วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2550
Mr.Bean s Holiday สุขกันเถอะเรา!
Posted by
hesse004
,
ผู้อ่าน : 369
, 02:47:20 น.
พิมพ์หน้านี้
|
 นับตั้งแต่ซีรีส์ตลกชุด มิสเตอร์บีน (Mr. Bean) เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกนั้น ชื่อ บีนได้กลายเป็นชื่อเรียกของ นายโรแวน แอตกินสัน (Rowan Atkinson) ยอดดาวตลกแห่งเกาะอังกฤษไปโดยปริยาย
ปัจจุบันนี้มิสเตอร์บีนของเรามีอายุ 52 ปีแล้ว ทั้งนี้พื้นเพของแกนั้นเป็นชาวเมืองนิวคาสเซิลครับ สำหรับประวัติการศึกษานั้นมิสเตอร์บีนเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล (Newcastle University )และจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด (Oxford University) นับว่าประวัติการศึกษาของพี่ท่านไม่ธรรมดาเลยนะครับ
บีน ก้าวเข้าสู่วงการแสดงโดยเริ่มต้นจากละครเวทีสมัยที่เรียนอ๊อกฟอร์ดและพัฒนาตัวเองกลายเป็นมือเขียนบทละครตลก
ที่อ๊อกฟอร์ดเขาได้พบกับคู่หูคอเดียวกันอย่าง ริชาร์ด เคอร์ติส(Richard Curtis)เจ้าพ่อมือเขียนบทหนังรักโรแมนติคคอมมาดี้ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบันซึ่งทั้งบีนและเคอร์ติส ต่างเคยร่วมงานกันในภาพยนตร์จอใหญ่อย่างเรื่อง Four Weddings and a Funeral (1994) และ Love Actually (2003)
สำหรับ บีน แล้ว เขามีพรสวรรค์ทางการแสดงตลกเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับยอดดาวตลกแห่งเกาะอังกฤษในอดีตอย่าง เซอร์ชาร์ล แชปลิน (Sir Chalres Chaplin)
ผมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ หนังตลก จากเมืองผู้ดีหลายเรื่องว่างานส่วนใหญ่นั้นดูจะมีความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน เรื่องราวมักเล่าถึงวิถีชีวิตทั่วไปของอิงลิชชน อย่าง The Full Monty (1997) ที่มีฉากพ่อพาลูกไปดูฟุตบอลในวันหยุดสุดสัปดาห์
กลับมาที่ บีน กันต่อครับ , ซีรีส์ชุด Mr. Bean นั้นเริ่มออกอากาศครั้งแรกทางโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษเมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี1990 โดยซีรีส์ชุดดังกล่าวออกอากาศติดต่อกันจนกระทั่งสิ้นเดือนตุลาคม ปี1995 โดยจำนวนองก์ (Episode) ที่ออกอากาศนั้นมีทั้งสิ้น 14 องก์ ดูเหมือนลักษณะการนับนั้นจะคล้ายกับละครเวทีเลยนะครับ
ในซีรีส์ชุดบีนนั้นมีมือเขียนบท 3 คน ครับ คือ โรแวน แอตกินสัน , ริชาร์ด เคอร์ติส และ เบน เอลตัน ซึ่งแอตกินสันรับบทเป็น มิสเตอร์บีน เอง
มิสเตอร์บีนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์คอมเมดี้ในยุค 90 และส่งผลให้ชื่อของ โรแวน แอตกินสัน โดดเด่นขึ้นมาในฐานะยอดดาวตลกของโลกปัจจุบัน แอตกินสันนั้นจัดเป็นนักแสดงคุณภาพที่เล่นได้หลายบทบาทจริงๆ แต่ด้วยหน้าตาท่าทางของพี่แกแล้วดูยังไงก็ ขำ ครับ พูดง่ายๆ คือแกเป็น ตลกโดยธรรมชาติ
บีน ขยับขึ้นมาเป็นหนังใหญ่ครั้งแรกเมื่อปี 1997 ครับโดยใช้ชื่อตรงตัวว่า Bean ซึ่งภาพของแอตกินสันก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละคร มิสเตอร์บีน สมัยที่อยู่ในจอโทรทัศน์
ต่อมาเมื่อแอตกินสันมารับเล่นเป็น Johny English ในภาพยนตร์ชื่อเดียวกันเมื่อปี 2003 พี่แกได้สลัดภาพ นายบีน ให้หลุดไปจากภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะบทพูดหรือการแสดงที่ดูจะยียวนน่าหมั่นไส้แต่ก็ให้อารมณ์ขันไม่แพ้นายบีนเลยทีเดียว
และเมื่อแอตกินสันมารับบทเป็นพระนักเทศน์ใน Keeping Mom (2005) แกก็เล่นได้ดีตีบทแตกเสียกระจายซึ่งจะว่าไปแล้วมันน่าจะมาจากพื้นฐานการแสดงละครเวทีของเขาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาด้วย
สำหรับ Mr. Bean Holiday (2007) นั้นเป็นผลงานกำกับของนายสตีฟ เบนเดแลค ครับ (Steve Bendelack) หนังว่าด้วยเรื่องการผจญภัยของนายบีนในดินแดนฝรั่งเศส ซึ่งเกี่ยวพันกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วย
ดูเหมือนหนังเรื่องนี้ผู้กำกับเองเหมือนจะแฝงฉากประชดประชันถึงรสนิยมการดูหนังอาร์ตของเหล่าชาวคานส์อยู่เหมือนกัน เพราะทุกวันนี้หนังที่ฉายเทศกาลนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังอาร์ตที่ดูยากจนแทบจะต้องปีนกระไดดูกัน
ทุกวันนี้ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า ความสุขเป็นอารมณ์ที่เราควรพึงสงวนไว้ให้ดีที่สุดครับ ท่านพุทธทาสเคยเขียนไว้ว่า ความสุขกับความเพลิน มันเป็นอารมณ์ที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละคนก็ดูเหมือนจะมีระดับของความสุขที่แตกต่างกันไปและตรงนี้เองที่วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคขอมีเอี่ยวอธิบายเรื่องนี้กับเขาด้วยในเรื่อง อรรถประโยชน์ หรือ Utility
หลายปีมาแล้วที่ผมรู้สึกเครียดจนอยากหาหนังตลกของโจว ชิง สือ หรือเช่าวีดีโอตลกมาดูแต่อารมณ์ที่ได้รับกลับไม่มีความสุขอย่างที่คิดครับ ซึ่งมันเหมือนเราตั้งใจเกินไปหรือเปล่าที่อยากจะให้มีความสุขหรือสนุก และเมื่อไอ้ความตั้งใจนั้นมันไม่บรรลุผล อรรถประโยชน์จากการดูหนังตลกของผมก็เลยไม่ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
ในทางกลับกันมีบางสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีความสุขอะไรเอาซะเลยแต่ก็กลับเกิดอารมณ์สุขสนุกขึ้นมากะทันหันได้ อย่างเช่นครั้งหนึ่งผมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าขึ้นรถเมล์ ทันใดนั้นก็มีคนยื่นเงินค่าโดยสารให้ผมกันยกใหญ่เลย เพราะคิดว่าผมเป็นกระเป๋ารถเมล์ ผมเองอดอมยิ้มกับอารมณ์เหวอครั้งนั้นไม่ได้
หนังเรื่อง Mr. Bean Holiday หรือหนังสกุล บีน หลายๆเรื่องนั้นดูแล้วอาจไม่มีปรัชญาสาระอะไรมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เสมอ คือ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ครับ ท้ายที่สุดผมเชื่อว่าความสุขนอกจากจะอยู่ที่การมองเห็นแล้วยังอยู่ที่ใจคิดด้วยใช่มั๊ยล่ะครับ
Hesse004
|