิดว่า หลังรัฐประหารแล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ห้วงนั้นทุกคนเสพสุขนิยมอย่างแท้จริง! จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองปี สังคมไทยจึงได้ตื่นฟื้นจากฝันว่า การฝากความหวังไว้กับรถถังนั้นเป็นการคิดผิด เนื่องเพราะทหารบริหารประเทศชาติไม่ได้ เขาเหล่านั้นคิดเพื่อส่วนรวมในแบบฉบับการบริหารอำนาจเชิงการเมืองไม่เป็น หลังการรัฐประหารข้อสรุปหนึ่งที่พบ คือ ท่ามกลางกระแสที่สังคมถวิลหาอัศวินมาม้าไม้ สังคมไทยไม่ควรปล่อยให้ทหารหยุดพักประชาธิปไตยแบบชั่วคราวด้วยการรัฐประหาร เพราะหากเราปล่อยให้กลไกธรรมชาติการทำงานเสียตั้งแต่ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงไม่ต้องกลับมายิ้มระรื่นราวกับวีรบุรุษเยี่ยงนี้ โดยเราอาจเห็นเขาถูกโค่นล้มด้วยกลไกของประชาชน หรือบางทีเราอาจเห็นประชาชนพ่ายแพ้จากการโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ยังจับมือกันแน่น ไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย จนสร้างความแตกแยกอย่างเช่นปัจจุบัน หรือบางทีอาจเห็นประชาชนอาจจะผละตัวออกจากต่อสู้ชั่วคราว แต่ก็จะกลับมารวมกันใหม่เพื่อทวงคืนความชอบธรรมในการบริหารงานของผู้นำ ถ้าปล่อยให้กลไกธรรมชาติทำงานก็คงไม่ต้องมานั่งคร่ำครวญถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงนั้น ถ้าใจเย็นอีกนิด ทักษิณ คงไม่ได้ยิ้มระรื่นเยี่ยงวีรบุรุษและมีคนแห่แหนไปต้องรับที่สนามบินสุวรรณภูมิมากมายก่ายกองเท่านี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็คงทำได้แค่นั่งถอนหายใจแล้วบอกว่า ไม่น่าใจร้อนเล๊ย... แต่ "อดีต" ก็คือ "อดีต" แต่ทางที่ดีเราควรนำมาเป็นบทเรียนและนำความเจ็บปวดนี้มาสอนให้รู้จักหลาบจำกันต่อไป....
|
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |