• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 21122
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2550
Escape from Hongkong Island เมื่อคราวซวยมาเยือน
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 273 , 11:13:16 น.  
พิมพ์หน้านี้


วานก่อนผมมีโอกาสดูหนังฮ่องกงฟอร์มเล็กๆเรื่อง Escape from Hongkong Island หนังเรื่องนี้สร้างเมื่อปี 2004 มี Simon Lui (Yu – Yeung)เป็นมือเขียนบทและกำกับการแสดงเอง ส่วนนักแสดงนำหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง Jordan Chan (Siu - Chun) ที่โด่งดังมาจากหนังบู๊ล้างผลาญสไตล์ฮ่องกง และ Chapman To (Man-Chat) จาก Infernal Affair

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การบอกเล่าถึงความโคตรซวยของชายคนหนึ่งที่ชื่อ นายม่ายโต้ (Raymond Mak) , นำแสดงโดย Jordan Chan , หนังเริ่มต้นด้วยเช้าปกติธรรมดาของ ม่ายโต้ หนังทำให้คนดูค่อยๆรู้จักพฤติกรรมของนายคนนี้จากรูปแบบการใช้ชีวิต บุคลิกท่าทาง และคำพูดซึ่งเพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีเราสามารถเข้าใจได้ว่า ไอ้ม่ายโต้คนนี้พี่แกเป็นมนุษย์ประเภทเชื่อมั่นในตัวเองสูง อวดดี ก้าวร้าว เจ้าอารมณ์และดูถูกคนอื่นอยู่เสมอ แน่นอนครับคนประเภทนี้ย่อมเชื่อว่าตัวเองเป็นคนเก่งมีความวิเศษวิโสอยู่ในตัว

Simon Lui จงใจเขียนบทให้ม่ายโต้ทำงานในตลาดการเงินของฮ่องกง คล้ายๆกับหนังฝรั่งอย่าง Wall Street ผมเชื่อว่าภาพของคนทำงานในภาคการเงินส่วนใหญ่ค่อนข้างมีบุคลิกทันสมัยและว่องไวตลอดเวลาแต่ในมุมกลับกันมีความทะเยอทะยานไปจนกระทั่งก้าวร้าวก็มี สำหรับม่ายโต้, เขาเป็นสุดยอดโบรกเกอร์ของตลาดหุ้นในเกาะฮ่องกง ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของนายคนนี้ดูจะเพียบพร้อมจนน่าอิจฉาไปเสียทุกอย่างทั้งเรื่องเงินทอง หน้าที่การงาน และผู้หญิง

แต่แล้วเช้าวันนั้นโลกของม่ายโต้ก็เปลี่ยนไป เช้าที่เร่งรีบของสังคมเมือง ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปทำงานให้ทัน ไม่มีใครสนใจใยดีใคร ผมนึกถึงตัวเองในวันที่เร่งรีบไปทำงาน ต้องกระเสือกกระสนแย่งกับคนอื่นเพื่อขึ้นรถตู้หรือรถไฟฟ้า บ่อยครั้งผมรู้สึกว่ายิ่งคนมากเท่าไร เรากลับยิ่งเหงามากขึ้น กลับมาที่หนังต่อครับ, ในเช้าวันนั้นม่ายโต้พบชายแปลกหน้าแต่งตัวดีใส่สูทผูกไทด์แบบเขาแต่ดันเข้ามาขอตังค์เขาแค่ 3 เหรียญเพื่อจะข้ามฟากไปฝั่งเกาลูน ชายคนนั้นอ้างว่าถูกขโมยกระเป๋าไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว ม่ายโต้มองหน้าชายคนนั้นอย่างเหยียดๆและไม่มีทีท่าจะใส่ใจกับความทุกข์ของชายแปลกหน้านั้นแต่อย่างใด นี่แหละครับคือบททดสอบความเอื้ออาทรของฟ้าที่มักส่งมาให้มนุษย์ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่เสมอ มันเป็นบททดสอบง่ายๆที่ถูกส่งลงมาวัดความเมตตาของมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้นถ้าเบื้องบนท่านตรวจข้อสอบข้อนี้ แน่นอนครับว่านายคนนี้สอบตก

เมื่อม่ายโต้มาถึงที่ทำงาน เขาพบว่าตัวเองถูกไล่ออกจากงานเพราะเจ้านายใหญ่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมกร่างของเขากับทุกคนไม่เว้นแม้แต่เจ้านาย ด้วยความที่เขาเชื่อว่ากูแน่ เขาจึงไม่สนใจกับการไล่ออกแถมยังโทรศัพท์หาบริษัทคู่แข่งที่อยู่ฝั่งเกาลูนเพื่อตอบรับข้อเสนอที่เขาจะไปนั่งเป็นบอสใหม่ที่นั่น หนังมาถึงจุดสำคัญแล้วครับ เมื่อนายคนนี้ออกมาจากบริษัทเพื่อจะเดินทางไปเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ที่ฝั่งเกาลูน ปรากฏว่าเขาถูกจี้ครับ พอผมเล่ามาถึงตรงนี้หลายท่านคงพอเดาเรื่องได้แล้วใช่มั๊ยครับว่าไอ้ม่ายโต้มันจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

ผู้กำกับหนังทำให้เราเห็นชะตากรรมของคนเคยรวยที่ต้องกระเสือกกระสนขอเงินคนอื่นแค่ 3 เหรียญ เพียงเพื่อจะข้ามฝั่งไปเกาลูน แต่การณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดสิครับ บทเรียนดังกล่าวทำให้ม่ายโต้รู้ว่าเขาไม่เป็นที่พึงปราถนาของคนใกล้ตัวเลย ไล่ไปตั้งแต่เพื่อนที่ไม่มีใครจริงใจกับเขาเลยสักคน เพราะเขาเลือกที่จะไม่จริงใจกับคนเหล่านี้ก่อน พอมาถึงแฟน ,ไอ้หมอนี่ก็ดันไปทำเจ้าชู้ใส่ผู้หญิงหลายคนและที่แสบกว่านั้นคือดันแอบไปอึ๊บเพื่อนของแฟนตัวเองซะอีก พอย้อนกลับมาที่ครอบครัว หนังพาให้เราเห็นความเห็นแก่ตัวของม่ายโต้มากขึ้น เพราะเขาส่งแม่ไปอยู่สถานเลี้ยงดูคนชรา แถมแม่ยังเป็นอัลไซเมอร์โดยที่เขาไม่เคยดูดำดูดีเลย พี่สาวพี่ชายก็มีฐานะต่างกับม่ายโต้ชนิดหน้ามือกับหลังเท้า ความที่ไม่เอาพี่เอาน้องเลยจึงทำให้ไม่มีใครคิดอยากจะช่วยเหลือม่ายโต้เลยสักคน

ม่ายโต้พยายามหาทุกวิธีเพื่อจะให้ได้เงินมาแค่ 3 เหรียญ แต่จนแล้วจนรอดโชคชะตาก็ดูเหมือนจะเล่นตลกและสอนให้เขาเรียนรู้อะไรๆจากวันที่โคตรซวยและไม่เป็นใจ อ้อ! ผมลืมเล่าถึงตัวละครอีกตัวนั่นคือ Chapman To หมอนี่เล่นเป็นตำรวจฮ่องกง บทบาทของแกดูขรึมๆไม่เหมือนที่เล่นเป็นเพื่อนพระเอกใน Infernal affair หนังใช้ให้ตำรวจเป็นตัวแทนของผู้รักษากฎที่พยายามทำทุกอย่างให้อยู่ในความเรียบร้อย เช่น คุณตำรวจแนะนำให้ม่ายโต้ไปแจ้งทำบัตรประชาชนชั่วคราวเพื่อขอข้ามฟากแต่ด้วยความที่ม่ายโต้ดันขี้เกียจไปยืนต่อคิว แกเลยเลือกที่จะไม่ทำบัตรและหาวิธีอื่นที่ลัดกว่านี้

ผมหยิบหนังเรื่องนี้มาดูด้วยความบังเอิญ เพราะครั้งแรกที่เห็นแผ่นหนัง ผมไม่รู้สึกอยากดูแต่อย่างใด คงเพราะเบื่อกับหนังตลกฮ่องกงบ้าๆบอๆ แต่พอดูไปสักพักผมเริ่มคิดแล้วว่าหนังเรื่องนี้มีอะไรดีๆแฝงอยู่ไม่น้อย หลังปี 1997เกาะฮ่องกง เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างโดยเฉพาะความแปลกแยกของคนฮ่องกงกับคนจีนแผ่นดินใหญ่ คนฮ่องกงยังคุ้นเคยกับความเป็นอังกฤษชนซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้มีอะไรหลายอย่างดูจะประดักประเดิดใจอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะทัศนคติของคนฮ่องกง นอกจากนี้สภาพความเป็นเมืองการค้าการลงทุน ทำให้เกาะฮ่องกงไม่ต่างอะไรกับนิวยอร์ค ลอนดอนหรือแม้กระทั่งโตเกียว โลกในเมืองเหล่านี้ดูจะหมุนไวกว่าโลกในทิเบตหรือภูฎาน เหมือนที่ผมบอกไปตอนต้นว่ายิ่งคนเยอะเรายิ่งเหงา

ผมเชื่อเสมอว่าความเอื้ออาทรกันของคนเป็นการสะสมทุนทางสังคมที่ดีอย่างหนึ่ง การช่วยเหลือซึ่งกันและกันบนฐานของความจริงใจเป็นการลด Transaction Cost ของการดำเนินชีวิต สังคมเอเชียสมัยใหม่กำลังก้าวย่างตามรอยสังคมตะวันตกที่ชอบบอกตัวเองว่ากูนั้นศิวิไลซ์แล้ว แต่ความจำเริญทางวัตถุกลับทำให้บางอย่างของความเป็นมนุษย์ของเราหายไป โดยเฉพาะการใส่ใจซึ่งกันและกัน

ผมดูหนังเรื่องนี้จบด้วยความอิ่มเอม และอยากจะเขียนแนะนำหนังเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านลองไปหาชม บางทีเราแต่ละคนอาจจะเจอเหตุการณ์แบบม่ายโต้ก็ได้นะครับที่อยู่ดีๆฟ้าได้ส่งบททดสอบอะไรบางอย่างมาให้เราลองฝึกทำดูเล่นๆ

Hesse004


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31