• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 21122
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม 2551
"คอร์รัปชั่น" กับ การแก้ปัญหาแบบ "ปากว่าตาขยิบ"
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 201 , 23:02:10 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจาก http://www.nevadaobserver.com

ผมสนใจเรื่อง “คอร์รัปชั่น” ครับ แต่ไม่เคยคิดจะคอร์รัปชั่น (ฮา) คอร์รัปชั่นคืออะไรหรือครับ ผมคิดว่าคงไม่ต้องสาธยายกันมากมายแต่ที่แน่ๆ การคอร์รัปชั่นได้ทำลายสังคมโดยรวม

“คอร์รัปชั่น” ก็คือ การจี้ ปล้น ลัก ขโมย ดีๆนี่เองแหละครับเพียงแต่การคอร์รัปชั่นนั้นกระทำบนฐานของการใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

สังคมไทยชาชินกับคอร์รัปชั่นมานานแสนนานจนเราแทบจะหมดหวังที่จะแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น ผมไม่แน่ใจว่าที่เราหมดหวังเพราะเราไม่พยายามที่จะแก้ไขกันหรือเราเลือกที่จะยอมรับกับประพฤติกรรมดังกล่าว

สังคมของเราเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบอุปถัมภ์หรือ Patronage- Client ดังนั้นการสร้างสังคมประชาธิปไตยให้เป็นไปตามไอเดียของโลกตะวันตกจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก ผมเชื่อว่าประชาธิปไตยไม่ได้เป็นแค่ความพึงพอใจของเสียงส่วนใหญ่หากแต่เป็นการเอาใจใส่ต่อเสียงส่วนน้อยที่ไม่สามารถแสดงความเห็นและเสนอทางเลือกแบบที่เสียงส่วนใหญ่ทำได้

ด้วยเหตุนี้เองคำว่า “ประชาธิปไตย” จึงสมควรแยกออกจากคำว่า “การเมือง” ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นเพียงแค่หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเพื่อใช้สิทธิอย่างที่ปราชญ์รัฐศาสตร์หลายท่านเคยว่าไว้ หากแต่ประชาธิปไตย คือ การมีส่วนร่วมของพลเมืองแห่งรัฐในการช่วยกันตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ คำๆนี้พูดให้โก้ๆได้นะครับ แต่เอาเข้าจริงเป็นเรื่องที่ยากอีกเหมือนกัน

อย่างที่เรียนท่านผู้อ่านในเบื้องต้นครับว่า ผมสนใจเรื่องคอร์รัปชั่น ความสนใจของผมอยู่ในมิติของวิชาเศรษฐศาสตร์ซึ่งถ้าจะพูดให้เก๋ๆหน่อยก็คือ “เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการคอร์รัปชั่น” หรือ Economic of Corruption ครับ

นักเศรษฐศาสตร์มอง “คอร์รัปชั่น” เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งของมนุษย์ในระบบเศรษฐกิจแรงจูงใจดังกล่าวคล้ายกับ “กำไร” ที่ผู้ประกอบการต้องการ อย่างไรก็ตามคอร์รัปชั่นเป็นแรงจูงใจที่ไม่ก่อให้เกิดผลดีกับระบบเศรษฐกิจครับ

นักเศรษฐศาสตร์หญิงนามว่า Ann O. Krueger เป็นคนแรกที่ออกมาอธิบายว่าการคอร์รัปชั่นนั้นเปรียบเสมือน “การแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ”หรือ Economic Rent Seeking ท่านผู้อ่านคิดดูนะครับว่า “ค่าเช่า” (Rent) นั้น คือ ผลตอบแทนที่เจ้าของที่ดิน เจ้าของเครื่องจักร เจ้าของสินทรัพย์ ได้ประโยชน์โดยที่ตัวเองไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร

เช่นเดียวกับผลประโยชน์ที่ได้จากการคอร์รัปชั่นครับ เพราะ ผลประโยชน์ดังกล่าวอยู่ในรูปของ “ค่าเช่าประจำตำแหน่ง” หากเรามองตำแหน่งเป็นสินทรัพย์ที่มีไว้ให้เช่า คนที่อยู่ในตำแหน่งนั้นก็สามารถแสวงหาค่าเช่าประจำตำแหน่งได้นอกเหนือจาก “ค่าจ้าง” ที่ตัวเองได้รับ ด้วยเหตุนี้เองยิ่งตำแหน่งสูงๆ ค่าเช่าประจำตำแหน่งย่อมสูงตาม

ปัญหาการคอร์รัปชั่นได้กลายเป็น “วาระแห่งโลก” ไปแล้วครับ เพราะองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กรอย่าง World Bank, IMF, OECD รวมถึง ADB เริ่มหันมาศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ได้รับจากการคอร์รัปชั่น

นักเศรษฐศาสตร์ที่ปรากฏนามกันอยู่เป็นประจำทุกครั้งที่มีการทบทวนวรรณกรรมเรื่องนี้ได้แก่ O.E. Johnson, Susan Rose Ackerman, Paolo Mauro ,Pranab Bardhan, Daniel Kaufmann, Vito Tanzi, Hamid Davoodi และ Shang Jin Wei เป็นต้น นักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากองค์กรโลกบาลสำคัญอย่าง World Bank และ IMF ครับ

สำหรับนักเศรษฐศาสตร์ไทยที่แทบจะอุทิศตัวให้กับการศึกษาเรื่องคอร์รัปชั่นในประเทศไทยนั้น ได้แก่ ท่านอาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร , ท่านอาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ และท่านอาจารย์นวลน้อย ตรีรัตน์ ซึ่งท่านทั้งสามนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังมีท่านอาจารย์เมธี ครองแก้ว อดีตอาจารย์เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์และ NIDA ปัจจุบันท่านเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านสนใจที่จะนำเอาวิชาเศรษฐศาสตร์มาอธิบายพฤติกรรมการคอร์รัปชั่น

ปัจจุบันนี้องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศหรือ Transparency International ได้จัดอันดับประเทศที่มีความโปร่งใสมากที่สุดไปยันน้อยที่สุด โดยใช้ดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชั่น หรือ Corruption Perception Index เป็นตัวชี้วัด

เกณฑ์การวัดนั้นให้เป็นคะแนนจากศูนย์ถึงสิบครับ ประเทศไหนได้คะแนนใกล้ๆศูนย์แสดงว่าประเทศนั้นเต็มไปด้วยนักการเมืองและข้าราชการขี้ฉ้อ แต่หากประเทศไหนมีคะแนนใกล้สิบแสดงให้เห็นสังคมที่โปร่งใสสุจริต

องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศเริ่มต้นเผยแพร่ดัชนีตัวนี้ตั้งแต่ปี 2538 ครับ ประเทศไทยของเราก็ถูกจัดอันดับไปกับเขาด้วย ท่านผู้อ่านทราบมั๊ยครับว่าประเทศเราอยู่อันดับที่เท่าไร?และได้คะแนนเท่าไร?

ขอเฉลยเลยครับว่าในปี 2538 นั้นประเทศเราได้รับการจัดอันดับความโปร่งใสในลำดับที่ 34 สูงไหมครับ แต่เอ๊ะ! อย่าเพิ่งดีใจไปครับเพราะมีประเทศเข้าร่วมจัดอันดับเพียง 41 ประเทศ เท่านั้นยังไม่พอคะแนนค่าความโปร่งใสของบ้านเราอยู่ที่ 2.79 สูงพอที่จะบอกได้หรือเปล่าครับว่ารัฐบาลของเราเป็นรัฐบาลที่ปลอดการทุจริต

ผมเฝ้าติดตามดัชนีตัวนี้โดยดูที่พัฒนาการความโปร่งใสของประเทศไทยเป็นหลัก และสิ่งที่ผมค้นพบคือ ตลอดระยะเวลา 12 ปี ตั้งแต่องค์กรแห่งนี้จัดทำดัชนีชี้วัดความโปร่งใสขึ้นมานั้น ประเทศไทยของเรามีคะแนนเฉลี่ยอยู่เพียง 3.27

แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่เหล่าฝรั่งอั้งม้อสรุปทึกทักเอาว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยนักการเมืองและข้าราชการขี้ฉ้อ ตลอดจนขาดความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ช้าก่อนครับท่านฝรั่งหัวแดงเหล่านี้เคยมาดูหรือเปล่าว่าบ้านเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการคอร์รัปชั่นมากน้อยแค่ไหน

ผมขออนุญาตสาธายายอย่างนี้ครับว่า กฎหมายการป้องปรามการคอร์รัปชั่นของประเทศไทยนั้นมีอยู่หลายฉบับครับ ฉบับแรกเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์กรปราบปรามการทุจริตโดยตรงคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และตอนนี้ทาง ป.ป.ช. ได้แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังต้องดูแลเรื่องพฤติกรรมการ “ฮั้ว” ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เสนอขายสินค้าและบริการให้รัฐ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

ยังไม่หมดนะครับ ประเทศไทยเรายังมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 , พระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 และล่าสุด ป.ป.ช. กำลังรอลุ้น “กฎหมายเจ็ดชั่วโคตร” หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

นอกจากกฎหมายข้างต้นแล้ว ป.ป.ช. ยังต้องออกประกาศหยุบหยับเพื่อมาควบคุมประพฤติกรรมขี้ฉ้อของเหล่านักการเมืองและข้าราชการ

ขณะที่ ป.ป.ช. ดูแลเรื่องการป้องกันและปราบปราม มีองค์กรอิสระอีกหนึ่งองค์กรอย่าง สตง. ก็ดูแลเรื่องงานตรวจสอบเงินงบประมาณแผ่นดิน

กฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 นอกจากนี้ สตง.ยังประกาศใช้ ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ. 2544 เพื่อเอาผิดทางแพ่งกับข้าราชการที่ประมาทเลินเล่อไปจนกระทั่งจงใจทุจริตเงินของหลวง

กฎหมายที่มาส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารงานราชการแผ่นดินอย่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 นับเป็นกฎหมายอีกตัวที่ป้องปรามการทุจริตได้ทางหนึ่ง เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ได้กลายเป็นกฎหมายที่เอาไว้ยึดและอายัดทรัพย์ข้าราชการและนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลาย

สิ่งที่ผมสาธยายไปข้างต้นนั้น ผมไม่แน่ใจว่าองค์กร Transparency International เข้ามาพิจารณาจัดอันดับความโปร่งใสของประเทศไทยด้วยหรือเปล่าอีกทั้งรัฐบาลไทยทุกชุดที่เข้ามาบริหารประเทศก็ประกาศเป็นมั่นเหมาะว่าจะ “ขจัดคอร์รัปชั่นให้สิ้นแผ่นดินไทย”

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าดัชนีความโปร่งใสของไทยเมื่อปีที่แล้วนั้นจะอยู่ที่ 3.3 นะครับ ถึงตรงนี้ผมก็เริ่มปักใจเชื่อแล้วครับว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นของบ้านเรานั้นเป็นการแก้ปัญหาแบบ “ปากว่าตาขยิบ”จริงๆ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 07.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ ..

ขอบคุณ .. สำหรับบทความที่น่าสนใจ

ออกไปเลือกตั้งกันนะคะ .. ขอให้มัความสุขมากๆในวันหยุดสลายๆ เช่นวันนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
TheQueenofNostalgia วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 01.34 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

มาแล้ว

ก็ดูคนเคยประกาศว่าจะเป็นผู้ที่ปราบคอรัปชั่นสิ
ก็คือคนที่ต้องคดีอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
apooh วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 23.55 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

เวลาพูดเรื่อง คอรัปชั่น อันที่จริงมันต้องพูดทุกระดับจริงป่าวคุณhesse มันแยกนักการเมืองโกงบ้านเมือง กับ เรา"จ่ายค่าปรับที่หน้างานตอนโดนหัวปิงปองจับ" ไม่ได้ใช่ป่าวคุณ
มันก็ "คอรัปชั่น"ทั้งสองสถานการ์ณ
จริงป่าวคุณ

หมีว่า สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมถ์มานาน แต่เมื่อก่อน สถานการ์ณมันไม่ขนาดนี้ เพราะคนโบราณคนสมัยก่อน เขาคิดถึงบาป บุญ และ ศีลธรรมกันมากกว่าคนเดี๋ยวนี้น่ะ


"กฏหมายเจ็ดชั่วโคตร" ไม่ได้ประหารใคร แต่ รอนานขนาดนั้นตะหาก ก็ กฏหมายแสลงใจคงต้องคลอดยากอยู่แล้วนิ

องค์กร ความโปร่งใส อาจอยากเอาไปคิดหรอกค่า แต่ เขาอาจ คำนวนเป็นดัชนีการได้ผลของกฏหมายต่างๆเหล่านั้นด้วย น่ะสิ เรทเราถึงได้อยู่ เฉลี่ยที่สามกว่าๆๆ ไง

คุณhesse ระวังคุณควีนส์ มาทวง tag นะ
ความคิดเห็นที่ 1
apooh วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

กิสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31