พิมพ์หน้านี้
|
... กล่าวกันว่า แอปเปิลนั้นดีกับสุขภาพ ทว่า... หุ่นแบบแอปเปิ้ล (apple-shaped) หรือหุ่นแบบ "ถังเบียร์" นั้นอันตรายต่อสุขภาพ วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า ผู้หญิงที่อ้วนลงพุงเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตเพิ่มขึ้นมาฝากครับ ... ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กุยลิน ซัง (Dr. Cuiline Zhang) และคณะ แห่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) และวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิงวัยกลางคนและสูงอายุ มากกว่า 44,000 คน ติดตามไป 16 ปี ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่อ้วนลงพุง หรือมีเส้นรอบเอวตั้งแต่ 35 นิ้ว (87.5 เซนติเมตร) ขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อการตายจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตันมากกว่าผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอวน้อยกว่า 28 นิ้ว (70 เซนติเมตร) 2 เท่า หรือ 200% ... เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงไปก็พบว่า ความเสี่ยง (โอกาส) ตายจากโรคมะเร็งของผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอวสูงสุด (อ้วนลงพุง) มากกว่ากลุ่มผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอวต่ำสูง (เอวบางร่างน้อย) 63% อาจารย์ดอกเตอร์ซังกล่าวว่า ไขมันที่พอกในช่องท้อง (ทำให้อ้วนลงพุง) ไม่เหมือนไขมันใต้ผิวหนังที่อื่น เนื่องจากไขมันเหล่านี้ไม่ได้อยู่เฉยๆ ... ถ้าเปรียบไขมันใต้ผิวหนังที่อื่นเป็นถ่านไฟเก่าที่มีอันตรายน้อยหน่อย ไขมันในช่องท้องที่ทำให้อ้วนลงพุงจะเปรียบเป็นถ่านไฟประเภท "คุกรุ่น" ไขมันในช่องท้องที่ทำให้อ้วนลงพุงมีส่วนส่งเสริมการอักเสบเรื้อรัง (inflammation) ทั่วร่างกาย หรือทำให้ "ธาตุไฟ" กำเริบ โดยปล่อยสารเคมีออกมาหลายชนิด ... ผลของสารเคมีเหล่านี้จะรบกวนการทำงานของตับ ทำให้โคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดสูงขึ้น ทำให้เซลล์ทั่วร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน เสี่ยงเบาหวานประเภท 2 (พบในเด็กอ้วนและผู้ใหญ่) และเกิดการอักเสบของเส้นเลือดไปทั่วร่างกาย ค่าปกติของเส้นรอบเอวคนไทยและคนเอเชียมีค่าน้อยกว่าฝรั่ง เนื่องจากโครงสร้างร่างกายเล็กกว่า
... การป้องกันและรักษาโรคอ้วนลงพุงอาศัยการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารไขมันสูง อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" อาหารที่มีน้ำตาลสูง และแป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ฯลฯ การเปลี่ยนข้าวขาวเป็นขาวกล้อง หรือขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท(เติมรำ) กินผัก ถั่ว ผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้) และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท พั้นช์ ฯลฯ) มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วนลงพุงได้ ... ไขมันในช่องท้องลดลงได้ด้วยการออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ โดยเฉพาะการเดิน การขึ้นลงบันไดตามโอกาส ไม่จำเป็นต้องออกกำลังคราวเดียวนานๆ จะเป็นเป็นช่วงสั้นๆ นำเวลามารวมกันให้ได้วันละ 30-60 นาทีขึ้นไปก็ได้ (ดีที่สุดคือ วันละ 60 นาทีขึ้นไป ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
ที่มา
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |