• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14865
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม 2550
"Warlords" เบื้องหลังชัยชนะมักมีซากศพกองทับถมอยู่
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 257 , 03:26:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมากระแส “จีนนิยม” ได้ทำให้ภาพยนตร์จีนตื่นตัวอีกครั้งหนึ่ง การไปปรากฏโฉมของ Crouching Tiger , Hidden Dragon (2000) ของ อั้ง ลี่ (Ang Lee) ในเวทีออสการ์นั้น ได้กรุยทางให้หนังจีนกำลังภายในเรื่องต่อๆมาอย่าง Hero (2002)และCurse of the Golden flower (2006) ซึ่งเป็นผลผลิตของภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่นั้นสามารถออกไปโกยเงินต่างประเทศตลอดจนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหนังดังจากแดนมังกรผ่านผลงานการกำกับของนักทำหนังชาวจีนอย่าง อั้ง ลี่ และจางอี้โหม่ว (Yimou Zhang)เป็นต้น

ผมตั้งข้อสังเกตว่าหนังจีนที่ส่งออกขายต่างประเทศส่วนใหญ่นั้นมีเนื้อเรื่องหนักไปทางหนังย้อนยุค (Period film) ครับ ตัวอย่างเช่น Hero (2002) ของจางอี้โหม่ว ที่เล่าเรื่องการลอบสังหารจักรพรรดิจิ๋นซี ขณะที่ Curse of the Golden flower (2006)ของจางอี้โหม่วอีกเช่นกัน พี่ท่านก็ย้อนอดีตไปในสมัยราชวงศ์ถังที่ว่าด้วยเรื่องราวของการฆ่าฟันกันในราชสำนัก

อย่างไรก็ดีมิใช่ อั้งลี่ หรือจางอี้โหมว่ เท่านั้นที่จะเหมาสัมปทานทำหนังจีนย้อนยุคนะครับ เพราะช่วงปีนี้มีภาพยนตร์จีนพีเรียดอย่างน้อย 3 เรื่องที่กำกับโดยฝีมือผู้กำกับชาวจีน เริ่มจากงานของ แดเนียล ลี (Daniel Lee) กับ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon (2008) หนังว่าด้วยเรื่องราวของ “จูล่ง”ขุนพลเอกแห่งแคว้น “จ๊กก๊ก” ในยุคตอนปลายของสามก๊ก ขณะที่ จอหน์ วู (John Woo) ก็หยิบ “ยุทธการผาแดง” (The battle of red cliff) ในสามก๊กอีกเช่นกันมาสร้างใหม่ให้อลังการเพื่ออวดโฉมหน้าของหนังจีนในปี ค.ศ.2008 ที่ปักกิ่งจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน

สำหรับเรื่องที่สามซึ่งเป็นเรื่องที่ผมอยากหยิบมาเล่านั้น คือ เรื่อง Warlords (2007) ของ ปีเตอร์ ชาน (Peter Chan) ครับ ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้มีพลังดึงดูดอย่างน้อย 2 อย่าง คือ เนื้อหาอันเข้มข้นที่กล่าวถึงการเข่นฆ่ากันของสามพี่น้องร่วมสาบาน นอกจากนี้พลังดึงดูดจากดาราใหญ่ของเอเชียอย่าง เจ๊ท ลี หรือ หลี่ เหลียน เจี๋ย(Li Lian Jie) , หลิว เต๋อ หัว (Andy Lau) และ ทาเคชิ คาเนชิโร่ (Takeshi Kaneshiro)เพียงเท่านี้ Warlords ก็กลายเป็นหนังที่น่าดูไปในทันใดครับ

ตามธรรมเนียมครับ, ผมขออนุญาตไม่เล่าเรื่องเหมือนเดิมเพราะเกรงจะเสียอรรถรสในการชม โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหนังเรื่องนี้มากครับและตั้งใจจะกลับไปดูซ้ำอีกรอบ

Warlords ของ ชาน นั้น กล่าวถึงประวัติศาสตร์จีนช่วงราชวงศ์ชิง (แมนจู) ขณะที่พระนางซูสีไทเฮากำลังเรืองอำนาจอยู่ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ราชวงศ์นี้ใกล้สิ้นบุญแล้ว ทั้งนี้ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินทำให้ราษฎรจีนเดือดร้อนกันทุกข์หย่อมหญ้าจนเป็นที่มาของ “กบฎไต้ผิง” (Taiping Rebellion) นั่นเองครับ

กบฎไต้ผิง กินระยะเวลานานถึง 21 ปี (1850 - 1871) กล่าวคือ กลุ่มผู้ก่อกบฏเริ่มขัดขืนอำนาจของราชสำนักตั้งแต่ปี ค.ศ.1851 กบฎได้ลุกลามบานปลายกลายเป็นการต่อสู้ของมวลชนชาวจีนที่ต้องอดอยากปากแห้งจนทำให้เกิดการปล้นสะดมไปทุกหย่อมหญ้า มีการตั้งชุมนุม “โจร” เพื่อปล้นสะดมอาหารจากคนรวยหรือแม้กระทั่งจากกองทัพรัฐบาลเอง

กลุ่มกบฏสามารถยึดดินแดนทางตอนใต้ของจีนได้จนสามารถใช้เมือง “นานกิง” ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าเป็นฐานบัญชาการ ด้วยเหตุนี้เองกองทัพรัฐบาลต้องหาทางปราบกลุ่มกบฏเหล่านี้ให้ได้เพราะมิเช่นนั้นแล้วแผ่นดินจีนอาจถูกแบ่งด้วยน้ำมือของกบฏ

หนังเปิดมาด้วยภาพคนตายเป็น “เบือ” ครับ คำว่า “เบือ” เนี่ยน่าจะเห็นภาพว่าตายกันมากขนาดไหน ปีเตอร์ ชาน พยายามสื่อให้เห็นความรุนแรงและความไร้สาระของสงคราม การที่เราต้องเห็นภาพสยดสยองในฉากหนังนั้นทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าสงครามเป็นประดิษฐ์กรรมที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นมา

ประเด็นหลักที่ดูจะขับเน้นในหนังเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่มิตรภาพของคนแปลกหน้าอย่าง “หม่าซิงอี่”ที่แสดงโดย หลี่ เหลียน เจี๋ย และชาวโจรคุณธรรมอย่าง “เฉาอี้หู” ซึ่งแสดงโดยพี่หลิวนั่นเองและ “จังเหวินเฉียง” ที่รับบทโดยทาเคชิ คาเนชิโร่ แม้ว่ามิตรภาพดังกล่าวได้พัฒนาจนถึงขั้นสาบานเป็นพี่น้องกันที่พร้อมจะตายและล้างแค้นให้กันแต่เรื่องราวทั้งหมดกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทั้งสามคาดคิดไว้ครับ

“หม่า ซิง อี่” เป็นตัวละครที่สะท้อนให้เห็นภาพของมนุษย์คนหนึ่งที่ทะเยอทะยานและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองไปถึงเป้าหมายนั้นได้โดยไม่สนใจวิธีการว่ามันจะถูกหรือผิด ตัวละครอย่างนายพลหม่านั้นเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างอุดมคติกับการกระทำซึ่ง หลี่ เหลียน เจี๋ย เล่นบทนี้ได้สุดยอดครับ ทั้งสีหน้าแววตาและอารมณ์ที่แสดงออกมา

“เฉา อี้ หู” คือ ตัวแทนของชาวบ้านซื่อๆธรรมดาที่ต้องการรบเพื่อความอยู่รอดเท่านั้นเพราะเขาโดนอำนาจรัฐรังแกมาโดยตลอดจนต้องแปลงสภาพไปเป็นขุนโจร แม้ว่าการเข้าสู่กองทัพปราบกบฏไต้ผิงของอาเฉานั้นจะไม่ได้แสดงให้เห็นถึงอุดมการณ์อะไรมากมายแต่กลับกลายเป็นเรื่องของปากท้องและความอยู่รอดของครอบครัวเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีตัวละครตัวนี้กลับมีพัฒนาการในเรื่องอุดมคติและมนุษยธรรมเพิ่มขึ้นหลังจากที่เขาต้องตรากตรำในสมรภูมิรบเป็นเวลานาน

“จังเหวินเฉียง” แสดงให้เห็นถึงคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์ต่อคำสาบานของ “พี่น้อง”แม้ว่าท้ายที่สุดเขาจะได้เรียนรู้ “ราคาของความไร้เดียงสา”จากผลพวงของคำว่า “อำนาจ” และสัจธรรมที่ว่า “เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน”

เหตุการณ์ใน Warlords เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 150 ปีที่แล้วครับ การแก้ปัญหาของมนุษย์ยังคงเน้นไปที่สงครามการและการต่อสู้อยู่ ผู้แข็งแรงกว่า เก่งกว่า ฉลาดกว่า มีกลยุทธ์มากกว่า คนเหล่านี้มักได้รับชัยชนะครับ อย่างไรก็ตามชัยชนะแต่ละครั้งนั้นมักมีกองซากศพของเพื่อนฝูงเรา พี่น้องเราแม้กระทั่งคนที่เรารักนั้นกองทับถมอยู่ ขณะที่ “ตีน”ของเรากำลังเหยียบคนเหล่านั้นขึ้นไปเสวยสุขจากลาภยศ สรรเสริญหรือแม้แต่มีชื่อแปะไว้ในบรรทัดประวัติศาสตร์

มาถึงวันนี้สงครามการแย่งชิงอำนาจได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้วครับจาก “สนามรบ”สู่ “สนามเลือกตั้ง” ซึ่งก็ดูเหมือนว่าประชาชนคนธรรมดาอย่างเราๆจะเป็นเพียง “เบี้ยหมาก”ตัวหนึ่งในกระดานของขุนศึกนักเลือกตั้งทั้งหลายที่พอสงครามเลือกตั้งจบลงไปเมื่อไหร่ ประชาชนเช่นเราๆก็ไม่ต่างอะไรกับกองศพที่นักเลือกตั้งเหล่านั้นเหยียบขึ้นไปเถลิงอำนาจได้ในที่สุดและก็ดูเหมือนว่าเราเองก็ไม่ได้อะไรเลยกับชัยชนะเหล่านั้น...ใช่มั๊ยครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
pigletlovepooh วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/pigletLOVEpooh
“I just want to be sure of you.”

สวัสดีค่ะ
มีความสุขมากๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
apooh วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ว่าแล้วไปดูเรื่องนี้ดีก่า
ความคิดเห็นที่ 3
apooh วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

"สงครามเป็นประดิษฐ์กรรมที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นมา"
เห็นด้วยอย่างที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเอาอะไรมาอ้างว่าเป็นตำราพิชัยสงคราม ยุทธวิธีขั้นสูง ก็แค่คำสวยๆในการฆ่าให้ได้มากกว่า เร็วกว่าเท่านั้น
ดูหนังสงครามแต่ละคราวได้กลับมาอย่างเดียวสงครามเป็นความเลวร้ายจริงๆๆค่ะ
ดู ทอม แฮงค์ใน saving private ryan สิคะ จากครูบาอาจารย์มาจับปืนฆ่าคน ทำไปได้
.
.
.
กลัวว่าในสงครามเลือกตั้งหลังเราใช้"สิทธิ์" เขาจะไม่นับเราเป็นหมากสิคะ เราจะมีค่าขนาดนั้นเลยหรือ ??
ความคิดเห็นที่ 2
Angelrous วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 15.07 น.
http://www.oknation.net/blog/angelrous
It's not who I am underneath, but what I do that defines me.

ผมนึกถึงเรื่อง "กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกะโหลก (Bullet in the head)" ของ จอห์น วู (ถ้าจำผู้กำกับไม่ผิดนะครับ) ในครั้งแรกที่ได้ยินโครงเรื่อง
-----
"สงครามไม่มีใครชนะ มีแต่ความสูญเสียและการพ่ายแพ้"
-----

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 06.17 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เมื่อเลือกตั้งผ่านไป .. เบี้ยหมากก็หมดความหมาย...
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31