• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 23849
  • จำนวนผู้โหวต : 53
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2550
ปรัชญาในเพลง "เรวัต"
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 536 , 23:52:00 น.  
พิมพ์หน้านี้


“ชีวิตสั้น ศิลปะนั้นยืนยาว”

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ช่วงปลายปี 2539 วงการเพลงไทยได้สูญเสียบุคคลระดับ “ตำนาน” นามว่า “เรวัต พุทธินันทน์”  กล่าวกันว่า เรวัติ หรือ พี่เต๋อ ของน้องๆนั้นคือแรงบันดาลใจในการพัฒนาเพลงไทยสากลของนักดนตรีชื่อดังหลายคนในปัจจุบัน

นับตั้งแต่ “แกรมมี่” ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในบรรณพิภพเพลงไทย เรวัต พุทธินันทน์ , เขตอรัญญ์ เลิศพิพัฒน์ , นิติพงษ์ ห่อนาค , ชาตรี คงสุวรรณ , จาตุรนต์  เอมซ์บุตร , อัสนี โชติกุล , อภิชัย เย็นพูนสุข , วิชัย อึ้งอัมพร , อุกฤษฎ์ พลางกูร ฯลฯ พวกเขาเหล่านี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินแกรมมี่ยุคบุกเบิก ในฐานะนักทำเพลง นักแต่งเพลงและนักดนตรี

สำหรับ เรวัต พุทธินันทน์ นั้น , เขาเปรียบเสมือนจอมทัพใหญ่ที่พยายามประสานสิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะ”ให้ไปด้วยกันกับ “พาณิชย์” อย่างไรก็แล้วแต่ “ลายเซ็น” ของเรวัต ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเพลงที่เขาแต่งนั้นยังสะท้อนปรัชญา มุมมองและความคิดของผู้ชายคนนี้ได้ดี 

เมื่อคืนนี้ผมใช้เวลาไปกับการอ่านเนื้อร้องที่ “เรวัต พุทธินันทน์” แต่ง สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบจากเนื้อร้องเหล่านี้ คือ “ปรัชญาความคิด” ครับ

 พี่เต๋อได้เขียนเพลงให้กับศิลปินหลายท่าน แต่ที่เห็นจะมากที่สุดน่าจะเป็น “ธงไชย แมคอินไตย” ครับ

ผมลองมานั่งเรียบเรียงและแยกหมวดหมู่เนื้อร้องที่พี่เต๋อเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2526 กับอัลบั้มเต๋อ 1 จนกระทั่งเพลงช่วงท้ายๆประมาณปี 2538 ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น เพลง “สักวันต้องได้ดี” ผมลองสรุปเองคร่าวๆอย่างนี้ครับว่า เนื้อเพลงที่พี่เต๋อถ่ายทอดไว้นั้นบ่งบอกถึงวิธีคิดและมุมมองไว้เด่นๆ 3 ประการ คือ  อุดมคติการใช้ชีวิต , สภาพสังคมทั่วไป และ ความรัก ครับ

เริ่มจากอุดมคติการใช้ชีวิตนั้น เพลง “หมู่บ้านในนิทาน” อัลบั้มเต๋อ 1 (2526) น่าจะเป็นตัวอย่างแรกที่ชัดเจน ดูจากเนื้อร้องที่ว่า

 “ ก่อนยังมีแดนห่างไกล ไกลนักแต่มีคนพักอาศัย บางคนที่เคยไป ยังติดใจหนักหนา มีชาวบ้านชาวนา กินอยู่มานมนาน มีทุ่งนาป่าเขียวสดงาม มีน้ำใสอยู่ในลำธาร ผู้คนเลยชื่นบาน ไม่มีใครร้าวราน หมู่บ้านในนิทาน สุขสันต์ตลอดมา” นี่น่าจะเป็นวิธีการมองโลกแบบพี่เต๋อครับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความรักสงบและรื่นรมย์กับธรรมชาติ ซึ่งเพลงต่อมาอย่าง “  โลกสีขาว” อัลบั้มเต๋อ 2 (2528) ได้สะท้อนให้เห็นโลกอุดมคติของพี่เต๋อในโลกสีขาวไว้ว่า

 “ทุกผู้คนอยู่ในชุดสีขาวไร้การหลับนอน ไร้ความหิว ความอยาก ไร้ความขัดแย้ง ไม่มีแบ่งชนชั้น ไร้การฆ่าฟัน ไม่มีการพูดจา เห็นมีแต่รอยยิ้ม ในโลกสีขาว” 

พิจารณาจากเนื้อร้องที่พี่เต๋อเขียนนั้น แม้จะไม่ได้หนักหน่วงเหมือนเพลงเพื่อชีวิตแต่วิธีคิดและมุมมองที่ถ่ายทอดมาในบทเพลงนับว่าสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย ผมสังเกตว่างานของพี่เต๋อนั้นไม่ได้จมอยู่แค่เรื่องของ “อกหักรักคุด” สถานเดียว หากแต่ผลงานยังสื่อสารถึงทัศนคติวิธีคิดได้อย่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง 

อีกเพลงที่น่ากล่าวถึง คือ เพลง “มือน้อย” อัลบั้มเต๋อ 1 (2526) ครับ เพลงนี้กล่าวถึงความบริสุทธิ์ของเด็กเกิดใหม่ได้งดงามมาก

 “ใสสะอาดดุจดัง น้ำค้างกลางแสงเดือน เหมือนกุหลาบดอกน้อย ไร้ร่องรอยราคี” นอกจากนี้พี่เต๋อดูจะให้ความสำคัญกับเด็กมาก โดยเฉพาะเมื่อเราได้ยินเพลง “บทเพลงเพื่อเด็ก” อัลบั้มเต๋อ 2 (2528) ผมชอบท่อนสร้อยของเพลงนี้มากครับ 

“เด็กเรียนรู้ตั้งแต่ตัวน้อย เด็กจะคล้อยไปตามผู้ใหญ่ รู้อะไรเพราะผู้ใหญ่ชี้นำ เด็กจะดีเพียงใดนั้น รู้รู้กัน อยู่ที่ใคร ที่จะคอยดูแลเขา ขอให้เราอย่าละเลย ช่วยกัน” หรือแม้แต่เพลง “หนูอยากเป็นอะไร” ที่พี่เบิร์ดร้องในอัลบั้ม ... (2531) เพลงนี้มีพี่เต๋อ พี่ดี้และบุษบาแต่งร่วมกัน 

สำหรับในแง่สภาพสังคมทั่วไป นั้น , เพลงของพี่เต๋อสะท้อนให้เห็นความเป็นไปของยุคสมัยนั้นๆได้ดี เช่น เพลงดังอย่าง “เจ้าสาวที่กลัวฝน” ในอัลบั้มเต๋อ 1 (2526) ที่พูดถึงทัศนคติของผู้หญิงที่กลัวการมีชีวิตคู่  เพลง “ดอกไม้พลาสติก” อัลบั้มเต๋อ 1 อีกเช่นกันที่พูดถึงความสวยที่มาจากมีดหมอที่ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับดอกไม้พลาสติก

เพลง “ปากคน” และ “มันแปลกดีนะ” ในอัลบั้มเต๋อ 2 (2528)พูดถึงมุมมองและความสงสัยที่มีต่อสภาพสังคมในช่วงนั้น อย่างเนื้อที่ร้องว่า

 “มีคนเขาอยู่เมืองนอก ไม่ต้องบอกว่าชื่ออะไร เขาคิดให้เราแต่งตัว ถ้าเขามั่วจะรู้ได้ไง คนนำมีอยู่แค่สองสาม แต่คนตามนั้นยานตะไท ไม่รู้เป็นใครที่ไหน พ่อแม่ก็ไม่ใช่ แต่เราก็ตามเขาไป” หรือ

 “บอกต่อต่อกันมา แล้วบอกต่อต่อกันไป แต่มาบอกยังไงเรื่องราวจึงได้ผิดไป อยากจะรู้เรื่องเก่ามันอยู่ตรงไหน ถูกดัดแปลง หรือแต่งไปอีกเพียงใด ชอบต่อและแต่งเติมนัก เพราะปากมันหยุดไม่ไหว กลายเป็นอื่นทุกที”

งานในอัลบั้มเต๋อ 3 (2529) บรรยายเรื่องราวการพัฒนาประเทศไทยโดยเฉพากระแสการจะก้าวสู่ความเป็น NICS เพลงอย่าง “เมืองใหญ่เมืองนี้” คือ เพลงที่ทำให้เห็นภาพเมืองกรุงเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้ดี

 “ เมืองใหญ่เมืองนี้เมืองดีของคนเมือง เห็นความรุ่งเรืองเห็นคนเมืองล้วนมากมาย เมืองใหญ่เมืองนี้เมืองดีของใครใคร ทั้งที่คนมากมามายดูดูไปเหมือนไร้ผู้คน ” หรือ เพลง “สมปองน้องสมชาย” ที่กล่าวถึงความรันทดของแรงงานอย่างสมปองว่า

 “มาทำงาน เป็นคนงานเงินเดือนน้อย เหนื่อยจนแทบขาดใจ....เหนื่อยจนใจหมดหวัง”

ดูเหมือนผมจะลืมอะไรไปบางอย่างนะครับ ผมว่า “กำลังใจ” คือสิ่งที่ได้รับจากการฟังเพลงของพี่เต๋อ เพลง “คงจะมีสักวัน” อัลบั้มเต๋อ 3 (2529) ยังถูกนำมาขับขานใหม่อยู่เสมอ ท่อนร้องที่ว่า 

“หากใจท้อ ขอจงอดทนหนทางที่เดินไป เหนื่อยเพียงไหน ไม่กลัวสิ่งใดก้าวไปให้มั่นคง” ฟังเพลงนี้ทีไรกำลังใจถูกปลุกขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียว เหมือนเพลง “ตะกายดาว” ที่ผมคิดว่าไม่มีใครร้องได้ไพเราะกินใจได้เท่าพี่เต๋ออีกแล้ว  ในช่วงปลายชีวิตของพี่เต๋อนั้น เพลง “สักวันต้องได้ดี” น่าจะตอกย้ำให้เห็นคุณค่าของการทำดีว่า 

“อย่างน้อยสิ่งที่เราได้ทำลงไป ไม่คิดอะไรก็แค่ภูมิใจที่เป็นคนดี อย่างน้อยบอกตัวเองหนทางยังมี แม้ในวันนี้มันจะโหดร้าย ก็ยังคงทำดีไม่เคยหวั่น รู้ว่าสักวันต้องได้ดี” 

ถ้าจะพูดถึงเพลงของเรวัต พุทธินันทน์ เพลงๆหนึ่งที่เสมือนตัวแทนของผู้ชายคนนี้เลย นั่นคือ เพลง “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” อัลบั้มเต๋อ 1 (2526) ครับ  เพลงนี้ได้ “อัสนี โชติกุล” เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง ผมว่าเพลงนี้เป็นเพลง “ตกผลึก” ทางความคิดที่พี่เต๋อถ่ายทอดไว้ยอดเยี่ยมถึงสัจธรรมที่ว่า

 “เปรียบคนเราเหมือนดังขึ้นภูเขา ฝ่าไปเอาหมายตัวเราก้าวไกล สูงสูงขึ้นไปใครจะอยู่ข้างเรา กิเลสยุเย้าให้ปีนป่าย ไร้มิตรแท้ถึงแม้ยิ่งใหญ่ ใหญ่เกินไปไม่มีใครเอา ยิ่งสูงยิ่งหนาวยิ่งเหงายิ่งห่าง อยู่บนทางนึกหวั่นนึกพรั่นความหนาว” 

ผมชอบคำว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาวยิ่งเหงายิ่งห่าง” เพราะมันกินความได้ดีกับสภาพของคนที่อยู่บนจุดสูงสุด

สำหรับปรัชญาความรักนั้น , เพลงที่ผมประทับใจอย่าง “สองเราเท่ากัน” ในอัลบั้มเต๋อ 3 (2529) ผมว่าเป็นมุมมองความรักที่ให้เกียรติผู้หญิงมากครับ

“มือจับมือ ใจคล้องใจ ไม่มีใครนำใคร ไม่มีใครตามใคร สองเราเท่ากัน ผูกพันสายใย สองเราเข้าใจ ก้าวเดินไปพร้อมกัน”  เพลงนี้ผมชอบเสียงพูดของพี่เต๋อครับผมว่าเสียงแกมีเสน่ห์มาก 

นอกจากเพลงนี้แล้ว “ที่แล้วก็แล้วไป” อัลบั้มเต๋อ 1 (2526) ก็จัดเป็นความแฟร์ของคนๆหนึ่งที่ใช้หัวใจและความรักเป็นตัวตั้งมากกว่าที่จะมองความผิดพลาดที่ผ่านมาของอีกคน 

“ฉันไม่แคร์ ถึงแม้เธอหวั่น ลองฟังฉันดีกว่า รักนั้นพา ให้เธอเคยผิดพลั้งไป แล้วทำไมใครใครต้องคอยซ้ำเติม ทิ้งเรื่องเดิมมาเริ่มกันใหม่ เป็นไปได้แน่นอน ฉันขอวอน เรื่องก่อนก่อนที่แล้วมา ขอเธออย่า เอามากลุ้มใจ”

จริงๆแล้วเพลงโรแมนติคที่พี่เต๋อแต่งขึ้นมานั้นยังมีอีกหลายเพลงครับ อย่างเพลง “ให้เธอ”ที่วสันต์ โชติกุล ขับร้องนั้นก็เป็นผลงานเขียนเพลงของพี่เต๋อ อีกเช่นกัน

ผมนึกถึงคำพูดหนึ่งในหนังเรื่อง The Possible หรือ เก๋า เก๋า (2549)ของ วิทยา ทองอยู่ยง คำพูดที่ “อู๋”บอกกับ “ต๋อย” ว่า “ถ้าวันนั้นวงที่หายไปเป็น The impossible ผมเชื่อว่าทุกๆปีจะมีคนจัดคอนเสิรต์รำลึกถึงพวกเขา” เหมือนที่วันนี้คุณวินส์ตันและคุณ Kilroy กำลังทำอยู่ด้วยใจรักและศรัทธาในตัวผู้ชายคนนี้ไงครับ.....เรวัต พุทธินันทน์

Hesse004

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
มิสนอราห์ วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

ขอบคุณค่ะถือเป็นการให้มุมมองเพลงของคุณเต๋อสำหรับเด็กรุ่นลูก
ความคิดเห็นที่ 8
มิสนอราห์ วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

ขอบคุณค่ะถือเป็นการให้มุมมองเพลงของคุณเต๋อสำหรับเด็กรุ่นลูก
ความคิดเห็นที่ 7
getterTu วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/getterTu

วิเคราะห์สรุปได้ดีมากเลยครับ เห็นด้วยๆ
ความคิดเห็นที่ 6
ภาษาหลากสี วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

ยอดเยี่ยมมากค่ะ กับปรัชญาในเพลงของพี่เต๋อ

ความคิดเห็นที่ 5
winston วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 08.45 น.
http://www.oknation.net/blog/adayinthelife
You are what you love

เต๋อมีคอนเซ็พท์ในการเสนอตัวตนของเขาผ่านทางเนื้อเพลงจริงๆครับ....
ความคิดเห็นที่ 4
kilroy วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ขอบคุณ
คุณ hesse004 ที่เข้าร่วมโครงการนี้
ผมอ่านจบแล้วแต่ขอไม่แสดงความเห็นในตอนนี้

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3
ปฐม วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 02.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

เพลงของพี่ฟังดีและได้คิด
ผมเคยติดอยู่พักนานนักหนา
ยิ่งสูง ก็ฟังคลอน้ำตา
และยิ่งมา สักวันต้องได้ดี

เพลงเหล่านี้งามถ้อยและทั้งเสียง
สรรพสำเนียงส่อส่องได้ถึงที่
เจาะกลางใจคนให้ได้คิดดี
คารวะ คุณพี่ ด้วยดวงใจ

กรี๊ดดดดด



กร๊ากกกกก


ความคิดเห็นที่ 2
pigletlovepooh วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 00.31 น.
“I just want to be sure of you.”

คุณ hesse004,

คุณนั่นแหละ "ตกผลึกในความคิด" จริงๆ
"Reading maketh a full man, conference a ready man, and writing an exact man." -- Sir Francis Bacon



ความคิดเห็นที่ 1
pookcl วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 00.04 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

มาอ่านทบทวนความทรงจำอีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30