• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 21281
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม 2550
"ก่อน" หมุดหมายของดนตรีสยามอัลเทอร์เนทีฟ
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 612 , 03:50:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


ก่อนท้องฟ้า จะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน ” แค่เริ่มต้นประโยคนี้ ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะนึกถึงเนื้อเพลง “ก่อน” ของ Modern Dog เป็นแน่แท้ ผมเชื่อว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อความทรงจำของมนุษย์ไม่แพ้รูปถ่าย

คุณผู้อ่านฟังเพลง “ก่อน” ครั้งแรกเมื่อไรครับ ? สำหรับผมแล้ว , ผมเริ่มฟังเพลงนี้เมื่อปี 2537 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้วครับ ทั้งนี้วงหมาทันสมัย (Modern Dog)ของค่ายใหม่ค่ายหนึ่งนามว่าเบเกอรี่มิวสิคนั้นได้สร้างปรากฏการณ์อย่างหนึ่งให้กับวงการดนตรีบ้านเรา คือ พวกเขาได้เริ่มต้นตำนานดนตรีที่เรียกว่า Alternative music

Alternative music เป็นดนตรีที่ถือกำเนิดอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อทศวรรษที่ 90 ดนตรีสายพันธุ์นี้นับเป็นลูกหลานของดนตรี Rock ครับ ว่ากันว่าดิคชั่นนารีทางดนตรีนั้นได้ให้นิยาม “Alternative music” ว่าหมายถึง ดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรี Punk rock โดยยึดแนวทางการเล่นที่แหวกแนวจากขนบเดิมของชาว Rock โดยเฉพาะถ้าเราฟังเสียงกีตาร์ของเพลงแนวนี้ให้ดีๆ เราจะพบเสียงกีตาร์ที่มันรกรุงรัง แตกพร่า ขณะที่เครื่องดนตรีส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะน้อยชิ้นยิ่งนัก อาจมีเพียงกีตาร์ 2 ตัว กลองและเบส เท่านั้น

หากพูดถึงเพลง Alternative แน่นอนครับ เรามักนึกเพลงของพวกอังกฤษชน ทั้งนี้เหล่านักดนตรีเผ่าพันธุ์อิงลิชนี้นับว่ามีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลยครับ ไล่เรียงมาตั้งแต่รุ่นของ The Beatles ในยุคปลาย 50 มี Eric Clapton เป็นหัวหอกของวงการเพลง Blues จนกระทั่งมาในยุคที่ชนชาวอังกฤษนั้นเรียกขานดนตรีพันธุ์ใหม่ว่า เพลง Indie นั้น พวกเขาก็ยังมีวงดนตรีฝีมือดีอย่าง Oasis เป็นตำนานอีก ด้วยเหตุนี้เองผมจึงคิดว่าวงดนตรีและนักดนตรีจากฝั่งอังกฤษนั้นดูมีเสน่ห์มากกว่าวงดนตรีจากฝั่งอเมริกา

ในยุค 90 นั้น , นับเป็นยุคที่โลกของเราเริ่มยอมรับถึงความหลากหลายมากขึ้น อาจเพราะมนุษย์เข้าใจคำว่าสิทธิและเสรีภาพมากกว่าที่เคยเป็นอยู่ ผมคิดว่าการพังทลายของกำแพงเบอร์ลินเมื่อปี 1989 นั้น น่าจะเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นของยุค 90 ที่เชื่อว่าโลกเราไม่ได้มีแค่ความขัดแย้งของอุดมการณ์ทางการเมืองอีกต่อไปแล้ว การเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นได้ทำให้โลกของเราเริ่มเข้าสู่ยุคสมัยแห่งโลกาภิวัฒน์ (Globalization)....ผมนอกเรื่องไปเสียไกลเชียว

กลับมาที่ดนตรี Alternative กันต่อครับ , ในฝั่งของดนตรีอเมริกานั้น กล่าวกันว่า วง R.E.M. เป็นวงดนตรีวงแรกๆที่บุกเบิกเพลง Alternative โดยเฉพาะอัลบั้มชุด Out of Time (1991) เช่นเดียวกับฝั่งอังกฤษครับรากของดนตรี Alternative นั้น มีมาตั้งแต่ปลายสมัยทศวรรษที่ 70 โดยเหล่ากูรูทางดนตรีสันนิษฐานว่าแรงบันดาลใจสำคัญของเหล่า Alternative bands ทั้งหลายนั้นมาจากดนตรีสไตล์ Gothic rock ทั้งนี้ทั้งนั้นเพลงในสายสกุล Rock นั้นเน้นไปที่ความหนักหน่วงรุนแรงทั้งทำนองและเนื้อหา ขณะที่เพลงใน Alternative music กลับเน้นไปที่ความรกรุงรังของเสียงดนตรีที่บางครั้งออกจะดู “เหน่อ” แต่กลับมีเสน่ห์ชวนฟัง ส่วนเนื้อหาก็ดูจะใช้คำง่ายๆไม่ลึกซึ้งมากนัก ดนตรี Indie บนแผ่นดินราชอาณาจักรนั้นยังพัฒนาไปในรูปแบบของ Britpop style ที่เน้นเล่นเครื่องดนตรีกันไม่กี่ชิ้น วงดนตรีแนว Britpop ที่มีชื่อเสียงในยุค 90 และกลายมาเป็นขาใหญ่และเป็นตำนานในยุคนี้นั้น ประกอบไปด้วย Radiohead , Oasis , Blur และ Sued เป็นต้น

สำหรับบ้านเรานั้น , เพลง Alternative เริ่มต้นจริงจังเมื่อปี 2536 ครับ ว่ากันว่า วง Crub เป็นวงดนตรี Alternative วงแรกของสยามประเทศ สำหรับอัลบั้มแรกที่ Crub ปล่อยออกมานั้น ผมเคยฟังอยู่เพลงสองเพลงซึ่งนับว่าน่าสนใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสไตล์การเล่นกีตาร์ที่แปลกจากดนตรี Rock ทั่วไป แม้ว่า Crub ดูจะไม่ประสบผลสำเร็จทั้งด้านรายได้และชื่อเสียงแต่ผมเชื่อว่าพวกเขาคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาดนตรีบ้านเราให้มีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ในช่วงเวลานั้น

ถัดจาก Crub มา ผมเชื่อว่า วงหมาทันสมัยหรือ Modern Dog น่าจะเป็นวงที่สองของประวัติศาสตร์ดนตรี Alternative ไทย อัลบั้มชุดเสริมสุขภาพของพวกเขานับเป็นการ “แหวก” ขนบอะไรบางอย่างของวงการเพลงบ้านเราสมัยนั้น โดยเฉพาะเพลงอย่าง “บุษบา” “มานี” และ “กะลา” นับเป็นเพลงที่แตกต่างจากเพลงไทยสากลสมัยนั้นอย่างสิ้นเชิง

Modern Dog เป็นวงดนตรีที่ชนะเลิศการประกวด Coke music award เมื่อปี 2535 เหล่าเด็กหนุ่ม (ยุคนั้น) หารู้ไม่ว่าพวกเขากำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์” อะไรบางอย่างขึ้นกับสังคมไทย ผมเชื่อว่า Modern Dog คือ ตัวแทนของความหลากหลายและมีความแตกต่างอย่างลงตัว พวกเขาจัดเป็นปัญญาชนที่มีความคิดเป็นของตัวเองและเลือกที่จะเล่นตามแนวทางของตัวเอง

ความล้ำเหลื่อมของช่วงเวลานอกจากจะทำให้มนุษย์แตกต่างกันในแง่ของอายุแล้วยังทำให้มนุษย์มีความคิดที่ต่างกันด้วย การลุกขึ้นมาของเด็กกลุ่มหนึ่งที่เชื่อในความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์นั้นนับเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคำว่า ขบถหรือหัวดื้อ

ในแทบทุกศาสตร์เลยก็ว่าได้จะมีความคิดชุดหนึ่งที่เรียกว่า Main Stream หรือพวกกระแสหลัก เหล่าชน Main Stream นั้นมักจะบูชาความคิดที่พวกเขาได้รับการถ่ายทอดมาตลอดช่วงชีวิตของศาสตร์นั้น จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น หัวอนุรักษ์นิยม (ความคิดชุดเดิม) อย่างไรก็ตามการคิดออกจากกรอบและสร้างแนวทางของตนเองขึ้นใหม่นั้นนับเป็นเรื่องที่ท้าทายความคิด Main Stream เพราะยากยิ่งนักที่จะทำให้คนที่เชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งมานานนมจะมายอมรับไอเดียที่แปลกและแตกต่าง ด้วยเหตุนี้เองผมจึงคิดว่า Modern Dog เมื่อปี 2537 ก็ไม่ต่างอะไรกับวิญญาณขบถของนกนางนวล Jonathan Livington ในหนังสือของ Richard Bach

ความสำเร็จของหมาทันสมัยเมื่อปี 2537 ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นต้นแบบของวงดนตรี Alternative หลายวงในเวลาต่อมา เป็นต้นแบบที่ทำให้เด็กวัยรุ่นหลายคน ในช่วงนั้น เริ่มหัดเล่นกีตาร์ ตั้งวงดนตรี ประกวดประชัน และแน่นอนครับ เพลง “ก่อน” ได้กลายเป็นเพลงอมตะสำหรับวัยรุ่นสมัยนั้นไปแล้ว

ลองนึกดูเล่นๆนะครับว่า หากวันหนึ่งเมื่อพวกเรามีอายุครบ 60 ปี แล้วไปร้องคาราโอเกะกับลูกๆหลานๆ ถึงวันนั้นเราจะร้องเพลงก่อนได้เหมือนสมัยที่เรายังเป็นวัยรุ่นกันอยู่หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆก็คือ ผมคงจะกระโดดไปร้องไปแบบพี่ป๊อดไม่ไหวแน่ครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
kilroy วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 17.43 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

กลับมาอีกรอบหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรผมชอบคนที่มีแบ็คกราวนด์ทางเศรษฐศาสตร์ เขียนถึงเรื่องอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากความชำนาญของตนด้วย เพราะมันจะมีศัพท์แสงแปลก ๆ (ที่นักเศรษฐศาสตร์ชอบใช้และคุ้นเคยกันดี) ปรากฎอยู่ในตัวอักษรทำให้อ่านแล้วได้ออกกำลังกายสมองตามธีมของคุณไปด้วย
ความคิดเห็นที่ 7
TheQueenofNostalgia วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 16.26 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

คห 6 เค้าแวะไปกระซิบว่าข้าพเจ้าเขียนชื่อคุณปฐมพรผิด
เลยกลับมาแก้ว่า ปฐมพร ปฐมพร (พราย) มิใช่ ปฐมพงษ์
(คิดว่าคงมาจากคนที่ข้าพเจ้ากำลังนึกถึงเมื่อเช้านี้ พงษ์ๆเหมือนกัน) ขออภัยด้วย
ความคิดเห็นที่ 6
kilroy วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ตอนอัลบั้มชุดนี้ออก คุณhesse004 น่าจะกำลังเป็นเฟรชชี่อยู่พอดีนะครับ
เห็นด้วยว่างานเพลงชุดนี้เป็น milestone ของวงการดนตรีไทยเลยทีเดียวทั้งคุณภาพของดนตรี ภาพลักษณ์ของวง การหลุดกรอบจากกระแสหลัก ในความเห็นของผมเสียงที่ออกแบบมาจะได้รับอิทธิพลจาก Nirvana มาเต็ม ๆ
ความคิดเห็นที่ 5
musiclover วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/musiclover
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

ชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ ถ้าจะให้ดีสงสัยต้องมีบุษบาอีกเพลงนะ

นั่นสิ ตอนเราอายุ 60 โมเดิร์นด็อกก็คงเหมือนสุทราภรณ์แน่ๆ ฮ่าๆ ชอบจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
TheQueenofNostalgia วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

เพลงนี้เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ โมเดิร์นด็อกไม่ได้แต่งเอง
แต่เป็นเพลงของ คุณปฐมพงษ์ ปฐมพงษ์

ครับ นั้นเป็นวงแรกที่แตกต่าง
แต่โมเดิร์นด็อก เป็นวงที่เปลี่ยนวงการดนตรีไทยเลย

ชอบย่อหน้าสุดท้ายของคุณจัง
ตอนเราอายุ 60 เราอาจจะร้องเพลงโมเดิร์นด็อก
เหมือนที่พ่อแม่ร้องสุนทราภรณ์
ความคิดเห็นที่ 3
Jui วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 06.51 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

Modern dog น่าจะเป็นวงที่แสดงสดได้ดีที่สุดในเมืองไทย
ความคิดเห็นที่ 2
Absolute วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 06.19 น.
You can't assume or define me...

ชอบเพลงนี้มากๆๆๆ แต่ตอนนี้ไมฟังแล้ว อยากฟังจัง ขอบคุณที่รื้อความทรงจำ
ความคิดเห็นที่ 1
คนว่างงาน วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 04.08 น.
http://www.oknation.net/blog/Cantona

อืม..

มาเยี่ยมและสวัสดียามเช้าครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31