• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14856
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม 2551
ความงามอย่างที่สุด คือ "ความเรียบง่าย" เรื่องของสามัญชนที่ผมศรัทธา
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 139 , 06:25:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

 ก่อนเริ่มต้นเอนทรีนี้ ผมต้องขอขอบคุณคุณสายสร้อย (Queen of Nostalgia) กัลยาณมิตรทางปัญญาที่ชักชวนให้ลองเขียนบุคคลสามัญชนที่เคารพศรัทธา

               

จริงๆแล้ว ผมมีบุคคลที่เคารพศรัทธาหลายท่านครับ นอกเหนือจากบุพการีแล้ว “อาม่า” คือ ผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด อาม่าของผมเป็นลูกจีนธรรมดาประกอบสัมมาอาชีพสุจริตและดูแลครอบครัวของพวกเราอย่างอบอุ่น ทุกวันนี้อาม่าผมมีอายุ 82 แล้ว ท่านยังแข็งแรง ทานเจทุกมื้อ และไปหุกตึ๊ง (สถานธรรม) เกือบทุกอาทิตย์ “อาม่า” จึงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผมในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย

               

สำหรับบุคคลในสังคมไทยที่เป็น “แบบ” ที่ดีของผมอีกท่านหนึ่ง คือ “อาจารย์ป๋วย  อึ๊งภากรณ์” ครับ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่านอาจารย์ป๋วย คือ ต้นแบบของนักเศรษฐศาสตร์ไทยที่สมบูรณ์แบบ ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการคนหนึ่ง ท่านอาจารย์ป๋วย คือ ตัวอย่างข้าราชการที่รับใช้แผ่นดินเกิดอย่างสุดความสามารถ และในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ท่านอาจารย์ป๋วย คือ ตัวอย่างคนไทยที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศด้วยการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจไทยให้พัฒนาได้ถึงทุกวันนี้

               

เรื่องราวของอาจารย์ป๋วยถูกถ่ายทอดจากข้อเขียนของลูกศิษย์ลูกหา อย่าง อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ อาจารย์วิทยากร เชียงกูล เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองการจารึกเรื่องราวคุณความดีของ “คนดี” อย่างอาจารย์ป๋วยจึงก่อให้เกิดกำลังใจในการสร้างความดีให้กับส่วนรวมต่อไป

               

เมื่อผมเริ่มรับราชการในปี  2541 ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีเรื่องราวของบุคคลท่านหนึ่งที่ผมได้ยินชื่อเสมอเวลาที่ข้าราชการรุ่นพี่ๆกล่าวถึงคนดีของกรม นั่นคือ เรื่องของคุณ “ธรรมรัฐ ณ ระนอง” อดีตข้าราชการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินซึ่งเกษียณในตำแหน่งสุดท้ายที่ “ผู้ช่วยผู้อำนวยการตรวจเงินแผ่นดิน” เมื่อปี 2538

               

เรื่องราวของบุคคลท่านนี้ทำให้ผมต้องฉงน เมื่อพบว่ามีผู้ร้องขอให้ท่านช่วยเขียนหนังสือเป็นที่ระลึกก่อนที่ท่านจะเกษียณไปและหนังสือเล่มดังกล่าวมีชื่อว่า “ฝากไว้ให้คิดถึง”ครับ

หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตการรับราชการของคุณธรรมรัฐที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตั้งแต่ปี 2500 จนกระทั่งปี 2538

               

ตลอดระยะเวลา 38 ปี ที่คุณธรรมรัฐรับราชการที่ สตง. นั้นมีเรื่องราวบอกเล่ามากมายโดยเฉพาะ “เกร็ด” ในการตรวจเงินแผ่นดินรวมไปถึง “อุดมคติ” ในการรับราชการ

               

ผมเองไม่แปลกใจเลยที่พบว่าผู้คนใน สตง. ยังจำคุณธรรมรัฐ ได้แม่นยำเพราะท่านคือผู้เขียนคู่มือการตรวจสอบเงินงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่คู่มือตรวจสอบบัญชีของกองเทศบาล คู่มือตรวจสอบการจัดหาพัสดุ คู่มือตรวจสอบสืบสวน เป็นต้น

               

คู่มือต่างๆเหล่านี้ยังปรากฏหลงเหลืออยู่ในห้องสมุดของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นอกจากนี้คุณธรรมรัฐยังเป็นที่จดจำของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในปัจจุบันของ สตง. ในฐานะ ครูและผู้บังคับบัญชาที่เอื้ออารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ

               

แน่นอนครับว่าคุณสมบัติสำคัญที่สุดของคนทำงานตรวจสอบเงินหลวง คือ “ความซื่อสัตย์” และคุณธรรมรัฐ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลอดเวลา 38 ปีที่ท่านอยู่องค์กรนี้ท่านรักษาพรมจรรย์ข้อนี้ได้ดีเพียงใด

               

ประสบการณ์ทุกอย่างที่คุณธรรมรัฐเขียนเล่าผ่านในหนังสือของท่านนั้น ทำให้เราเห็นภาพการทำงานตรวจเงินแผ่นดินในช่วงที่เมืองไทยกำลังพัฒนาด้วยเหตุนี้เองที่การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินจึงเพิ่มสูงขึ้นทุกปีและทำให้หน้าที่ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง

               

จริงๆแล้วเรื่องราวของข้าราชการ สตง. ในอดีตไม่ค่อยได้รับการบอกเล่ามากนัก อาจเพราะความเป็นนักบัญชีของข้าราชการ สตง. ที่ทำให้พวกเขามักจะทำงานกันอย่างเงียบๆ อย่างไรก็ตามการทำงานตรวจเงินแผ่นดินในยุคปัจจุบันนั้นขยายพรมแดนการตรวจสอบไปสู่การตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบการดำเนินงาน และ การตรวจสอบสืบสวนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนทุจริต

               

ปี 2548 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีอายุครบ 90 ปีพอดี ผมได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานทำหนังสือครบรอบกรมซึ่งตั้งใจจะเล่าเรื่องพัฒนาการของงานตรวจเงินแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยเป็น “ออฟฟิศหลวง” จนกระทั่งมาเป็น “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน”ในปัจจุบัน

               

ผมใช้เวลาตั้งแต่วันสงกรานต์ของปีดังกล่าวมาจนกระทั่งเดือนแปด เพื่อชำระเรื่องราวประวัติศาสตร์การตรวจเงินแผ่นดินไทยโดยอาศัยข้อมูลเริ่มต้นจากหนังสือครบรอบประวัติกรมตั้งแต่ปี 2475, 2518, 2530 และ 2540 นอกจากนี้ผมยังต้องไปค้นคว้าเอกสารโบราณที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติรวมไปถึงตระเวนไปกับเพื่อนเพื่อหาสถานที่ทำงานแห่งแรกของ “กรมตรวจเงินแผ่นดิน”

               

อย่างไรก็ตามประสบการณ์อันวิเศษที่ผมได้รับจากการทำหนังสือเล่มนี้ คือ การได้พบและสนทนากับคุณธรรมรัฐ ณ ระนอง “ตำนาน” คนหนึ่งของงานตรวจเงินแผ่นดินไทย

               

คุณธรรมรัฐ ในวัย 70 ปี (ตอนนั้น) ยังดูกระฉับกระเฉงตลอดจนมีความจำที่แม่นยำอยู่ ท่านเข้ามาในฐานะเป็นที่ปรึกษาการเขียนประวัติศาสตร์กรมซึ่งผมเพิ่งทราบว่าท่านคือคนที่เขียนประวัติกรมเมื่อปี 2530 ซึ่งครบหกรอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

               

ประสบการณ์อันวิเศษของผมในการได้พูดคุยกับตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นนับเป็นความทรงจำที่ดีไม่น้อยและสิ่งหนึ่งที่ผมได้พบจากผู้ชายคนนี้ คือ ความเมตตาและเอื้ออาทรต่อคนทุกคน

               

ผมจำได้ว่าผมมีโอกาสได้คุยกับคุณธรรมรัฐถึงเรื่องราวของกรมในอดีต สถานการณ์ของกรมในขณะนั้น รวมถึงเรื่องอนาคตของกรมเราและท้ายที่สุดท่านทิ้งคำพูดได้จับใจมากว่า

“ผมมีชีวิตทุกวันนี้ได้ก็เพราะ สตง. งานที่นี่สอนอะไรผมหลายอย่าง และผมก็ภูมิใจที่เกิดมารับราชการที่ สตง. ฝากรุ่นพวกคุณดูแลกรมต่อด้วยนะ” ผมอึ้งไปสักพักเพราะขณะนั้นผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะลาออกจากที่นี่ไปเป็นอาจารย์ดีหรือเปล่า

               

ผมเคยคุยกับเพื่อนที่รับราชการพร้อมกันว่า “ถ้าวันหนึ่งกูแก่ตัวไป กูอยากเป็นแบบคนๆนี้ว่ะ ไม่ต้องมีอำนาจยศฐามากมาย แต่ได้รับการนับถือจากคนรอบข้างด้วยความจริงใจ”

ผมสังเกตว่าอดีตข้าราชการ สตง. ที่เกษียณไปแล้วและกลับมาเยี่ยมกรม คุณธรรมรัฐ ณ ระนอง ดูจะเป็นคนที่ได้รับการทักทายอย่างจริงใจมากที่สุด

               

การเป็นคนธรรมดาสามัญที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียงน่าจะเป็นแนวทางที่ดีไม่น้อยสำหรับคนที่ต้องการใชชีวิตอย่างสงบ บางครั้งการช่วยเหลือส่วนรวมอาจจะเริ่มต้นด้วยการไม่เบียดเบียนผู้อื่นหรือเบียดเบียนตัวเองและทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

               

สำหรับผมแล้วทั้งอาม่า อาจารย์ป๋วย และ คุณธรมมรัฐ นั้น คือ ตัวอย่างของสามัญชนที่ใช้ชีวิตได้งดงามครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ล้านเล็กๆ วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

ชื่นชมครับ...สำหรับเอ็นทรี่นี้

อิ อิ...

แวะเข้ามาอ่าน...ตามมาจากเอ็นทรี่ๆหนึ่งของ Apooh ครับ
ผม...."ล้าน"นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ความคิดเห็นที่ 7
เด็กชายก้อง วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

อ่านพบ อ.ป๋วย ก็ให้นึกถึง "จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน"
อ่านเรื่องคุณธรรมรัฐแล้วก็ได้นึกชื่นชม
แล้วเมื่อนึกถึงคนปัจจุบันแล้ว ก็ เฮ้อ..
ความคิดเห็นที่ 6
TheQueenofNostalgia วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 21.22 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

หมี
ลองดูลองดู
อยากอ่าน
ความคิดเห็นที่ 5
apooh วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

โอย ...
คุณhesse ก่ะ คุณควีนส์ อย่าคาดหวังนะคะ
หมีถนัดแต่บ้าๆๆ เมาๆๆ พอเอาจริงๆๆ จังๆๆ แล้วมักเหลว

จะพยายามนะคะ เด๋วต้องไปค้นดูก่อนว่าเก็ลใครไว้ในสต็อคบ้าง

ชอบที่เพื่อนคุณhesse พูดค่ะ ว่า แกเป็นคนที่ได้รับความนับถืออย่างจริงใจ
อันที่จริงคนแบบนี้หาได้ยากนะคะ ทั้งที่การจะเป็นคนแบบนี้ไม่ได้ยากอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 4
hesse004 วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/hesse004

ลืมไปเลยครับว่าต้องส่งไม้ต่อ ผมแอบจับสลากในใจแล้วขอส่งต่อให้คุณ Apooh คุณหมีน้อยผู้น่ารักแล้วกันนะครับ

ขอบคุณครับ
Hesse004

Ps. แล้วจะรออ่าน Tag ที่คุณหมีเขียนครับ
ความคิดเห็นที่ 3
TheQueenofNostalgia วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ไม่แน่ใจว่าปัจจุบัน คนจะเลือกมีไอดอลในสไตล์"ซื่อสัตย์"
กันซักเท่าไหร่เนาะ
ความคิดเห็นที่ 2
TheQueenofNostalgia วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ขอบคุณค่ะคุณเฮสเส เป็น TAG ที่น่าประทับใจมาก
คำพูดและประวัติการทำงานของคุณธรรมรัฐ
กระตุกความคิดของคุณได้ จากเรื่องธรรมดาๆเช่นการเปลี่ยนงาน

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 06.31 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สูงสุด .. คือการคืนสู่สามัญ..
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31