• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 21122
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2550
13 เกมสยอง ทุนนิยมกินคน
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 373 , 01:01:12 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

กระบวนภาพยนตร์ที่สื่อสารให้เห็น “สันดานดิบ” ของมนุษย์นั้น คงต้องกล่าวถึง Se7en (1995)ของ David Fincher ที่นำเสนอสารได้อย่างน่าสนใจอีกทั้งยังแหวกผ่านรูปแบบการทำหนังในช่วงทศวรรษที่ 90 ด้วยการหยิบประเด็นบาปทั้ง 7 ของคริสเตียนมาถ่ายทอดให้เราเห็นกิเลสหนาๆของมนุษย์

สำหรับหนังไทยนั้น, งานของ “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กับเรื่อง “13 เกมสยอง” (2549) นับว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะเนื้อหาที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อ นอกจากนี้แล้วการแสดงของ กฤษฎา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู นั้นจัดว่ามีพลังและทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามได้ไม่น้อย

13 เกมสยองหรือ 13 Beloved สร้างขึ้นจากพล็อตเรื่องการ์ตูนไทยของ “เอกสิทธิ์ ไทยรัตนะ” หนังพูดถึง “ภูชิต พึ่งนาทอง” ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่ง ยึดอาชีพเป็นเซลล์ขายเครื่องดนตรีโดยบุคลิกแล้วภูชิตดูเหมือนเป็นคนติ๋มๆ อ่อนโยน ใจเย็น ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ที่มีชีวิตอยู่ในสังคมทุนนิยมเมืองซึ่งมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากป่า หากแต่เป็น “ป่าคอนกรีต” ที่มนุษย์ผู้แข็งแรงกว่ามักเอาเปรียบมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ

               

หนังบอกเล่าถึงความ “ซวย”ของภูชิต ตั้งแต่ถูกเพื่อนรุ่นพี่เอาเปรียบขายของตัดหน้า จนเป็นสาเหตุให้เขาถูกไล่ออกจากงาน เท่านั้นไม่พอครับ พี่แกยังถูกFinanceยึดรถเสียอีก แถมถูกแฟนทิ้ง มีปัญหาหนี้สินบานตะไท ปัญหาต่างๆที่มารุมเร้าภูชิตไม่ผิดอะไรกับ “แมลงวัน” ที่มาวนเวียนสร้างความรำคาญให้กับเขาและนี่เองที่หนังกำลังจะเปิดให้เห็น “สันดานดิบ” ของมนุษย์คนหนึ่งที่เหมือน “หมาจนตรอก” และยอมทำทุกทางเพื่อเงิน

               

ผมขออนุญาตไม่เล่าเรื่อง “เกม” ทั้ง 13 ที่ภูชิตจะต้องเล่นเพราะหากเล่าไปคงจะเสียอรรถรสในการดูหนังเรื่องนี้ และหลังจากที่ผมดูหนังเรื่องนี้จบลง ผมรู้สึกถึงคำพูดหนึ่งที่ว่า “สุดท้ายแล้ว ทุนนิยมมักจะกลืนกินตัวมันเอง” ผมไม่แน่ใจว่าไปอ่านพบมาจากหนังสือเล่มไหน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมกลับเห็นว่า “ทุนนิยมนั้นมันกินคนเป็นอาหารครับ”

           

ภาพของนายภูชิต ที่น้อยนำแสดงนั้น เป็นตัวแทนของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆท่านๆรวมทั้งผมคนหนึ่งด้วยครับ  มีคำพูดหลายคำในหนังที่สะท้อนให้เห็นความฝันของมนุษย์เงินเดือน เช่น ปีนี้จะได้โบนัสเท่าไรนะ จะมีโอกาสขยับเป็นหัวหน้างานหรือเปล่า

               

มีครั้งหนึ่งที่ผมเคยหลงใหลได้ปลื้มไปกับปรัชญาของ Marxist ครับ โดยเชื่อในพลังของชนชั้นกรรมาชีพ เชื่อในความเสมอภาคและความเป็นธรรมในการกระจายทรัพย์สิน แต่ความหลงใหลได้ปลื้มของผมได้หดหายไปเมื่อผมเริ่มพบว่าโลกของความเป็นจริงนั้นไม่ได้บริโภคอุดมการณ์เป็นภักษาหาร ด้วยเหตุนี้เองตำราของนาย Marx อย่าง Das Capital และ Communist Manisfesto จึงถูกยัดเก็บนอนนิ่งอยู่ด้านในสุดของชั้นหนังสือ

               

แม้ว่าทุนนิยมหรือ Capitalism นั้นจะทำให้มนุษย์อย่างเราๆสุขสบายแต่มันกลับพรากอะไรบางอย่างในตัวเราไป ไอ้อะไรบางอย่างที่ว่านี้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็น “จิตวิญญาณ”หรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งที่โลกทุนนิยมคำนึงถึง “เงิน” เป็นตัวตั้งเสมอ และสิ่งที่ตามมาคือ “การหาเงิน”ซึ่งบางครั้งก็ไม่สนใจว่ามันจะได้มาด้วยวิธีการใด

               

ข้อถกเถียงในเรื่องเงินนั้น นักเศรษฐศาสตร์สำนัก Classic บอกว่า Money is medium exchange. พูดง่ายๆก็คือ เงินเป็นแค่สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น แม้ว่าพลพรรค Keynesian จะมองว่าเงินทำหน้าที่ทั้งเป็นสื่อกลาง แต่ก็ยังเก็งกำไรได้ด้วย อีกทั้งถือไว้ยามฉุกเฉินแต่สถานภาพของเงินในทัศนะของพวกเขาก็ดูจะไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก ผิดกับแนวคิดของ Monetarism ภายใต้การนำของ Milton Friedman ที่มองว่า “Money is matter” หรือ เงินนั้นมีความหมายมากทีเดียว

               

จะเห็นได้ว่าทัศนคติต่อเงินของนักเศรษฐศาสตร์แต่ละสำนักมีไม่ตรงกันเลยนะครับ แต่จุดร่วมกันของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์หรือไม่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นั้นต่างก็เชื่อว่า “เงินนั้นสำคัญ”หรือ Money is important. บางทีอาจจะต่อด้วยซ้ำว่า “เงินนั้นเป็นสิ่งจำเป็น” Money is essential.

           

13 เกมสยอง ของ คุณมะเดี่ยว ได้สะท้อนภาพบิดบูดของสังคมเมืองหลวงที่แม้พัฒนาวัตถุไปเสียไกลโข แต่จิตใจกลับไม่พัฒนาแถมยังถดถอยอีกต่างหาก สังเกตได้จากเกมที่เอามาให้เล่น ผมคิดว่า“ความเห็นแก่ตัว” กำลังจะกลายเป็นทูตของพระเจ้าองค์ใหม่ นั่นคือ “เงิน” เพราะความเห็นแก่ได้นี้เองที่เชื้อเชิญให้มนุษย์เข้ามากอบโกยอะไรก็ได้ที่แปลงเป็น “เงิน”ได้โดยไม่ต้องคิดถึงความผิดชอบชั่วดี (หิริโอตัปปะ)

               

ชั่วชีวิตของผมคงไม่ได้เห็นพัฒนาการของทุนนิยมได้มากไปกว่านี้แน่นอนครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตอันใกล้นี้หลายประเทศจะถูกบีบให้เลือกเดินตามเส้นทางระบบทุนนิยม โลกอีกร้อยปีข้างหน้าเราอาจเห็นตลาดหุ้นร่างกุ้ง ในเมียนมาร์ กำลังทำสถิติทะลุ 1,000 จุด หรือไม่งั้นเราอาจได้ยินข่าวการเปิดการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลภูฎาน ซึ่งอะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้นนะครับกับทุนนิยมกินคนแบบนี้

Hesse004

               


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
TheQueenofNostalgia วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 17.43 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ส่วนจอมพล ป. กล่าวว่า งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข

อืม ไม่เกี่ยวสินะเนี่ย


ความคิดเห็นที่ 3
kilroy วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.33 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

เอนทรีนี้เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของการเรียนเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นผ่านแผ่นฟิลม์

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าทัศนะในเรื่องของ 'เงิน' ที่แตกต่างกันของสำนักคลาสสิคและสำนักเคนส์เซียน ทำให้วิธีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสองสำนักจะมีวิธีการและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ทุกวันนี้หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอภิปรายกันก็ยังเถียงกันไม่จบ

ตกลงคุณ hesse ว่าเงินนี่มัน neutral หรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 2
kilroy วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

คงต้องน้อมนำกระแสพระราชดำรัส 'เศรษฐกิจพอเพียง' มาเป็น flagship ในการดำเนินชีวิต ถึงจะบรรเทาเรื่องค่านิยมในวัตถุที่เกินพอดีไปมาก
หนังเรื่องนี้ยังไม่ได้ชมครับแต่อยู่ในลิสท์ที่จะหามาดูเหมือนกัน
สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องทำคือเรียนรู้ที่จะอยู่กับทุนนิยมอย่างเท่าทันอย่าให้ระบบมา exploit ตัวเราเกินไปนัก
ความคิดเห็นที่ 1
Boris วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/boris

“ทุนนิยมนั้นมันกินคนเป็นอาหารครับ” .. ประโยคนี้เรานึกถึงเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของหลู่ซิ่น บิดาวรรณคดีจีน เขียนถึงประเด็นนี้ได้อย่างกินใจ

เราเคยอ่าน Communist Manisfesto ของมาร์กซ์ ที่อ่านไม่ใช่เพราะเชื่อในทฤษฎี แต่หนังสือเล่มนี้เป็นโฉมหน้าสำคัญบทหนึ่งทางประวัติศาสตร์ เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่น่าอ่านอย่างยิ่ง อ่านแล้วรู้สึกถึงพลังของหนังสือ มาร์กซ์เป็นคนเขียนหนังสือที่โน้มน้าวคนได้เก่งมาก

ถึงแม้ระบบทุนนิยมเสรีมีจุดอ่อนมากมาย แต่เมื่อเทียบกับเผด็จการในคราบสังคมนิยม (คอมมิวนิสต์) แล้ว ย่อมดีกว่ามาก ลองนึกถึงรัสเซียในยุคสตาลินหรือจีนในยุคเหมา เป็นยุคที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ

เราสนใจทฤษฎี The End of History ของฟูกูยามา อ่านหนังสือของเขาแล้วเห็นคล้อยตามในหลายๆประเด็น ทุนนิยมเสรีพัฒนามาถึงที่สุดแล้ว วิวัฒนาการของโลกต่อไปจะไม่มีความขัดแย้งในอุดมการณ์ทางการเมือง เราอยู่ในยุคสิ้นสุดทางประวัตศาสตร์..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31