|

... พม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดต่อกับไทยมากที่สุด ทุกวันนี้มีชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทยเท่าไรยังไม่เป็นที่ทราบแน่ คาดกันว่า น่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 1-2 ล้านคน หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย และจะมากกว่านี้ในอนาคต เนื่องจากเมืองไทยมีปัญหาขาดแคลนแรงงานเรื้อรังมาโดยตลอด แรงงานพม่าที่เข้ามาในไทยมีส่วนช่วยให้โรงงานและอุตสาหกรรมประเภทใช้แรงงาน (labor-intensive) ของไทย เช่น ประมง โรงงานทอผ้า ฯลฯ ยืนหยัดแข่งขันกับประเทศที่มีค่าแรงถูก เช่น จีน เวียดนาม ฯลฯ ได้ ... แรงงานพม่าเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแย่งงานคนไทย ทว่า... เข้ามาทำงานงานที่คนในประเทศที่มีเศรษฐกิจดีพอประมาณ (คือคนไทย) ไม่ค่อยชอบทำ งานประเภทนี้คือ งาน '3D (dangerous, difficult & dirty = งานเสี่ยงอันตราย งานยาก และงานสกปรก)' ... ภาพที่ 1: บริการรถ 2 แถวพม่า (ย่างกุ้ง มิถุนายน 2548) ซึ่งถ้าพวกเราไปเห็นแล้ว คงจะรู้สึกได้ว่า เมืองไทยเราน่าอยู่ไม่น้อยทีเดียว - ไก๊ด์พม่าท่านหนึ่ง (คุณกวาง) กล่าวในปี 2550 ด้วยความภาคภูมิใจว่า คนพม่าเป็นคนอดทน ใช้มือข้างเดียวก็เกาะรถไปไหนมาไหนไกลๆ ได้ (ท่านคงจะไม่ทราบว่า คนกรุงเทพฯ เมืองอมรของไทยเราก็มีคนตกรถเมล์ตายมาแล้วหลายราย...)

... ภาพที่ 2: คนพม่าคลั่งไคล้ฟุตบอลไม่น้อยกว่าคนไทย (เมืองพะโค หรือหงสาวดี มิถุนายน 2550) - คนขายของ (ทำตาโตเมื่อเห็นกล้องถ่ายรูป) ชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยชมข่าวท่านทักษิณซื้อทีมฟุตบอลอังกฤษ
- คนพม่ามักจะกล่าวชมคนไทยเสมอว่า เล่นฟุตบอลเก่ง (กว่าพม่า) บางคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมคนพม่าเตะบอลกันบ่อย... บางทีเที่ยงกว่าๆ หรือบ่ายไปหน่อยก็เตะกันแล้ว แต่แข่งทีไร ส่วนใหญ่จะแพ้เพื่อนบ้านเป็นประจำ ถ้านัดไหนพม่าชนะ... หนังสือพิมพ์พม่าจะรีบนำขึ้นหน้า 1 ทันที (เป็นธรรมเนียมของพม่าที่จะนำเสนอแต่ข่าวดี ไม่นำเสนอข่าวร้ายทางสื่อมวลชน เนื่องจากคนพม่าเชื่อเรื่องโชค ลาง และโหราศาสตร์อย่างแรง)

... ภาพที่ 3: คนพม่าเล่นตะกร้อเก่งมาก ทว่า... ทุกวันนี้คนพม่าก็ยังสงสัยกันอยู่กว่า ทำไมเล่นแพ้ทีมไทยเป็นประจำ (ทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน มิถุนายน 2550) 
... ภาพที่ 4: ชีวิตคนจนก็ต้องออกแรงหาเงินแบบนี้... (ทางขึ้นพระมหาเจดีย์อินทร์แขวน ไจก์ทิโย มิถุนายน 2550) - คนพม่าชื่นชอบนักท่องเที่ยวไทยมากเป็นพิเศษ เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยชอบทำบุญ ใจดี มีเมตตากรุณา และเป็นคนมีน้ำใจ
- พม่ามีรายได้สำคัญจากการท่องเที่ยวคล้ายๆ กับเมืองไทย... นักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของพม่ามาจากไทย (นับรวมที่ข้ามชายแดนทางบก)

... เหตุผลที่คนไทยควรช่วยเหลือชาวพม่าในยามยากที่สำคัญมี 5 ประการได้แก่ ... (1). เพื่อความสุขใจ อิ่มใจ เบาใจ (จากการให้)... - คนเราควรช่วยเหลือกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ หรือศาสนาใด...
- การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนเรามีความสุขจาก "การให้" ได้ไม่น้อยกว่า "การรับ" นอกจากนั้นความสุขที่เกิดจากการให้นั้นเกิดซ้ำ (replication) ได้มากกว่าการรับ
... - การรับนั้นสุขใจได้ครั้งเดียว ส่วนความสุขจากการให้นั้นสุขใจได้หลายครั้ง เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงการทำความดีครั้งใดก็สุขใจได้ทุกครั้ง
... (2). เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์... - การให้วัตถุสิ่งของส่วนใหญ่นั้นไม่มีอานุภาพมากเท่ากับการช่วยชีวิต ทว่า... การช่วยเหลือคนตกยากในคราวเกิดภัยพิบัติเป็นการให้ที่พิเศษกว่าการให้ธรรมดา
- การช่วยเหลือคนตกยากในคราวเกิดภัยพิบัติสามารถทำให้คนที่มีโอกาสรอดประทังชีวิตได้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้าว อาหาร น้ำ ยา เครื่องนุ่งห่ม หรือที่อยู่อาศัย
... (3). เพื่อทำรั้วบ้านให้แข็งแรง... - ประเทศเพื่อนบ้านเปรียบได้กับรั้วของประเทศไทย ถ้ารั้วอ่อนแอ... โอกาสที่โจรภัย หรืออันตรายต่างๆ จะเข้ามาในบ้านจะมากตามไปด้วย
- ยิ่งมีความอดอยาก ยากจนในพม่ามากเท่าไร เมืองไทยจะยิ่งมีภาระจากการหลบหนีเข้าเมืองมากขึ้นเท่านั้น
... - ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ช่วยให้เพื่อนบ้านหรือรั้วของไทยแข็งแรง ฟื้นตัวขึ้นจากภัยพิบัติเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเร็ว
- ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บเดินทาง "ข้ามชาติ" หรือข้ามพรมแดนได้เร็ว ถ้ามีโรคระบาด เช่น มาลาเรีย อหิวาตกโรค ฯลฯ ในพม่า โอกาสที่โรคระบาดเหล่านี้จะแพร่เข้ามาในไทยย่อมมีสูง การใส่ใจสุขภาพทุกวันนี้จึงควรส่งเสริมให้เพื่อนบ้านของเราแข็งแรงด้วย เราจึงจะปลอดภัย
... (4). เพื่อให้เกิดเมตตาหรือกรุณา... - คนไทย เราอาจจะไม่ค่อยชอบพม่าจากตำราเรียนประวัติศาสตร์ ซึ่งมักจะกล่าวถึงพม่าแต่ด้านร้าย ทว่า... ถ้าเรามีโอกาสพบคนพม่า หรือรู้จักคนพม่าแล้ว คนพม่ามองคนไทยในแง่ดี... ดีมากกว่าที่ (คนไทย) คิด
- ตัวอย่างความดีของชาวพม่า เช่น การใช้ชีวิตที่เรียบ ง่าย ประหยัด ฯลฯ ซึ่งท่านอาจารย์ชูมากเกอร์นักเศรษฐศาสตร์เชื้อสายเยอรมันที่อพยพไปลี้ภัยในสหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับมอบหมายให้เข้าไปช่วยเศรษฐกิจพม่า
... - ท่านชูมากเกอร์กล่าวในเวลานั้นว่า คนพม่า... แม้จะยากจนกว่าคนอังกฤษก็มีความสุขมากกว่าคนอังกฤษ อยู่แบบเรียบ ง่าย ประหยัด ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ความจริงน่าจะส่งคนพม่าไปช่วยสหราชอาณาจักรมากกว่า
- นอกจากนั้นเวลาคนไทยไปเที่ยวพม่า... คนพม่ามักจะมองนักท่องเที่ยวคนไทยว่า เป็นชาวพุทธผู้มากไปด้วยศรัทธา ชอบทำบุญ ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จักให้อภัย และที่คนพม่าพูดกันมากคือ คนไทยเป็นชาติที่เล่นฟุตบอลเก่งมาก
... - ผู้เขียนมีโอกาสชวนพระภิกษุและคนทำงานวัด (กัปปิยะ) ชาวพม่าหลายท่านไปบริจาคเลือด เมื่อผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนดินแดนแถบนี้รบกันมาทั้งนั้น เช่น ไทยเคยรบกับพม่า ฯลฯ
- ท่านเหล่านั้นจึงตั้งความปรารถนาว่า ต่อแต่นี้ไป... ด้วยบุญจากการบริจาคเลือดนี้ ขอแผ่นดินของเราไม่พึงมีสงครามอีกต่อไป ขอสัตว์ทั้งหลายพึงได้เมตตากันดังนี้...
... (5). เพื่อช่วยชาวพุทธด้วยกัน... - ทุกวันนี้มีประเทศที่เคารพนับถือพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท หรือเคารพพระไตรปิฎก-อรรถกถา มีการทำกรรมของสงฆ์ตามพระวินัยบัญญัติเหลือเพียง 5 ชาติในโลก คือ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และศรีลังกา
- ทว่า... ประเทศที่ยังคงมีพระเดินบาตร หรือบิณฑบาตยามเช้านั้นเหลือเพียง 4 ประเทศ เนื่องจากพระพุทธศาสนาในศรีลังกาเสื่อมลงอย่างรวดเร็วหลังพระเล่นการเมือง ผู้เขียนมีโอกาสไปทำบุญที่ศรีลังกา 10 วันในปี 2550 ไม่พบพระบิณฑบาตเลยแม้แต่รูปเดียว กราบเรียนถามจากพระภิกษุไทยที่พักในวัดศรีลังกา ท่านก็ว่า ไม่มีการบิณฑบาตเช่นกัน
... - การช่วยเหลือชาวพม่าในยามยากเป็นกิจที่พุทธบริษัทควรทำ... ท่านสยาดอ (เจ้าอาวาส) U Lukkhana จากเมืองสกายน์ พม่า ซึ่งเข้ามาสอนกัมมัฏฐานให้ชาวอเมริกันจากฮาวายที่วัดท่ามะโอ ลำปางในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ท่านกล่าวว่า ชาวพุทธไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน ที่ใด นับเป็นเชื้อสายศากยวงศ์ของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
- ความเสื่อมของพระพุทธศาสนา (อันตรธาน 5) นั้นมีเหตุข้อหนึ่งคือ ข้าวยากหมากแพง พระภิกษุสงฆ์มีความลำบากในปัจจัย 4 ทำให้การสอน-การเรียนพระปริยัติธรรมเป็นไปได้ยาก
... - ข้อนี้เป็นปัจจัยหนึ่งของปริยัติอันตรธาน หรือความเสื่อมสูญของพระไตรปิฎก-อรรถกถา... การช่วยเหลือชาวพม่า ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ชาติที่มีการเล่าเรียนพระปริยัติธรรม (พระไตรปิฎก-อรรถกถา) เข้มข้น จึงนับว่า มีส่วนแห่งการรักษาพระพุทธศาสนาด้วย
... 
ภัยพิบัติสมัยใหม่มีลักษณะหลายๆ อย่างที่คล้ายกับสงครามสมัยใหม่ สงครามสมัยใหม่นั้น... พลเรือนจะตายมากกว่าทหาร และตายมากหลังสงคราม เนื่องจากการขาดแคลนปัจจัย 4 เช่น อาหาร ยารักษาโรค ฯลฯ โรคระบาด การปล้นสะดม และความชอกช้ำทางใจ เช่น การสูญเสียญาติสนิทมิตรสหาย ฯลฯ ปรากฏการณ์ที่พลเรือนตายมากกว่าทหารในสงคราม หรือการก่อการร้ายสมัยใหม่เป็นเหตุให้ประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปตะวันตก แสวงหาการป้องกันสงครามโดยสันติวิธีมากขึ้น รวมทั้งต่อต้านสงคราม ดังคำกล่าวของท่านซุนวูที่ว่า "การชนะสงครามโดยไม่ต้องรบนั้น ชื่อว่าเป็นชัยชนะที่ดีที่สุด" ... ภัยพิบัติสมัยใหม่มีลักษณะคล้ายแผ่นดินไหวอย่างหนึ่งคือ บ่อยครั้งที่อาฟเตอร์ช็อค (aftershock) หรือคลื่นแผ่นดินไหวระลอกหลังๆ สร้างความเสียหายมากกว่าภัยพิบัติระลอกแรก หลักการจัดการภัยพิบัติสมัยใหม่จึงเน้นการฟื้นฟูสภาพหลังภัยพิบัติ เช่น ส่งหน่วยกู้ภัยเข้าไปช่วยให้เร็วทันการณ์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน (complications) หลังภัยพิบัติให้มีน้อยที่สุด ... 
การที่ชาวไทยช่วยเหลือชาวพม่าในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามภายใน ซึ่งจะสร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติในระยะยาว ทั้งในฐานะชาติที่มีน้ำใจ และในฐานะชาติที่ผู้นำแห่งการบรรเทาทุกข์ให้เพื่อนบ้านยามยาก กองทัพไทยเรามีชื่อเสียงในการกอบกู้ภัยพิบัติมาเป็นเวลานาน ตัวอย่างเช่น เรือจักรีนฤเบศร์ของไทยมีประสบการณ์ในการช่วยคนที่ได้รับภัยพิบัติจากพายุ บนเรือมีโรงพยาบาล มีเฮลิคอปเตอร์ มีเรือยาง และหน่วยบรรเทาทุกข์พร้อม ฯลฯ ... นอกจากนั้นกองทัพเรือยังมีเรือที่เหมาะในการกู้ภัยที่ราบลุ่ม เช่น เรือท้องแบน เรือยาง ฯลฯ พร้อมผู้ชำนาญการอย่างครบทีม ถ้าหากทางรัฐบาลพม่าไม่ไว้ใจสหรัฐฯ ก็ควรพิจารณารับความช่วยเหลือจากประเทศอาเซียน และมูลนิธิทางพระพุทธศาสนา ... 
ถ้ารัฐบาลพม่าอนุญาตให้ทีมกู้ภัยไทย และทีมบรรเทาทุกข์การกุศล เช่น มูลนิธิฉือจี้ของไต้หวัน ซึ่งมีสมาชิก 4 ล้านคนเศษ มีโรงเรียนแพทย์ โรงเรียนพยาบาล โรงพยาบาล(ของมูลนิธิ) มีอาสาสมัครบริจาคเลือด และหน่วยบรรเทาทุกข์ที่มีประสบการณ์กู้ภัยหลายประเทศ เช่น การเข้าไปกู้ภัยพิบัติในรัฐอาเจะห์ อินโดนีเซีย ฯลฯ แล้ว ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ภัยพิบัติในพม่าจะมีการพลิกผัน ดังคำกล่าวที่ว่า คนเราพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส(แห่งการพัฒนา)ได้เสมอ ... ขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของคนไทย และชาวโลกที่มีส่วนช่วยชาวพม่าในยามยากมา ณ ที่นี้ครับ... สาธุ สาธุ สาธุ ... 
หมายเหตุ - กล่าวกันว่า ธรรมเนียมของศรีลังกานั้น... บวชแล้วสึกไม่ได้ สังคมไม่ค่อยยอมรับพระที่สึกไป ธรรมเนียมนี้น่าจะมีส่วนทำให้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาตกต่ำลงด้วย เนื่องจากการขับไล่พระที่มีความประพฤติไม่ดีออกไปจะทำได้ยากขึ้น
- พระพม่าที่ไปเล่าเรียนในศรีลังกากล่าวว่า การไปพักในวัดศรีลังกานั้น "ไม่ค่อยปลอดภัย"...
ที่มา - นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 13 พฤษภาคม 2551 > แก้ไข 14 พฤษภาคม 2551.
|