• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 21224
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม 2550
ตำราเศรษฐศาสตร์ของนาย Mas-Colell และคณะ
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 360 , 02:24:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


คุณผู้อ่านเคยรู้สึกปวดเศียรเวียนกบาลกับการอ่านหนังสือกันบ้างหรือเปล่าครับ ? ผมว่าอารมณ์แบบนี้คงบังเกิดขึ้นกับทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านตำราเรียน ส่วนตัวผมเองประสบการณ์เลวร้ายที่สุดของการอ่านหนังสือหนักๆ คือ ไข้ขึ้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า นอกจากหนังสือจะมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจแล้วยังส่งผลต่อสภาพร่างกายคนเราด้วย

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ผมนั่งอ่านตำราเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อ Microeconomic Theory ฉบับพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1995 มีผู้แต่งร่วมกัน 3 คน คือ นาย Andreu Mas-Colell , นาย Michale Whinston และ นาย Jerry Green ว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้ถูกใช้เป็น Required text book สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์(แบบทุนนิยม)ทั่วโลก ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ตำราหนาเกือบพันหน้าเล่มนี้จะกลายเป็นสุดยอดคัมภีร์ของวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคในโลกปัจจุบัน

Microeconomic Theory นับเป็นตำราเศรษฐศาสตร์ชั้นสูงที่ดี กล่าวคือ มีสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เต็มไปหมด มีกราฟประหลาดพิสดารที่เราไม่ใคร่จะพบเจอนักในหนังสือระดับ Basic หรือ Intermediate และที่สำคัญคือมีแบบฝึกหัดท้ายบทที่โคตรยากเลยครับ แน่นอนว่าผู้เขียนหนังสือทั้งสามท่านย่อมเป็นปรมาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์จุลภาคชนิดที่เรียกว่ามองทุกอย่างในชีวิตประจำวันได้เป็นเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง ผมเคยสงสัยว่าคุณลุง Mas-Colell สแปนนิชชนคนนี้เวลาแกไปสั่งอาหารสเปน แทนที่แกจะคำนวณอาหารออกมาเป็น Callories แกอาจจะคำนวณมันออกมาเป็น Utility แทน

จะว่าไปแล้วไอ้ความหงุดหงิดจากการอ่าหนังสือยากๆเนี่ยมันก็สร้างความลำบากใจให้กับคนเขียนเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเขียนที่ตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนั้นให้มันเกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ผมเองเชื่อว่าตำรา Microeconomic Theory ของผู้เขียนทั้งสามท่านจะ ยืนยงคงกระพันไปอีกหลายสิบปี เพราะยากนักที่จะหาคนเขียนตำราระดับนี้ออกมาสู้ได้ แค่ดูท้ายบทที่ท่านทั้งสามหยิบมาอ้างอิงก็หนาวแล้วครับ นักเรียนเศรษฐศาสตร์ควรจะภูมิใจในความเป็นสากล ความสมเหตุสมผล ความมีตรรกะและอธิบายได้อย่างมีหลักการของศาสตร์นี้

เศรษฐศาสตร์นับเป็นสังคมศาสตร์แขนงเดียวที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการคัดเลือกรางวัลระดับโลกอย่างรางวัลโนเบล โดยธนาคารกลางของสวีเดนจะเป็นผู้ดำเนินการมอบรางวัลให้กับนักเศรษฐศาสตร์ผู้มีผลงานทางวิชาการจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อย่างล่าสุดเมื่อปี 2006 ศาสตราจารย์ Edmund Phelp อมริกันชนก็คว้ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ไปครองจากผลงานวิชาการมากมายทาง Macroeconomic หรือเมื่อปีก่อนหน้าโน้น 2005 ศาสตราจารย์ Robert Aumann จากมหาวิทยาลัยฮิบรูในเยรูซาเล็ม ได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานการพัฒนาทฤษฎีเกม (Game Theory)

ผลพวงของการได้รับการยอมรับจากสถาบันอย่างโนเบลทำให้วิชาเศรษฐศาสตร์พยายามถีบตัวให้เข้าถึงความเป็นวิทยาศาสตร์ให้มากที่สุด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไปไม่ถึงเสียที ทั้งนี้การสร้าง Pure Theory ของวิชาวิทยาศาสตร์มีความแตกต่างจากวิชาเศรษฐศาสตร์ เพราะบางครั้งนักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ห้องทดลองเป็นสนามจำลองการสร้างทฤษฎีซึ่งเป็นข้อจำกัดที่วิชาเศรษฐศาสตร์ไม่สามารถทำได้

ในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกมีนักวิทยาศาสตร์เด่นๆอย่าง Sir Isac Newton , Albert Eistein หรือ Stephen Hawking แต่สำหรับวงการเศรษฐศาสตร์เรามีนักเศรษฐศาสตร์เก่งๆ อย่าง Adam Smith , Karl Marx ,Alfred Marshall , John Maynard Keynes เรื่อยมาจนกระทั่ง Paul Samuelson และ Milton Friedman ท่านทั้งหลายเหล่านี้ล้วนสร้างชื่อให้กับเศรษฐศาสตร์จนสามารถปักหลักแขนงวิชาในสรรพศาสตร์ทั้งหลายบนโลกนี้ได้

ด้วยความที่เศรษฐศาสตร์เติบโตมาจากปรัชญาความคิดการจัดการเศรษฐกิจ ทำให้ความพยายามที่จะพิสูจน์ปรัชญาเหล่านี้จำเป็นต้องนำคณิตศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการสำแดงอิทธิฤทธิ์ของวิชานี้ และด้วยเหตุนี้เองภาพชินตาของนักเศรษฐศาสตร์คือ ตัวเลข กราฟ สมการ ทำให้การอธิบายเรื่องง่ายๆ ประเภทใช้สามัญสำนึกอธิบายก็น่าจะเข้าใจ แต่นักเศรษฐศาสตร์ต้องพยายามพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ด้วยคณิตศาสตร์ให้ได้ เช่น การอธิบายการเปลี่ยนแปลงต้นทุนของหน่วยผลิตโดยใช้หลัก Marginal ซึ่งก็มาจากการDifferential ในแคลคูลัส ไอเดียดังกล่าวได้แนวคิด มาจากวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์บางท่านเรียกวิธีการแบบนี้ว่า Newtonian อันหมายถึง วิธีคิดแบบ Sir Isac Newton ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาความคิดทางวิทยาศาสตร์ให้กับโลก
ที่กล่าวมาข้างต้น

สำหรับตำราเศรษฐศาสตร์ของนาย Mas-Collel และคณะนั้น, ผมเพียงต้องการชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการของโลกวิชาการในปัจจุบันว่า นักคิด นักทฤษฎีทั้งหลายต่างพยายามเหลือเกินที่จะลดช่องว่างระหว่างโลกทฤษฎีกับโลกความเป็นจริง เพื่อให้โลกทั้งสองโคจรเข้าใกล้กันมากที่สุดแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่อสารมันจะยากก็ตาม แต่ถึงที่สุดแล้วที่เราพัฒนามาได้ทุกวันนี้ก็เพราะความพยายามที่จะทำเรื่องยากที่สุดในทางทฤษฎีให้เอามาใช้ได้ในทางปฏิบัติมิใช่หรือ? สำหรับประโยชน์อื่นๆของตำราเล่มหนาๆเล่มนี้ยังทำให้ผมมีที่หนุนหัวยามที่คิดอะไรไม่ออกและอยากจะนอนเสียเหลือเกินครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
hesse004 วันที่ : 21/08/2007 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/hesse004

ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำที่ดีของคุณ Kilroy และคุณSaisoi (The Queen of Nostalgia) ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการต้อนรับที่ดีสำหรับ Blog นี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 9
TheQueenofNostalgia วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

พูดถึงเรื่องอ่านหนังสือแล้วเวียนกบาล
มีอยู่เล่มนึงค่ะ ที่มันควรจะอ่านเข้าใจง่าย
แต่บางช่วงของหนังสือ (โดยเฉพาะตอนต้นๆ)
ดิฉันต้องอ่านซ้ำหลายครั้ง กว่าจะเข้าใจ
ที่บอกว่ามันควรจะอ่านง่าย เพราะมันชื่อ Simplicity!
หรือเราเคยชินกับ Complexity เลยอ่านมันไม่เข้าใจ ?
ความคิดเห็นที่ 8
TheQueenofNostalgia วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

1. Hesse กลายเป็นพี่ Marx ไปแล้ว
2. ปรายตาดู คอมเม้นท์ คุณ kilroy เต็มไปหมด
แปลว่า...ถูกใจ(คนคอมเม้นท์) เป็นอย่างยิ่ง
3. เคยคิดอยู่เสมอว่า เศรษฐศาสตร์มันน่าจะเป็นเรื่อง Logic ทางความคิด อุปสงค์ อุปทาน ก็น่าจะพอแล้ว ทำไมสมการมันเยอะจัง....วันนี้เด็กตกเลขอย่างเราเข้าใจแล้ว

ฮิๆ ไม่รู้คล้ายกับกับอาชีพของดิฉันรึเปล่านะคะ
จริงๆใช้แค่ Common sense และ Guts feeling เอง
แต่คนจะฮือฮา ถ้า present ผ่านชาร์ท ที่ดูยากๆ
ความคิดเห็นที่ 7
kilroy วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 21.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ยินดีที่ได้รู้จักกับ 'ตัวจริง' อีกท่านหนึ่งผ่านตัวอักษร
คุณมี 'ศักยภาพ' ทางความคิดสูงมาก ๆ
เรื่องที่ผมไม่ได้แสดงความเห็นก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้อ่าน
เพียงแต่ไม่มีความเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
kilroy วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด
เป็นเอนทรีที่ผมสนุกไปกับการอ่านตั้งแต่ต้นจนจบและชอบมาก ๆ
ผู้เขียนมีความพยายามทำเรื่องให้ง่ายเพื่อให้คนนอกสาขาเข้าถึง
แต่เอนทรีนี้ผมขอแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างยากอยู่
ถ้าลดระดับลงมาแล้วค่อย ๆ นำศัพท์แสง (jargon) ที่ละเรื่องมาขยายความในแบบของคุณ
ผมเชื่อว่าจะดึงดูดความสนใจให้กับคนอ่านในวงกว้างได้เพิ่มขึ้น (เฉพาะในหมวดเศรษฐศาสตร์ส่วนหมวดอื่นผมว่าไม่ควรลดระดับความเข้มข้น)

ปล.ผมชอบระดับความเข้มข้นในดีกรีตอนนี้แต่เกรงว่าผู้อ่านบางส่วนจะรับยากสักเล็กน้อย
ขออภัยหากการแสดงความเห็นนี้ทำให้คุณเสีย self
ความคิดเห็นที่ 5
kilroy วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 21.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

Microeconomic Theory ของ M-W-G วางอยู่บนหิ้งหนังสือของผมเรียงอยู่ข้าง ๆ กับ Varian และ Kreps
ทั้งสามเล่มขอสารภาพว่าเกินกำลังของผมที่จะอ่านมันได้อย่างเพลิดเพลิน
เนื่องจากภูมิหลังทางคณิตศาสตร์ของผมอยู่ในระดับหน่อมแน้มมากที่จะเข้าถึงได้
แต่ผมเป็นประเภทอยากรู้อยากเห็นว่าสุดยอดตำราของ 'จุลเศรษฐศาสตร์' ในโลกตะวันตกเขาเขียนอย่างไร
จึงมีครบทั้งสามเล่มแต่ได้เลิกล้มความพยายามในการอ่านไปแล้ว
แต่จะลองไปอ่านท้ายบทของ M-W-G ตามที่คุณ hesse แนะนำ
ความคิดเห็นที่ 4
kilroy วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

โอ๊ะ โอ ! มาร์กซ ไอคอน
keynesian อย่างผมจะยังเป็น 'กัลยาณมิตรทางปัญญา'
ได้หรือเปล่าครับนี่...อิ อิ
ขอบคุณที่เคยแวะไปบล็อกที่ไม่มีสาระของผม
ความคิดเห็นที่ 3
ปฐม วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 03.27 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ขอบคุณครับ

ขออ่านและทำความเข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 2
ew*-* วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 03.12 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// ร้มีด่พื่ //=-= 

หนูมะชอบเศรฐศาสตร์


ความคิดเห็นที่ 1
กันเอง วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/guneng

ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31