พิมพ์หน้านี้
|
นับแต่ภาพยนตร์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะที่เป็นศิลปะแขนงที่ 7 การบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติผ่านมุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์นั้นเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น หนังสกุล (Genre) ประวัติศาสตร์หรือแนวพีเรียดย้อนยุคนั้นได้ถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่หลากหลายทั้งในแง่เชิดชูวีรกรรม รำลึกถึงบรรพชน แม้กระทั่งการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของคนโบราณในอดีต
โดยส่วนตัวผมแล้ว การดูหนังประวัติศาสตร์ยิ่งสร้างอรรถรสในการบริโภคความรู้ได้เอร็ดอร่อยยิ่งนัก
อโศกมหาราช หรือ Asoka (2001) จัดเป็นมหากาพย์ภาพยนตร์อินเดียอีกเรื่องหนึ่งที่ Santosh Sivan ผู้กำกับชาวภารตะได้หยิบเรื่องราวของมหาราชผู้ยิ่งใหญ่มาถ่ายทอดให้เห็นประวัติศาสตร์และร่องรอยวัฒนธรรมของชาวชมพูทวีปเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว
ผมเชื่อว่าภาพแรกที่เรานึกถึงหนังอินเดียคือ ภาพพระนางที่กำลังวิ่งหยอกเย้ากันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้หนังแขกส่วนใหญ่มักเป็นหนังเพลง ซึ่งก็น่าสนใจเหมือนกันครับว่า หนังของHollywood ในช่วงทศวรรษ 50 -60 ที่นิยมสร้างหนังเพลงอย่าง Singin in the rain (1952)หรือ The sound of music (1965) นั้น หนังเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากหนังของ Bollywood ในอินเดียหรือเปล่า
อโศกมหาราชของ Santosh Sivan นั้นได้ฉายให้เห็นภาพของพระเจ้าอโศก (Ashoka) ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์เมารยะ (Maurya dynasty) กล่าวกันว่าราชวงศ์นี้เคยรุ่งเรืองอยู่บริเวณชมพูทวีปช่วงหลังสมัยพุทธกาล ประวัติศาสตร์อินเดียโบราณได้บันทึกไว้อย่างนี้ครับว่า พระเจ้าจันทรคุปต์ (Chandragupta) เป็นผู้สถาปนาราชวงศ์เมารยะโดยมีศูนย์กลางอาณาจักรอยู่ที่แคว้นมคธ (Magadha) ปัจจุบันแคว้นนี้คือบริเวณรัฐพิหาร (Bihar) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดียนั่นเองครับ
พระเจ้าจันทรคุปต์เป็นกษัตริย์ผู้เก่งกล้าเพราะนอกจากพระองค์จะทำสงครามขยายอาณาเขตไปยังดินแดนต่างๆในชมพูทวีปแล้ว พระองค์ยังเคยต่อกรกับกองกำลังของพระเจ้า Alexander มหาราชด้วย
ผมเชื่อว่าเหตุผลหนึ่งที่คนโบราณต้องทำสงครามขยายดินแดนออกไปเรื่อยๆนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการปัจจัยการผลิตนั่นก็คือ ที่ดินและแรงงาน นอกจากนี้ผลพวงของสงครามยังเป็นการเปิดเส้นทางการค้าให้กับพ่อค้าจากโลกตะวันออกและโลกตะวันตกได้พบกันอีกด้วย
แม้ว่าพระเจ้าจันทรคุปต์จะมีพระปรีชาสามารถเพียงใด แต่ในประวัติศาสตร์อินเดียกลับยกย่องให้พระราชนัดดา (หลาน)ของพระองค์คือ พระเจ้าอโศกมหาราช ว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของแผ่นดินอินเดียครับ
เรื่องราวของพระเจ้าอโศกมหาราชในแผ่นฟิล์มนั้นนับได้ว่าสามารถเก็บรายละเอียดที่สำคัญได้เกือบหมด แม้ว่าประเด็นในเรื่องการที่พระองค์หันมาศรัทธาในพุทธศาสนาจะกล่าวไว้น้อยเกินไป แต่โดยภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ
นอกจากนี้การใช้ ภาษาถิ่น ในการดำเนินเรื่องก็เป็นเสน่ห์ที่สำคัญสำหรับหนังแนวประวัติศาสตร์ของชนชาตินั้น เหมือนที่ Mel Gibson ใช้ภาษา Maya ในหนังเรื่อง Apocalypto (2007) เช่นเดียวกับ Asoka (2001) ที่ Santosh Sivan เลือกใช้ภาษาฮินดีมาเป็นภาษาหลักในการดำเนินเรื่อง
หากมองในแง่ของ โลกาภิวัตน์ แล้ว ผมเชื่อว่าผู้กำกับอินเดียพยายามถ่ายทอดเรื่องราวของพระเจ้าอโศกมหาราชให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงพระปรีชาสามารถและคุณงามความดีของพระองค์ ทั้งนี้หลังจากสงครามที่กลิงคะ (Kalinga)แล้ว พระองค์ได้สำนึกถึงบาปที่กระทำไปจากการฆ่าฟันผู้คนมากมายด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงหันมาศรัทธาพุทธศาสนาและเปลี่ยนแปลงพระองค์ใหม่จนเป็น ธรรมราชาในที่สุด อโศกมหาราช คือ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประวัติศาสตร์อินเดียที่เคยยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองมาก่อนความศิวิไลซ์ของฝรั่งหัวแดง ทั้งนี้ต้องอย่าลืมนะครับว่าอินเดียนั้นเคยถูกอังกฤษกระทำชำเราในฐานะที่เป็นดินแดนอาณานิคมแถมยังถูกอังกฤษขูดรีดทรัพยากรทุกอย่างไปหมดเพียงแต่สิ่งเดียวที่อังกฤษเอาไปจากชาวภารตะไม่ได้คือวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกมานาน
อินเดียในศตวรรษที่ 21 นี้กำลังจะกลายเป็น มหาอำนาจใหม่ทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับจีน หรือที่เราเรียกรวมกันว่า Chindia คนบัญญัติศัพท์คำนี้คือ Jairam Ramesh นักเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดียปัจจุบันแกเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย
Ramesh แกบอกไว้ว่าโลกในอนาคตทั้งจีนและอินเดียจะผนึกกำลังกันสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจโดยจีนใช้ความได้เปรียบในเรื่องการผลิต Hardware ส่วนอินเดียก็จะพัฒนาเรื่อง Software ไป
ท้ายที่สุดผมนึกถึงภาพของเส้นทางสายไหมที่มาร์โคโปโล เคยใช้เดินทางจากโลกตะวันตกเข้ามายังโลกตะวันออก เส้นทางนี้ต้องผ่านอินเดียเพื่อจะเข้ามาสู่อาณาจักรจีนไงครับ Hesse004 |
| "จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso | ||
จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||