• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14858
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2550
จาก "Pyramid system" ถึง "Rotation football" กับปรัชญาฟุตบอลที่เปลี่ยนไป (ตอนที่2)
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 309 , 12:15:48 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อไม่กี่วันมานี้องค์กรโลกบาลทางฟุตบอลอย่าง Fifa ได้ประกาศยกเลิกกฎการหมุนเวียนการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกที่กำหนดให้เวียนตามทวีปละ 1 ครั้ง การยกเลิกดังกล่าวทำให้อังกฤษซึ่งอกหักจากเจ้าภาพบอลโลกครั้งล่าสุด (2006) กระดี๊กระด๊าอีกครั้ง เพราะปี 2018 อังกฤษได้กลายเป็นเต็งหนึ่งในการเป็นเจ้าภาพบอลโลกครั้งที่ 21

สำหรับประเด็นการยกเลิกกฎนี้นั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องของธุรกิจและผลประโยชน์ล้วนๆครับ ทั้งนี้ฟุตบอลโลกกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่รองจาก Olympic game ด้วยเหตุนี้เองผลประโยชน์ทางอ้อมจากการเป็นเจ้าภาพ (Host) สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย ว่ากันว่าฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ในปี 2014 ที่ “บราซิล” รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพนั้น บราซิลจะได้รับอานิสงค์จากเม็ดเงินมหาศาลมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ง่อนแง่นมาหลายสิบปี

กลับมาที่เรื่องฟุตบอลดีกว่าครับ , เมื่อตอนที่แล้วผมเล่าค้างถึงความผยองของสิงโตคำรามแห่งเกาะบริเตนใหญ่ว่าไม่ยอมไปร่วมสังฆกรรมบอลโลกครั้งแรกที่อุรุกกวัย (1930) อย่างไรก็ดีชาติอนุรักษ์นิยมอย่างอังกฤษหารู้ไม่ว่า เกมลูกหนังจากดินแดนต่างถิ่นนั้นเขาก็พัฒนาไปไม่น้อยหน้าเหมือนกัน

“อุรุกกวัย” คือ เจ้าลูกหนังโลกในช่วงทศวรรษที่ 30 ครับ เจ้าของฉายา “จอมโหด” ใช้สูตร Pyramid system หรือ สูตร 2-3-5 จนประสบความสำเร็จ นอกจากอุรุกกวัยจะใช้ได้ดีแล้ว รองแชมป์อย่าง “อาร์เจนติน่า” ก็ยึดระบบนี้เหมือนกัน

คราวนี้ลองข้ามกลับไปฝั่งยุโรปบ้างนะครับ ท่านผู้อ่านเชื่อมั๊ยครับว่าทีมเจ้ายุโรปในสมัยนั้นมาจากตอนกลางทวีป อย่าง ฮังการี , ออสเตรีย รวมไปถึง เชค ด้วย นักประวัติศาสตร์ลูกหนังอย่างนาย John Bleum แกเรียกสไตล์ฟุตบอลของทีมแถบนี้ว่า The Danubian school หรือโรงเรียนลูกหนังแห่งลุ่มน้ำดานูป

Danubian school เป็นฟุตบอลที่เน้นความแม่นยำในการผ่านบอลสั้นบนพื้น ราวกับการจ่ายบอลไปบนผืนพรม (Keep it on the carpet) ปรัชญาฟุตบอลง่ายๆนี้มาจากมันสมองของโค้ชสก๊อตแลนด์อย่างนาย Jimmy Hogan ครับ

ผมตั้งข้อสังเกตอย่างหนึ่งนะครับว่าโค้ชดีๆมีมันสมองเป็นเลิศในโลกลูกหนังนั้น เราคงต้องรวมโค้ชชาวสก๊อตเข้าไปด้วย ที่เห็นได้ชัด คือ ท่านเซอร์อล็กซ์ เฟอร์กูสัน แห่งแมนยู และ คิงเคนนี ดัลกลิช อดีตผู้เล่น ผู้จัดการทีมยุคหงส์แดงตะแคงฟ้า

สไตล์การเล่นของทีมยุโรปตอนกลางหรือ Danubian school นอกจากเน้นการผ่านบอลสั้นๆบนพื้นแล้วรูปแบบการเล่นยังคงยึดโยงกับระบบ 2-3-5 อยู่ จนอาจกล่าวได้ว่าช่วงเวลา 80 กว่าปีที่แล้วนั้น สูตรการเล่นฟุตบอล 2-3-5 และ WM ของ Herbert Chapman คือสูตรที่นิยมแพร่หลายมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Danubian school จะทำให้ทีมชาติฮังการี ออสเตรียและเชคนั้นเป็น “เต้ย” ลูกหนังในดินแดนยุโรป แต่แชมป์ฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ในปี 1934 กลับตกเป็นของทีมชาติ “อิตาลี” ครับ

นอกจากความได้เปรียบในการเป็นเจ้าภาพแล้ว “อิตาลี” ยังได้นำสไตล์การเล่นแบบใหม่ที่เรียกว่า “Metodo” มาใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย ชื่อ Metodo น่าจะบอก “เลา”ๆ ได้นะครับว่าเน้นเกมรับที่เหนียวไว้ก่อน

Metodo เป็นรูปแบบการทำทีมของ Vittorio Pozzo ปรมาจารย์ลูกหนังแห่งเมืองมักกะโรนี กล่าวกันว่า Metodo ของ Pozzo นั้น คือ ต้นกำเนิดของเกมที่เรียกว่า Counterattack ครับ เหมือนที่ผมเกริ่นไปข้างต้นแล้วว่าสไตล์การทำทีมช่วงทศวรรษที่ 20-30 ต่างยึดระบบ Pyramid ซึ่งทีมของ Pozzo ก็ยังเล่น 2-3-5 เช่นเดียวกับทีมอื่น แต่พยายามเน้นเกมรับและให้ความสำคัญกับผู้เล่นตำแหน่งปีก 2 ข้างในการทำเกมรุกโต้กลับ

เรียนตามตรงครับว่า ผมเองสนุกกับตัวหนังสือของนาย John Bleum มาก ส่วนหนึ่งพยายามใช้จินตนาการและเชื่อมโยงบริบทบางอย่างในยุคนั้นมาสร้างเป็นภาพเกมลูกหนัง ฟุตบอลโบราณมีฐานะเป็น “กีฬา” ที่ใช้มันสมองของโค้ช สองขาของนักเตะ และหัวใจของคนดู ต่างจากสมัยนี้ที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับธุรกิจ การลงทุน และผลกำไร

ปัจจุบันความสุขจาการบริโภค “ฟุตบอลบันเทิง” ในคืนวันเสาร์เต็มไปด้วยโฆษณาขายของ SMS ทายผล มิพักต้องเอ่ยถึงหนังสือพิมพ์กีฬาที่แปะอัตราต่อรองเต็มไปหมด ใช่แล้วครับนี่คือ “ฟุตบอลในศตวรรษที่ 21”

ผมบ่นมาพอแล้ว กลับสู่โลกลูกหนังต่อดีกว่า ในปี 1938 ฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ที่ฝรั่งเศสนั้น อิตาลี คือ ชาติแรกที่ป้องกันแชมป์รักษาถ้วย “จูริเมต์” (Jules Rimet) ไว้ได้อีกสมัย

การรักษาแชมป์ของอิตาลีสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบ Metodo ทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นในปรัชญาการทำทีมฟุตบอล เพราะแต่เดิมฟุตบอล คือ “การทำประตู” สังเกตได้จาการยัดกองหน้าเข้าไปถึง 5 คนในระบบ Pyramid แต่สำหรับอิตาลีแล้ว ฟุตบอล คือ การป้องกันการเสียประตูและใช้จังหวะฉกฉวยโจมตีคู่แข่ง ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงได้ยินคำพูดเหน็บทีมจากแดนมักกะโรนีว่า “ตีหัวแล้วเข้าบ้าน”ไงครับ

ช่วงทศวรรษที่ 40 เกมลูกหนังต้องหยุดไป เพราะ นักบอลติดภารกิจไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเหตุนี้เอง การชะงักงันในช่วงนั้นทำให้รูปแบบการเล่นไม่ได้รับการพัฒนาเท่าไรนัก

สำหรับตอนหน้าผมจะเล่าถึงฟุตบอลโลกตั้งตั้งทศวรรษที่ 50 ซึ่งว่ากันว่า “เทพเจ้าแห่งลูกหนังตัวจริง” ได้ลงมาจุติแล้วครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
kilroy วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ตอนเด็ก ๆ ผมจำชื่อจริงของเทพเจ้าลูกหนังได้อย่างแม่นยำจนเพื่อน ๆ พากันแปลกใจ
"เอ็ดสัน อรานเตส โด นาสซิเมนโต้"
ตอนหน้าน่าตื่นเต้นมากครับ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30