• hathai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hathairat_5@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-12
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 8786
  • จำนวนผู้โหวต : 52
  • ส่ง msg :
www.oknation.net/blog/hathai
พกเรื่องยุ่งมาคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hathai
วันพุธ ที่ 9 เมษายน 2551
ตะลอนตามฝันในการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับ “ฟาร์มโชคชัย”
Posted by hathai , ผู้อ่าน : 400 , 11:44:18 น.   | หมวดหมู่ : เด็ดสะระตี่  
พิมพ์หน้านี้


             

ด้วยความที่ชอบอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ “อินเดียแดง” และชอบดูหนังเกี่ยวกับ “คาวบอย”  ฉันจึงตั้งปณิธานไว้ว่า หลังจากเรียนหนังสือจบจะไปทดลองเป็น “คนในงานในฟาร์มวัว” แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง เพราะพอเรียนจบปุ๊บ !!! ฉันก็เลือกทางเดินอีกทาง แล้วพักความฝันที่ว่าจะก้าวเข้าสู่การได้สัมผัสกลิ่นอายของท้องทุ่งในฟาร์มวัวไว้เป็นการชั่วคราว  

ผ่านมาเกือบ 5 ปี ความฝันนั้นยังคงอยู่....ไม่หายไปไหน!!!!

          

และเมื่อไม่นานมานี้ ฉันจึงขอไปสูดกลิ่น “ขี้วัว” ด้วยการเดินเข้าสู่ห้วงฝันที่เคยมาดมั่นไว้ในวัยเรียนแต่แปรเปลี่ยนความตั้งมั่นที่จะสัมผัสชีวิตการเป็น “คนงานฟาร์ม” ด้วยการเป็น “นักท่องเที่ยว” แทน

 ช่วงสายของวันอาทิตย์ปลายเดือนมีนาคม ฉันและเพื่อนขับรถออกจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธินวิภาวดี แล้วเลี้ยวขวาจาก จ.สระบุรี เข้าสู่ถนนมิตรภาพ แล้วหยุดที่ กม.159-160 ที่เป็นประตูทางเข้าจังหวัดนครราชสีมา(โคราช) โดยมีจุดหมาย คือ “ฟาร์มโชคชัย”  

           

                                                                  ซื้อตั๋วก่อน

การมาเดินทางไปครั้ง ฉันและเพื่อนต่างไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฟาร์มโชคชัยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มี คือ อยากไปและอยากเห็นฟาร์ม ดังนั้นทุกอย่างที่ตรงหน้าจึงตื่นตาตื่นใจและไร้การคาดหวัง

พอไปถึงฟาร์มโชคชัย จึงเป็นช่วงเวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดร้อนเปรี้ยงปร้าง  เราจึงตรงดิ่งเข้าไปที่เคาร์เตอร์จำหน่ายตั๋วก็ได้รับข้อมูลว่า การเที่ยวชมฟาร์มนั้นจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงและวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จัดรอบให้เข้าชมหลายรอบ เพราะฟาร์มเปิดตั้งแต่ 09.00-15.00 น. ฉันและเพื่อนจึงซื้อตั๋วสองใบราคาใบละ 250 บาท รอบเวลา 11.40 น.

             

           ทั้งนี้ทราบข้อมูลว่า หากเที่ยวในวันจันทร์-ศุกร์ ฟาร์มจะเปิด 2 รอบ คือ เวลา 10.00 น.และ 14.00 น. และตั๋วผู้ใหญ่จะได้ลดราคาเหลือใบละ 235 บาท และตั๋วเด็กจะเหลือใบละ 115 บาท หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ตั๋วเด็กจะราคา 125 บาท

            

                                             ประตูทางเข้า

เมื่อเราได้ตั๋วเวลา  11.40 น. เท่ากับว่าต้องรอตั้ง 40 นาที ฉันจึงชักชวนกับเพื่อน หาข้าวกลางวันกินก่อนที่จะไม่มีแรงเดิน ซึ่งใกล้ๆ เคาร์เตอร์ซื้อตั๋วจะมีร้านสเต็คอยู่ เราตั้งใจว่าจะเข้าไปลองชิมสเต็คเพื่อให้ได้พิสูจน์ว่า เรามาถึงฟาร์มโชคชัยแล้ว แต่พอมองเข็มนาฬิกาและมองผู้คนที่ค่อนข้างจะล้นหลามต่อการรอชิมสเต็คแล้ว ถ้อยคำที่พูดออกมาพร้อมกันคือ “จะกินเหรอ???” นั่นจึงเป็นส่วนตัดสินใจให้เรา “เซย์บาย” กับการลองชิมสเต็ค

              ร้านสเต็กในช่วงเสาร์-อาทิตย์ค่อนข้างหนาแน่น

ด้วยความที่อากาศร้อนสุดขั้วฉันจึงตรงดิ่งไปยังร้านไอติม “อึ้มม์ มิลค์” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนมในฟาร์มโชคชัยที่นำนมสดมาทำ “ไอศครีม” เป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะกินข้าวเที่ยง และแล้วอาหารมื้อเที่ยง ของวันนั้นจึงเป็นอาหารง่าย ๆ ที่หาได้จากร้านบริเวณหน้าฟาร์มโชคชัย

เมื่อได้อาหารรองท้องเป็นที่เรียบร้อยก็ถึงเวลาที่เปิดโลกของการเป็นคาวเกิร์ลและคาวบอยเสียที เพราะระหว่างที่นั่งกินอาหารกลางวันอยู่นั้น ฉันเห็นสาวประชาสัมพันธ์แต่งชุดคาวเกิร์ลเดินขวักไขว่ไปมาให้เห็นจนแทบจะรนทนไม่ได้ อยากเห็นวัว อยากเห็นม้า เต็มทีแล้ว

 

การเข้าชมฟาร์มปศุสัตว์นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีพิธีรีตรองเสียเลย

    

                                                           ฟังข้อมูลก่อนเข้าชมฟาร์ม

เบื้องแรก....หลังจากผ่านประตูทางเข้าแล้ว ด่านแรกที่เราต้องรู้ไว้เป็นสารณะ คือ การรับฟังการบรรยายรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับฟาร์มเสียก่อน  ซึ่งเดิมทีเดียวฟาร์มโชคชัยในยุคบุกเบิกนั้นมีเนื้อที่ไม่มากนัก แต่ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นพื้นที่ปศุสัตว์ พื้นที่ปลูกหญ้า และโรงงาน (ส่วนตัวไม่ทราบว่าเขาได้พื้นที่มากมายนี้มาได้อย่างไร แต่การได้พื้นที่มากโขขนาดนี้มาไว้เป็นกรรมสิทธิ์ครอบครอบนั้นมันก็น่าสงสัยอยู่......)

                           เดินผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม

พอทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับฟาร์มแล้วเราก็เตรียมตัวทัวร์ แต่ก่อนที่จะเข้าไปภายในฟาร์มก็ต้องมีกระบวนการ “ฆ่าเชื้อ” โดยบริเวณประตูทางเข้าจะมีการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อและให้ผู้เข้าชมทุกคนล้างมือด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็ตรงดิ่งไปรับทราบข้อมูลรถรุ่นบุกเบิกของฟาร์มที่แน่นอนว่า มี “คาวเกิร์ลสาวสวย” เป็นผู้แนะนำให้รู้จัก

                             ชมรถรุ่นบุกเบิกฟาร์มโชคชัยกับคาวเกิร์ล

พอโบกมือบ๊ายบาย ไกด์สาวสวย เราก็ตรงดิ่งขึ้นรถรางที่แน่นอนว่ามี “คาวเกิร์ล” เป็นไกด์สาวสวยพาทัวร์ ซึ่งทริปนั้นมีไกด์ชื่อ “นันธิดา” เป็นหัวหน้าคณะทัวร์ หรือเรียกตามภาษาฟาร์มโชคชัยก็คือ เจ้าหน้าที่นำชมนั่นเอง
ป้ายแรก.....ที่รถรางจอด คือ ที่รีดนมวัว โดยมีแม่วัวทั้งสาวและแก่หันก้นไว้คอยให้รีดนมอยู่กว่า 48 ตัว ซึ่งทุกตัวพร้อมแล้วที่จะกลั่นนมออกจากเต้าให้รีด

งานนี้ไกด์....อธิบายว่า เดิมทีเดียวกระบวนการรีดนมจะใช้แรงงานคน แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการใช้แรงงานคนมาเป็นกระบวนการรีดนมด้วยเครื่องหมดแล้ว เหตุผลเดียว คือ การใช้แรงงานคนช้ากว่าใช้เครื่อง  อีกอย่างการใช้เครื่องรีดนมสามารถป้องกันการของเสียหลุดเข้าไปในถังรองน้ำนมได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าระหว่างที่ถูกรีดนมอยู่นั้นเธอจะไม่ถ่ายของเสียออกมา ดังนั้นการใช้เครื่องรีดจึงปลอดภัยกว่า

            คนงานทดลองรีดนมวัวเพื่อดูว่าแม่วัวพร้อมกับการใช้เครื่องรีดนมหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงใช้แรงงานคนอยู่ คือ การทดลองบีบนมก่อนว่า น้ำนมของวัวตัวเมียพร้อมกับการรีดหรือไม่ ถ้าหากน้ำนมมีสีขาวปนแดงนั่นหมายความว่า แม่วัวไม่พร้อมต่อการรีด เพราะเธออาจจะไม่สบาย ถ้าคนงานทดลองรีดนมใส่ถังน้ำแล้วปรากฎว่า น้ำนมมีสีขาวขุ่นก็หมายความว่า แม่วัวสุขภาพปกติดี สามารถใช้เครื่องรีดนมเธอได้

ปกติแล้วแม่วัวแต่ละตัวจะให้นมวันละ 3 เวลา คือเวลา ตี 4 ,เก้าโมงเช้าและบ่ายสามโมงเย็น และมีพิกัดในการรีดนมได้เฉลี่ย 18 กิโลกรัมต่อวันต่อตัว ซึ่งใกล้ ๆ บริเวณรีดนมวัวนั้น จะมีเครื่องวัดว่า แม่วัวแต่ละตัวให้นมในแต่ละครั้งไปแล้วกี่กิโลกรัม (เหมือนกับการเติมน้ำมัน) เมื่อเครื่องทำงานไปสักระยะและถึงเวลาที่น้ำนมจะถึงพิกัดที่กำหนด คนงานมาจะเดินมาปิดเครื่องรีดนมวัวตัวนั้นและถ้ารีดนมวัวตัวนั้นแล้วเสร็จ ก็ฉีดสเปรย์ที่มีสารละลายของทิงเจอร์ไอโอดีนให้กับแม่วัว ทั้งนี้เพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม (เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแม่วัวก็เป็นมะเร็งเต้านมได้-ความรู้ใหม่)

 

หลังจากชมกระบวนการรีดนมและได้ทดลองรีดนมวัวแล้ว...ฟาร์มโชคชัยก็มีกระบวนการ “ขายของ” ด้วยการให้เราชมขั้นตอนการทำไอศครีมจากนมวัวและให้ลองชิมไอศครีมหลากรสชาติ จากนั้นก็ขึ้นรถรางตรงดิ่งเข้าสู่ “ฟาร์มโชคชัย” 

                                                   รถรางเที่ยวชมฟาร์ม

เมื่อรถรางออกเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของฟาร์มโชคชัย กลิ่นสาปแบบแปลกๆ ก็ลอยปะหน้าอย่างเต็มเต็ง ทำให้ไกด์สาวสวยของเรารีบบรรยายว่า “จากนี้ไปจะเป็นส่วนที่วัวเนื้อและวัวนมอยู่ ซึ่งแต่ละคอกก็จะมีวัวอยู่คอกละ 48 ตัว ดังนั้นจึงขอให้ผู้เยี่ยมชมทุกท่านสูดกลิ่นขี้วัวให้เต็มปอดนะคะ” พลันสิ้นเสียงไกด์คาวเกิร์ล ก็เรียกเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงทำให้การสูดกลิ่นขี้วัวครั้งนั้นไม่ได้เหม็นเท่าใดนัก

               

เธอบรรยายต่อว่า “ฟาร์มโชคชัยมีวัวทั้งหมด 5 พันตัว ซึ่งมีทั้งวัวเนื้อและวัวนม โดยเหตุที่ต้องแบ่งให้แต่ละคอกมีวัวอยู่คอกละ 48 ตัวนั้นก็เป็นเพราะว่า ง่ายต่อการนำวัวไปยังเครื่องรีดนมนั่นเอง” 

                  ดูคนขับรถรางค่อนข้างเคร่งขรึม

พอผ่านพื้นที่ปศุสัตว์แล้วก็เคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่สีเขียวที่มีหญ้าหลากหลายสายพันธุ์  ไกด์สาวบรรยายว่า “ฟาร์มโชคชัยปลูกหญ้าหลายหลายชนิด” แล้วเธอก็หยุดให้ลูกทัวร์ได้ลองทายดูว่า รู้จักหญ้าชนิดไหนบ้าง

          

ลูกทัวร์ที่เป็นกระทานายหนึ่งจึงตอบว่า “หญ้าโรซี่"

ทำให้เธออมยิ้มแล้วอธิบายต่อว่า “ถูกต้องค่ะ ที่นี่ปลูกหญ้าโรซี่ด้วย ความจริงแล้วหญ้าโรซี่มีคุณสมบัติ คือ แก่เร็ว ตายช้า ดังนั้นไปอย่าตั้งชื่อใครว่า โรซี่นะคะ” มุขนี้เรียกเสียงหัวเราะแบบลืมร้อนไปเลยทีเดียว

                                              หนุ่มคาวบอยร่วมทริป

พอรถรางเคลื่อนเข้าสู่ท้องทุ่งหญ้าที่มีสีเขียวอ่อน ๆ  เธอก็อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “บริเวณนี้จะเป็นหญ้าอ่อนๆ ค่ะ ดูได้จากสีเขียวของหญ้าที่ยังสีเขียวอ่อน ๆ ไม่เข้มนัก” ระหว่างนี้เธอก็หยอดอีกมุขหนึ่ง “ลองทายสิคะว่า หญ้าอ่อน ๆ นี้เก็บไว้ให้วัวอายุกี่ขวบ” 

          

แน่นอนมุขนี้ลูกทัวร์หลายรายตะโกนขึ้นพร้อมๆ กันว่า “วัวแก่” พร้อมกับเสียงหัวเราะครึกครื้น

แต่เธอกลับให้ข้อมูลว่า “ความจริงแล้ว หญ้าอ่อนๆ ต้องให้วัวเด็กที่คลอดไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้นสำนวนที่ว่า โคแก่กินหญ้าอ่อนจึงไม่น่าจะเหมาะกับหญ้าอ่อนชนิดนี้นะคะ” 

            

เมื่อพ้นทุ่งเขียวขจีแล้ว.....ก็จะเห็นบ่อหญ้าหมัก(อ่านว่า “บ่อหญ้าหมัก” อย่าแปลความเป็นอื่นนะคะ)   ซึ่งมีรถบดหญ้าและโกดังเก็บหญ้าอยู่เป็นทิวแถว ระหว่างนี้ไกด์สาวคาวเกิร์ลคนเดิมอธิบายว่า “นี่เป็นกระบวนการถนอมอาหารไว้ให้วัวค่ะ ใครอยากได้ซักฟ่อนไหมคะ” หลายคนส่ายหน้าเลิ่กหลั่ก ซึ่งลูกทัวร์ข้าง ๆ ฉันบ่นพึมพำว่า “แหม ๆ จะให้เอาอาหารที่ถนอมแล้วกลับไปกินเหรอจ๊ะ” จึงทำให้ฉันแอบอมยิ้มไม่ได้ 

                                    กิจกรรมขี่ม้าในเมืองคาวบอยจำลอง

ป้ายที่สอง.......ที่รถรางจอดให้เที่ยวชม คือ “เท็กซัส”...เอ๊ยไม่ใช่ เป็นสถานที่จำลองเมืองคาวบอยค่ะ โดยมีคาวบอยออกมาโชว์การขี่ม้า โชว์ควงปืน โชว์การไส้แส้ โชว์การล้มวัวด้วยเชือก  และสุดท้ายโชว์ตีตราวัว (เพื่อให้รู้ว่า วัวอายุกี่ขวบและให้รู้ว่าวัวตัวนั้นมาจากฟาร์มใด ซึ่งการโชว์สุดท้ายนี้ไม่ได้เป็นการโชว์จริง แต่เป็นการใช้เหล็กร้อนๆ ที่มีตราประทับบนวัวไม้อัดแทนวัวจริง)

 

ใครไม่อยากขี่ม้าจริงก็มีกิจกรรมขี่ม้าไม้

ภายหลังการโชว์นั้นลูกทัวร์มีเวลาสำหรับการเที่ยวชมเมืองจำลองประมาณ 20 นาที ดังนั้นใครใคร่ขี่ม้า...ก็ขี่ ใครใคร่อยากละเล่นอย่างอื่นก็มีให้เล่น อาทิ ยิงปืน ปาเป้า ปาลูกดอก ฯลฯ ซึ่งการละเล่นหลายอย่างก็จะเป็นเหมือนงานวัด (ฮา)

               

ส่วนฉันไม่เลือกทำอะไรเลย เพราะแดดร้อนเปรี้ยงปร้างในช่วงเวลาหลังเที่ยง คงไม่ทำให้ฉันอยากขี่ม้ากลางแดดหรอก สิ่งเดียวที่ยั่วยวนน้ำลาย คือ “ไอศครีมนมสด”   ที่ตักคำแรกต้องบอกว่า “อึ๊มม์ มันคลายร้อนได้เหมือนกันชื่อ อึ๊มม์ มิลค์จริงๆๆ” 

                               คาวบอยโชว์การใช้แส้

             กิจกรรมคาวบอยโชว์การล้มวัวด้วยเชือก

โปสการ์ดของคาวบอยมีให้เห็นอยู่มากในเมืองคาวบอยจำลอง

ถัดจากเมืองคาวบอยจำลองเราก็เคลื่อนรถรางเข้าสู่ฟาร์มสุนัข ทว่าก่อนที่ไปถึงฟาร์มสุนัขเราได้เห็นวิธีการต้อนแกะของสุนัขต้อนแกะ (sheep dog) ที่สุนัขต้อนแกะนี้จะตัวเล็กคล้ายสุนัขจิ้งจอก แต่เป็นคนละสายพันธุ์ ซึ่งเขาก็จะมีวิธีการเลี้ยงแกะได้ดีและสามารถต้อนแกะให้กลับเข้ากรงได้อย่างน่าทึ่ง

              

                                                              การโชว์สุนัขต้อนแกะ

 แต่ดูเหมือนว่า “แกะ” จะไม่ค่อยชอบหน้าสุนัขต้อนแกะเอาเสียเลย เพราะถ้าหากแกะตัวใดไม่ฟัง วิธีการเดียวที่ถูกกระทำ คือ “การกัด”   โดยระหว่างกระบวนการต้อนนั้นจะไม่มีแกะตัวใดอยากอยู่ท้าย ๆ แถวเลย เพราะกลัวว่าจะถูกงับเข้าที่สะโพก  ซึ่งจะทำให้มันได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นตัวที่อยู่สุดท้ายจึงมักกระโดดข้ามเพื่อน ๆ เพื่อแย่งกันไม่ขออยู่ท้ายแถว 

พ้นการดูวิธีการต้อนแกะของสุนัขต้อนแกะแล้ว รถรางของเราก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ฟาร์มสุนัข ซึ่งเป็นฟาร์มที่มีสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ โดยบริเวณฟาร์มดังกล่าวจะรับฝึกสุนัขด้วย ดังนั้นสุนัขที่ได้รับการฝึกแล้วจึงสามารถไปทำตามคำสั่งได้อย่างไม่อิดออด และเราก็ได้โชว์สุนัขที่เรียกเสียงฮาได้แบบขำกลิ้ง แบบลืมหิว ลืมร้อน ลืมเหนื่อยไปเลยทีเดียว

               

                         กิจกรรมป้อนอาหารแกะ(แกะชอบกินถั่วฝักยาว)

ใกล้กันนั้นก็มีสวนสัตว์ที่ให้เราได้เที่ยวชมได้เหมือนเขาดิน แต่สวนสัตว์ของฟาร์มโชคชัยจะปล่อยให้สัตว์ได้อยู่แบบธรรมชาติ โดยปล่อยให้กวางเดินส่ายสะโพกประหนึ่งเป็นป่าใหญ่  ปล่อยให้แกะเดินดุ่ม ๆ เสมือนหนึ่งได้เดินกลางทุ่งหญ้า

การทำเช่นนี้ทำให้สัตว์คุ้นชินกับผู้คนจนลืมคิดว่า ตัวเองเป็นสัตว์ป่าไปแล้วกระมัง เพราะพอพวกมันเห็นคน มันก็ตรงดิ่งเข้าหา โดยคิดว่า น่าจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากมัน

แน่นอนใกล้ๆ กันนั้นก็มีอาหารสัตว์ไว้ขายเพื่อให้นักเทียวได้ซื้อเลี้ยงพวกมัน และนี่เป็นกลวิธีที่ฟาร์มโชคชัยให้นักท่องเที่ยวเลี้ยงอาหารมันเป็นการตอบแทนนั่นเอง(ฮา)

 

เวลากว่า 2 ชั่วโมงฉันจึงได้ดื่มด่ำกับ “ความฝันที่เป็นจริง” แม้จะไม่ได้เป็นคนงานในฟาร์มและรู้ว่า  เบื้องหน้าที่ได้พบเห็นนั้นเป็นการแสดงและเป็น set up ขึ้นเพื่อเอาใจนักท่องเทียว แต่ฉันก็มีความสุขกับ “วัว” ที่ฉันเห็นและสัตว์อีกนานาชนิดที่อยู่ในฟาร์มอันเขียวขจี 

                                     ขากลับก็แวะร้านของฝากนิดๆ หน่อย

แม้แดดจะแผดร้อนมากแค่ไหน ทว่าจิตใจของฉันไม่ได้ร้อนรุ่มไปกับเปลวแดด แม้หลังจากตระเวนฟาร์มแล้ว อุณหภูมิในร่างกายจะแปรเปลี่ยนจนไปแทบจะทานทนไหวและทำให้ฉันป่วยไข้ ทว่าฉันก็ป่วยไข้ด้วยความสุขและไม่โทษใคร เพราะต้องโทษตัวเองที่ไปสายทำให้แดดร้อน

 

บทสรุปหลังการได้ “ท่องเที่ยวกึ่งฟาร์มปศุสัตว์” ครั้งนี้จึงได้รับบทเรียนอย่างหนึ่งว่า “อย่านอนตื่นสาย” นั่นเอง(ฮา) เพราะการเที่ยวหน้าร้อนแดดจะแผดเผาเอาจนทำให้เราเสียอรรถรสในการเยี่ยมชมนั่นเอง

 

  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44
พี่ก๊วย วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/peeguay

ต่างจากเมื่อก่อนที่เคยเห็นอย่างหน้ามือกับหลังมือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบนี้ดีกว่าแบบอื่น
ความคิดเห็นที่ 43
joeyman วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

มาแล้วคร้าบบบบ...

http://www.oknation.net/blog/visa/2008/05/13/entry-1/comment#read

คนโง่ปั่นจักรยาน - ตอน ศิลปกรรมย้อนหลัง

ชมภาพวาดพร้อมเกร็ดบรรยายที่จะทำให้คุณเข้าใจภาพวาดของศิลปิน ... รู้จักศิลปินแห่งชาติ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข
ง่ายๆ สบายๆ ไม่เครียดรีบเร่ง ตามสไตล์คนโงปั่นจักรยานครับ
ความคิดเห็นที่ 42
pook วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 02.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 Spooky POOKY!!  หากพบว่ามีสิทธิ์ ก็คิดจะทวงคืน

มอออ......



ความคิดเห็นที่ 41
apooh วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 22.30 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

อยู่ฟารมจนตัวเจ๊เท่าวัวแย้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 40
Kibangkok วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


มาหลายรอบแล้ว ยัง
วนเวียนอยู่ที่โชคชัยอยู่เลย

อับบล็อคได้แล้วจ้าหลานสุดสวย
ความคิดเห็นที่ 39
ต้นฝ้าย วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 17.33 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..

ช่วงนี้งานรัดตัว หรือเกิดอาการเบื่อหรือเปล่าจ๊ะ... ขลุกอยู่ในฟาร์มมาเดือนแล้ว...
ความคิดเห็นที่ 38
aey_yea_yea วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 20.49 น.
http://www.oknation.net/blog/iamaey

umm!milk umm!อร่อย
ความคิดเห็นที่ 37
ฅนผ่านทาง วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

แล้วได้กระตุกนมวัวสักทีสองทีม๊ะ

ความคิดเห็นที่ 36
apooh วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

เห็นพี่ที่บ้านคุณซอส
แต่
ทำไมพี่ไม่เห็นหนูที่งานคะ ??
หลอกกันนี่นา
ความคิดเห็นที่ 35
joeyman วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

เชิญฟังธรรมะจากท่าน ว.วชิรเมธี
ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยคืออะไร...

http://www.oknation.net/blog/visa/2008/05/03/entry-1
ความคิดเห็นที่ 34
หมีปิศาจ วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 20.13 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ดีใจด้วยจ้า ที่ฝันเป็นจริง
แม้จะเป็นในรูปแบบที่แตกต่างออกไปก็ตาม

พี่เคยขับไปครั้งหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ได้สอบถามก่อน
ไปวันหยุด จะพาเด็กๆ ไปดู
แต่พอไปถึง ปรากฏว่า รอบที่มีอยู่ เต็มทุกรอบ
เลยอด และต้องขับกลับบ้านอย่างผิดหวัง
ความคิดเห็นที่ 33
Kibangkok วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 07.58 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อับบล็อคได้แล้วจ้าสุดสวย
ความคิดเห็นที่ 32
เจเจค่ะ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย__ 






ความคิดเห็นที่ 31
mookie วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 16.21 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

เฮ๊ยยยย

ออกมาจากฟาร์มได้แระ....

เค๊าจาปายโยนโบว์กันแล้วเฟร้ยยยย


ความคิดเห็นที่ 30
apooh วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol


อ่ะแฮ่ม ...
มาป่าวคะ
ความคิดเห็นที่ 29
pook วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 Spooky POOKY!!  หากพบว่ามีสิทธิ์ ก็คิดจะทวงคืน

อัพตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยยยยย

ผ่านทีไรก็ได้แต่กินไอติมอยู่ข้างหน้าอ่ะ
ไม่เคยได้เข้าไปเล้ยยย
ที่นี่มีเที่ยวแบบค้างคืนด้วยนี่ ใช่ป่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
Kibangkok วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อยากกินติมจ้า
ความคิดเห็นที่ 27
Kibangkok วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อยากกินติมจังเลย
ติมหน้าฟาร์มอร่อยมากๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 26
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn



ความคิดเห็นที่ 25
เจเจค่ะ วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 19.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย__ 


หรรษาสงกรานต์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
เจเจค่ะ วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 19.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย__ 

แอบไปเยี่ยมเจเจก็มะบอกล่วงหน้าเร้ย



ความคิดเห็นที่ 23
paedophile วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 22
วิตามินบี วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 01.07 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เคยไปมาครั้งนึงร้อนมากๆ
แต่พอเห็นบรรดาสัตว์สารพัดแล้ว
ก็ทำให้คลายร้อนไปได้บ้างค่ะ
โดยเฉพาะการแสดงของบรรดาเหล่า
สัตว์แสนรู้
ไม่รู้ว่าตอนนี้เค้ายังมีการแสดงของ
หมากับลูกวัวอยู่หรือเปล่า
น่ารักมากๆ
ความคิดเห็นที่ 21
Kibangkok วันที่ : 11/04/2008 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


ไอติมที่นี่อาหร่อยมากกกกกขอบอก
สะเต็กไม่ค่อยเท่าไร แต่ไอติมสุดยอดครับ

***********
แวะมาสรงน้ำสงกานต์ครับ
สุขสันต์วันสงกานต์ครับ
ความคิดเห็นที่ 20
khunphai วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

ฟาร์มโชคชัย บรรยากาศดีจังเลย

ละคะ...ไปมาหลายครั้ง

ชอบพนักงานที่แต่งคาวบอยของที่นี้

มันดูแล้ว...เป็นอะไรที่เหมือน

กับได้อารมณ์ในการไปเที่ยว

ฟาร์มดี Thank You Yery Much

นะคะ
ความคิดเห็นที่ 19
hathai วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 18.21 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

พี่ apooh

ความจริงอยากเล่นสาดน้ำสงกรานต์ แต่กลัวเปียก ดังนั้นทางที่ดี นอนดูทีวีอยู่บ้านและอ่านหนังสือดีก่าเนอะ

นานๆ ทีจะได้นอนแบบเต็มอิ่มซะที

@@@
พ่อน็อต

พ่อน็อตเป็นโคแก่ใช่ป่ะ ความจริงในฟาร์มโชคชัยน่ะ โคแก่ต้องกินหญ้าหมักนะคะ กินหญ้าอ่อนไม่ได้

อิอิ

@@@

น้องริน

ลองแวะไปดูสิจ๊ะ แล้วจะชอบ อ้ออย่าไปหน้าร้อนนะ เด๋วไม่สบาย

@@@
เฮียมุกกี้

อะไม่ได้หรอก ต้องทำหน้าที citizen reporter ให้สุดๆๆ เด๋วถ้ากลับมาจะพาไปนะ

จะพาไปกินนมวัว (ฮ่าๆๆ)

@@@
คุณย่าดา