|

ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนหนังสือของบรมครู ศรีบูรพา ย่อมต้องซาบซึ้งตรึงใจกับประโยคสุดท้ายใน ข้างหลังภาพ (2480) อมตะนิยายรักของศรีบูรพาที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด จะว่าไปแล้ว ความรัก คือ เรื่องที่มนุษย์เราดูจะให้ความสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวัยเจริญพันธุ์เนี่ย ความรักดูจะกลายเป็นแรงขับไปพร้อมๆกับความใคร่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความรัก คือ อะไรกันแน่ล่ะครับ ? ผมตั้งคำถามได้โคตรเชยเลย ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ผมริอ่านเขียนเรื่อง อันเนื่องมาจากความรัก ลงในหนังสือรุ่น ซึ่งเพื่อนหลายคนต่างลงความเห็นว่า เสี่ยวสนิท มิตรส่ายหัว ครับ และเมื่อยิ่งเติบโตขึ้นผมยิ่งเข้าใจแล้วว่า ความรักมักกินไม่ค่อยได้ ด้วยเหตุนี้ความรักจึงเป็นอารมณ์หนึ่งของคนเราที่มาเติมความรู้สึกซึ่งครั้งหนึ่งดูเหมือนจะพร่องไปให้เต็มตื่นอีกครั้ง แต่ความรักจะสร้างสรรค์อะไรที่ดีได้หากเรารู้จัก รักเป็น ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมสัมผัสเรื่องราวของความรักมากมาย บางครั้งก็เป็นเรื่องรักของตัวเอง บางคราวก็เป็นของเพื่อนฝูง ซึ่งหลายต่อหลายเรื่องก็ไม่พ้นอกหัก รักคุด ส่วนเรื่องดีๆก็มีอย่างเรื่องรักที่ลงเอยถึงขั้นแต่งงานแต่งการกัน แต่หลังจากพ้นเรื่องแต่งงานมาแล้ว หลายหนผมยังต้องมาสัมผัสเรื่องรักในอีกรูปแบบหนึ่ง ตั้งแต่เรื่องรักครอบครัว รักลูก รักภรรยา รักสามี ไปจนกระทั่งตัดสินใจที่จะรักตัวเองในวันที่คิดจะหย่าร้าง กลับมาเรื่องที่ผมจั่วหัวไว้ดีกว่าครับ , ท่ามกลางความโรแมนติคที่ปรากฏในหนังรักเกาหลีนั้น Christmas in August (1998) ของนายเฮอ จินโฮ คือหนังรักที่ผมประทับใจมากที่สุดครับ ด้วยเหตุผลคือความเรียบง่ายที่ลงตัวที่คนทำหนังต้องการจะสื่อ นอกจากนี้การนั่งดูหนังเรื่องนี้เหมือนนั่งดูเรื่องราวชีวิตจริงของคนๆหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องไปนั่งดู ปาหี่ Reality Show โดยส่วนตัวแล้วผมว่าหนังเรื่องนี้มีอะไรที่คล้ายคลึงกับนวนิยายรักอย่าง ข้างหลังภาพโดยบังเอิญ แม้ว่าหนังสือของศรีบูรพาจะมีอายุล่วงผ่านมา 70 ปีแล้ว แต่ตัวละครอย่างคุณหญิง กีรติ ก็ยังมีให้พบเห็นกันอยู่ในโลกแห่งความจริง เช่นเดียวกันกับที่ เฮอ จินโฮ พยายามสื่อให้เห็นภาพของ จุงวอน ที่เผชิญอารมณ์รักในห้วงวาระสุดท้ายของชีวิต ว่ากันว่า ความรัก คือ ของขวัญจากพระเจ้าที่มอบให้มนุษย์แต่ละคนได้รื่นรมย์ในชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต แม้ของขวัญชิ้นนี้จะมาในช่วงเวลาที่ทั้งคุณหญิงกีรติและจุงวอนกำลังจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ทั้งสองได้อิ่มเอมกับความทรงจำที่ดี ผมเชื่อว่า จุง วอน คงรู้สึกคล้ายๆกับคุณหญิง กีรติ ที่ว่า ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรักซึ่งจะว่าไปแล้วเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคน คือ ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากพระเจ้านั่นเอง แม้จะส่งมาผิดเวลาไปสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาเลยใช่มั๊ยครับ ถ้ามองความรักในมิติของเศรษฐศาสตร์ บางทีมันอาจเป็นกลไกหนึ่งคล้ายกับกลไกราคาที่เป็นตัวจัดสรรทรัพยากรแห่งความสุขของคนสองคนที่มาพบกัน นั่นหมายถึงการเกิด ดุลยภาพแห่งรัก และหากผมมองความรักเป็นสินค้าชนิดหนึ่งแล้ว ผมจะใช้ความยืดหยุ่นต่อความรัก (Love elasticity) มาเป็นตัวอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น คนประเภทรักเดียวใจเดียว คนจำพวกนี้เป็นพวกมีความยืดหยุ่นต่อความรักต่ำครับ (Inelasticity) กล่าวคือ ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหน คนประเภทนี้ก็ยังยึดมั่นรักคนๆนั้นอยู่วันยังค่ำ แต่ในทางกลับกัน คนเจ้าชู้มักมีความยืดหยุ่นต่อความรักสูง (Elasticity) เพราะพอเวลาผ่านไปแป๊ปเดียว เขาก็จะหันไปหารักจากคนอื่นเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้เองผมจึงสรุปความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับความรักว่ามันควรจะแปรผันตรงกัน กล่าวคือ ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เราควรจะบริโภคความรักมากขึ้น แต่ขอเป็นการบริโภคในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณแล้วกันครับ ว่าแล้วก็ลองตั้งฟังก์ชั่นและสมการชวนหัวให้ดูขลังเสียหน่อย Love = f (Time) L = aT+b L แสดง คุณภาพของรัก a แสดง สัมประสิทธิ์ของความรัก ยิ่งมากยิ่งดี T แสดง ระยะเวลาที่รักกัน b เป็น Error term ซึ่งอาจทำให้คุณภาพของรักมากขึ้นหรือลดลง ก็ต้องแล้วแต่ชนิดของ Error term นั้น เอ! ว่าแต่ว่า รักตามสมการนี้มีความสัมพันธ์แบบเชิงเส้น (Linear)จริงหรือเปล่าครับ หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาคเบื้องต้นและสมการเพ้อเจ้อที่มาอธิบายความรักนั้นดูจะขำๆเหมือนกันนะครับ แต่ดูเหมือนว่ามันก็พอกล้อมแกล้มอธิบายพฤติกรรมมนุษย์กับความรักได้บ้าง แรกเริ่มเดิมทีผมตั้งใจจะเขียนเรื่องหนังของเฮอจินโฮ กับหนังสือของศรีบูรพา แต่ไปๆมาๆกลับมาลงเอยด้วยเศรษฐศาสตร์ ผมว่ามันก็สมแล้วล่ะครับที่เพื่อนๆผมมันลงความเห็นว่าผมเขียนเรื่องรักได้ เสี่ยวสนิท มิตรส่ายหัว จริงๆ Hesse004
|